นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เอนฟาสนับสนุนให้คุณแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่างเดียวอย่างน้อย 6 เดือนไปจนถึง 2 ปี หรือนานกว่าตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO) Enfa Smart Club พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลคุณแม่และลูกน้อย ด้วยการมอบข้อมูลโภชนาการและพัฒนาการลูกน้อยแต่ละวัย ที่เป็นประโยชน์และเชื่อถือได้ผ่านเว็บไซต์ enfababy.com

นิทานอีสปสั้น ๆ นิทานอีสปสั้น ๆ พร้อมข้อคิด เสริมทักษะลูกน้อยให้สมวัย

Enfa สรุปให้

  • นิทานอีสปสั้น ๆ เป็นกิจกรรมง่าย ๆ ที่ช่วยกระตุ้นทักษะด้านภาษา การสื่อสาร จินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ของลูกให้สมวัย และยังช่วยสร้างเสริมสายสัมพันธ์ที่อบอุ่นระหว่างพ่อแม่ลูกอีกด้วย
  • นิทานอีสปสั้น ๆ พร้อมข้อคิด เป็นการสอดแทรกคำสอน และบทเรียนที่น่าสนใจ ให้ลูกน้อยได้จดจำและนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ผ่านข้อคิดง่าย ๆ จากนิทาน เช่น การรู้จักให้อภัย การเอาใจเขามาใส่ใจเรา
  • นิทานอีสปสั้น ๆ 3 บรรทัด เหมาะสำหรับเด็กวัย 3-5 ปี เพราะมีเนื้อหาที่กระชับ และดึงดูดความสนใจของลูกวัยนี้ได้ดี หากมีภาพประกอบด้วย ก็จะช่วยให้ลูกน้อยสนุกกับการอ่านนิทานได้มากขึ้น

เลือกอ่านตามหัวข้อ


นิทานอีสป เป็นนิทานยอดนิยมที่พ่อแม่มักเลือกอ่านให้ลูกฟัง หรือแม้แต่เด็ก ๆ ที่โตพอจะอ่านออกเขียนได้ ก็มักเลือกอ่านนิทานอีสป เพราะมีเนื้อหาที่สั้น กระชับ ภาพประกอบสวยงาม ดำเนินเรื่องด้วยความสนุกสนาน เพลิดเพลิน และปิดท้ายด้วยข้อคิด คติสอนใจที่เข้าใจง่าย แม้เด็ก ๆ จะอ่านนิทานอีสปสั้น ๆ แต่ถ้าอ่านเป็นประจำ ก็จะช่วยส่งเสริมพัฒนาการด้านภาษษและการสื่อสาร เสริมจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ สร้างคุณธรรมจริยธรรมผ่านนิทานอีสปสั้นๆ พร้อมข้อคิด และยังช่วยสานสัมพันธ์ของครอบครัวให้อบอุ่นมากขึ้นด้วย

 


นิทานอีสปสั้น ๆ กับการเรียนรู้ของลูกน้อย

การอ่านนิทานอีสปแบบสั้น ๆ ไม่เพียงช่วยให้ลูกน้อยเกิดความตื่นตาตื่นใจกับเรื่องราวต่าง ๆ เท่านั้น แต่นิทานอีสปเนื้อเรื่องสั้น ๆ นี้ ยังมีส่วนช่วยกระตุ้นทักษะด้านภาษาและการสื่อสารได้เป็นอย่างดี รวมถึงกระตุ้นให้เด็ก ๆ มีทักษะในการเข้าสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วยค่ะ

เมื่อเปิดนิทานเรื่องใหม่และเล่าให้ลูกน้อยฟัง เด็ก ๆ จะได้ซึมซับคำศัพท์ใหม่ ๆ ในทุกวัน เมื่อเด็ก ๆ มีคำศัพท์ในหัวมากขึ้น และได้ฟังรูปประโยคและการใช้คำเหล่านั้นบ่อย ๆ ก็จะเกิดกระบวนการจดจำและมีการเรียนรู้นำมาประยุกต์ใช้จริง ทำให้กล้าสื่อสารและกล้าแสดงความคิดเห็นได้เป็นอย่างดี

มากไปกว่านั้น เนื้อเรื่องในนิทานอีสปแต่ละเรื่องก็มีบริบทที่แตกต่างกันไป จึงช่วยให้เด็ก ๆ มีความเข้าใจในมิติความหลากหลายของเรื่องราวต่าง ๆ ที่เขาไม่เคยพบเจอที่บ้านและที่โรงเรียน และข้อคิดที่ได้จากนิทานอีสปก็ยังช่วยให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้ที่จะเข้าใจมุมมองความรู้สึกของผู้อื่นผ่านเรื่องราวของวัฒนธรรมและวิถีชีวิตที่แตกต่างกันไปในนิทานแต่ละเรื่อง รวมถึงช่วยฝึกฝนให้เด็ก ๆ เรียนรู้ที่จะจัดการกับวิธีคิดและอารมณ์ของตนเองอย่างเหมาะสม ผ่านการกระทำและบทเรียนของตัวละครต่าง ๆ ในนิทานอีสปอีกด้วย


นิทานอีสปสั้น ๆ เหมาะกับเด็กช่วงวัยไหน

นิทานอีสปนั้นจริง ๆ แล้วเหมาะสำหรับเด็ก ๆ ทุกวัยค่ะ ยิ่งเริ่มอ่านนิทานสำหรับเด็กให้ลูกฟังตั้งแต่ยังเล็ก ยิ่งช่วยฝึกนิสัยการอ่านให้แข็งแรง และยังเป็นการกระตุ้นทักษะด้านภาษาและการสื่อสารได้ตั้งแต่อายุยังน้อยอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม สำหรับนิทานอีสปแบบสั้น ๆ นั้น อาจเหมาะกับเด็กอายุระหว่าง 3-5 ปี เพราะเป็นช่วงวัยที่ลูกน้อยเข้าใจคำศัพท์ต่าง ๆ ได้ดี เริ่มมีสมาธิฟังเรื่องสั้น ๆ ได้ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นหนังสือนิทานอีสปที่มีภาพประกอบสวยงาม ก็จะช่วยดึงความสนใจของลูกน้อยได้เป็นอย่างดีทีเดียวค่ะ


นิทานอีสปสั้น ๆ มีภาพประกอบ

ปัจจุบันนี้เทคโนโลยีมีบทบาทกับชีวิตของทุกครอบครัวก็จริง แม้แต่การอ่านนิทานก็ไม่จำเป็นจะต้องอ่านกับหนังสือเป็นเล่ม ๆ อีกต่อไปแล้ว สามารถดาวน์โหลดในอุปกรณ์สมาร์ตโฟนต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกมากขึ้นด้วย

อย่างไรก็ตาม การอ่านนิทานแบบเป็นเล่มและมีภาพประกอบ ถือว่าเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการอ่านนิทานกับหน้าจอ เพราะลูกน้อยจะได้ใช้ประสาทสัมผัสในการเปิดหนังสือนิทานทีละหน้า ๆ ได้สัมผัสกับสีสันและภาพประกอบที่สวยงามกับปลายนิ้วของเขาเอง ประสบการณ์เหล่านี้ช่วยให้เด็กๆ ซึมซับข้อมูลได้มากขึ้นและจดจำเนื้อเรื่องได้ดีขึ้นเมื่ออ่านหนังสือที่ใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้าผ่านการการพลิกหน้ากระดาษ การคั่นหน้า การสัมผัสกระดาษ หรือแม้แต่กลิ่นของหนังสือก็ช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับเด็ก ๆ ได้เช่นกัน

มากไปกว่านั้น การอ่านนิทานแบบเป็นเล่มนั้นมีสิ่งรบกวนน้อยกว่าหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ เพราะเด็ก ๆ มีโอกาสน้อยที่จะถูกดึงความสนใจไปจากลิงก์ต่าง ๆ เช่น ไฮเปอร์ลิงก์ หรือการแจ้งเตือนอื่น ๆ การมีสิ่งรบกวนน้อยลงขณะอ่านนิทาน ยังเอื้อต่อการสนทนาระหว่างพ่อแม่และลูก บางครั้งลูกอาจขอหยุดเพราะสงสัยในบางจุด คุณพ่อคุณแม่สามารถหยุดและอธิบายได้ เป็นการสร้างเสริมความสัมพันธ์ที่อบอุ่นไปพร้อม ๆ กับการสร้างเสริมทักษะด้านภาษาและการสื่อสารของลูกให้ก้าวกระโดด


15 นิทานอีสปสั้น ๆ พร้อมข้อคิด

รวม 15 นิทานอีสปสั้น ๆ พร้อมข้อคิด ผู้แต่งไม่ได้เล่าเรื่องราวที่สนุกเพียงอย่างเดียว แต่นิทานทุกเรื่องจะสอดแทรกคติสอนใจง่าย ๆ ที่สามารถนำไปปรับใช้ได้จริง โดยคุณพ่อคุณแม่สามารถเลือกนิทานอีสปสั้น ๆ เหล่านี้มาเล่าให้ลูกน้อยฟังได้ค่ะ

 

 

  • นิทานอีสปสั้น ๆ 2 บรรทัด

แนะนำ 4 นิทานอีสปสั้น ๆ 2 บรรทัดยอดฮิต พร้อมคติสอนใจลูกน้อย

1.เด็กเลี้ยงแกะ:

เด็กเลี้ยงแกะในหมู่บ้านนึกสนุกอยากเล่นกับความเชื่อใจของผู้คน จึงแกล้งหลอกคนในหมู่บ้านว่าหมาป่ามากินแกะ จนสุดท้ายเมื่อมีฝูงหมาป่ามากินแกะเข้าจริง ๆ แม้เขาจะร้องให้คนช่วยแค่ไหน แต่ชาวบ้านไม่มีใครยอมเชื่อใจเขาอีก สุดท้ายเด็กเลี้ยงแกะจึงต้องเสียฝูงแกะให้กับหมาป่าไปในที่สุดนั่นเอง  

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า: การโกหกของเด็กเลี้ยงแกะเป็นสิ่งที่ไม่ดี และจะนำมาซึ่งผลเสียในระยะยาวที่จะไม่มีใครเชื่อถือได้อีก ขณะที่การเป็นคนซื่อสัตย์และน่าเชื่อถือ จะทำให้เรามีความสุขและได้รับความเคารพจากผู้อื่น


2.เต่ากับกระต่าย:

กระต่ายชอบเยาะเย้ยเจ้าเต่าที่เดินช้าและต้วมเตี้ยม จึงเอ่ยคำท้ากับเต่าให้มาวิ่งแข่งกัน เมื่อถึงวันแข่งกระต่ายออกวิ่งนำไปไกลแบบไม่เห็นฝุ่นและเกิดชะล่าใจขอนอนพักระหว่างทาง เต่าเดินต่อไปช้า ๆ แต่ไม่มีหยุดพัก สุดท้ายจึงเข้าเส้นชัยก่อนกระต่ายที่มัวนอนหลับใต้ต้นไม้

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า: ความอดทน ความพยายาม และความไม่ประมาท แม้ว่ากระต่ายจะวิ่งเร็วกว่า แต่เต่าก็สามารถชนะการแข่งขันได้ด้วยความอดทนและไม่ย่อท้อ แม้ว่าจะไปช้าสักหน่อยแต่ถ้ามีความอดทนและมุ่งมั่นก็สามารถทำสิ่งที่ตั้งใจได้สำเร็จ


3.ราชสีห์กับหนู:

หนูตัวหนึ่งเผลอวิ่งไปชนราชสีห์ที่กำลังนอนหลับอยู่ ราชสีห์ตื่นขึ้นและตะปบหนูพร้อมที่จะกิน แต่หนูร้องขอชีวิตและเสนอว่าวันหน้าจะช่วยชีวิตราชสีห์บ้าง ราชสีห์นึกขันแต่ก็ปล่อยหนูไป วันหนึ่งราชสีห์ติดกับดักนายพราน หนูผ่านมาเจอและได้ร่วมแรงร่วมใจกันกัดบ่วงเพื่อปลดปล่อยราชสีห์ให้เป็นอิสระ

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า: การตอบแทนบุญคุณของหนูตัวเล็กๆ ต่อราชสีห์เจ้าป่าที่หนูเคยอ้อนวอนขอชีวิตให้ปล่อยตัวเองไป ท้ายที่สุดราชสีห์ที่ติดบ่วงนายพรานต้องอาศัยความช่วยเหลือจากหนูตัวเล็กๆ ที่กลับมาตอบแทนบุญคุณในภายหลัง


4.อึ่งอ่างกับวัว:

วัวตัวหนึ่งมากินน้ำที่บึงและเหยียบลูกอึ่งอ่างตายไปหลายตัว เมื่อแม่อึ่งอ่างกลับมาที่บึงก็ถามลูกอึ่งอ่างว่าเกิดอะไรขึ้น ลูกอึ่งอ่างบอกว่ามีสัตว์ประหลาดตัวโตมาเหยียบน้อง ๆ ตาย แม่อึ่งอ่างพยายามพองตัวให้ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ตามคำบอกเล่าของลูก เพราะอยากรู้ว่าสัตว์ประหลาดนั้นตัวใหญ่แค่ไหน จนในที่สุดก็ท้องแตกตาย

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า: การรู้จักประมาณตนและไม่ฝืนทำในสิ่งที่เกินความสามารถ เฉกเช่นอึ่งอ่างที่พองตัวใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เลียนแบบวัว จนท้องแตกตายในที่สุด


  • นิทานอีสปสั้น ๆ 3 บรรทัด

แนะนำ 4 นิทานอีสปสั้น ๆ 3 บรรทัด พร้อมข้อคิดดี ๆ ฝึกให้ลูกน้อยรู้จักคิดดี ทำดี

5.อีกากับหงส์:

อีกาตัวหนึ่งรู้สึกไม่ชอบใจกับสีขนของตัวเองที่มีแค่เพียงขนสีดำทั่วทั้งตัว และรู้สึกอิจฉาเหล่าหงส์ที่มีขนสีขาวสวยงาม อีกาจึงตัดสินใจที่จะใช้ชีวิตให้เหมือนกับหงส์โดยการว่ายน้ำและงมกินตะไคร่น้ำ หวังว่าการทำแบบนั้นจะเปลี่ยนให้ขนของมันกลายเป็นสีขาวขึ้นมาในวันหนึ่ง มันพยายามล้างขัดขนอยู่ทุกวัน และเทียวกินแต่พืชน้ำ จนร่างกายเริ่มผ่ายผอม และในท้ายที่สุดอีกาตัวนั้นก็ค่อย ๆ อ่อนแรงจนสิ้นใจตายในที่สุด

นิทานเรื่องนี้สอนให้เราเข้าใจว่า: การยอมรับในธรรมชาติของตัวเรา และการมองเห็นคุณค่าของตัวเองเป็นสิ่งสำคัญ การทำอะไรที่ไม่ได้เหมาะกับเราแล้ว รังแต่จะเกิดผลเสียมากกว่าผลดี


6.ห่านกับไข่ทองคำ:

ชาวนาคนหนึ่งมีฐานะยากจน แต่ละวันจะนำไข่ห่านที่ออกเพียงวันละหนึ่งฟองไปขายในตลาดพอได้เงินกลับมาจุนเจือครอบครัว แม่ห่านนึกสงสารชาวนายากจนมากจึงออกไข่ออกมาเป็นทองคำให้ชาวนานำไปขายทุก ๆ วันจนสามารถสร้างฐานะร่ำรวยขึ้นมาได้ แต่ชาวนาเกิดความโลภ และคิดว่าถ้าหากผ่าท้องห่านจะเจอไข่ทองคำมากมาย จึงฆ่าห่านตัวนั้นแล้วผ่าท้อง แต่กลับไม่พบไข่ทองคำ เมื่อไม่มีไข่ทองคำไปชาย ชาวนาก็ค่อย ๆ ยากจนลงเรื่อย ๆ

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า: ความโลภนำไปสู่ความสูญเสีย การพอใจและมีความสุขกับสิ่งที่เรามีอยู่คือความสุขที่ยั่งยืน


7.มดกับนกพิราบ:

มดตัวหนึ่งเดินพลัดตกลงไปในแม่น้ำ ฝ่ายนกพิราบมองเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดจึงตัดสินใจคาบกิ่งไม้โยนลงไปให้เจ้ามดเกาะเพื่อพยุงตนเองไม่ให้จมน้ำตาย ต่อมาไม่นานขณะที่นกพิราบออกหากินตามปกติในวันหนึ่ง บังเอิญมีนายพรานผ่านมาพอดีและจ้องจะยิงนกพิราบและนำกลับไปเป็นอาหาร มดตัวนั้นจึงรีบพุ่งตัวไปกัดที่เท้าของนายพราน นายพรานทนความเจ็บปวดไม่ไหวจึงทำปืนลั่น นกพิราบได้ยินเสียงปืนดังลั่นก็ตกใจบินหนีรอดไปได้ในที่สุด

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า: เมื่อเราได้รับความช่วยเหลือจากผู้อื่น เมื่อถึงเวลาที่ผู้อื่นเดือดร้อนก็ควรตอบแทนบุญคุณนั้นกลับไป มิตรภาพที่ดีจะนำมาซึ่งความช่วยเหลือเกื้อกูล เช่นเดียวกับความสัมพันธ์ที่ดีที่สร้างขึ้นระหว่างมดกับนกกระสา


8.มดกับตั๊กแตน:

วันหนึ่งในฤดูร้อน เจ้าตั๊กแตนพยายามเชื้อเชิญให้เหล่ามดมาร่วมร้องรำทำเพลงด้วยกัน แต่ฝูงมดต่างก็ปฏิเสธและบอกว่าพวกมันไม่มีเวลามาร้องเพลงหรอก เพราะต้องเตรียมอาหารตุนไว้ใช้สำหรับหน้าหนาว ตั๊กแตนได้ฟังก็หัวเราะและตอบว่า "จะรีบไปทำไม ฤดูหนาวอีกนานกว่าจะถึง" จนกระทั่งฤดูหนาวมาถึงจริง ๆ ตั๊กแตนต้องเดินไปขอแบ่งอาหารจากฝูงมด เพราะเตรียมอาหารไม่ทัน ฝูงมดได้ทีจึงนึกเยาะเย้ยว่า "ถ้าร้องเพลงในหน้าร้อนได้อย่างสบายใจ ทำไมไม่ร้องต่อในหน้าหนาวนี้ล่ะ?"

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า: คนเราควรรู้จักความขยันหมั่นเพียรและการเตรียมตัวรับมือกับอนาคต และความเกียจคร้านจะนำไปสู่ความยากลำบากเหมือกับตั๊กแตนที่มัวแต่สนุกสนานโดยไม่คิดถึงอนาคต จึงต้องเผชิญกับความยากลำบากในที่สุด


  • นิทานอีสปสั้น ๆ 4 บรรทัด

แนะนำ 4 นิทานอีสปสั้น ๆ 4 บรรทัด พร้อมข้อคิด ช่วยฝึกฝนให้ลูกน้อยได้เรียนรู้สิ่งดี ๆ ตั้งแต่ยังเล็ก

9.หมาจิ้งจอกกับแพะ:

หมาจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ตัวหนึ่งเกิดเดินเซ่อซ่าและพลัดตกลงไปในบ่อน้ำแห่งหนึ่ง มันพยายามอยู่นานแต่ก็ยังไม่สามารถขึ้นมาจากบ่อน้ำนั้นได้ ขณะที่มันกำลังท้อแท้สิ้นหวังกับชีวิตอยู่นั้น จู่ ๆ ก็มีแพะตัวหนึ่งเดินผ่านมาที่บ่อน้ำนั้นพอดี หมาจิ้งจอกจึงหลอกแพะว่าน้ำในบ่อนี้เย็นและอร่อยมาก ทำไมไม่ลงมากินน้ำด้วยกันล่ะ แพะที่กำลังหิวน้ำหยุดยืนคิดอยู่ครู่หนึ่งและตัดสินใจกระโดดลงบ่อน้ำตามที่หมาจิ้งจอกบอก หมาจิ้งจอกเห็นดังนั้นก็ยิ้มออก มันรีบขึ้นเหยียบหลังแพะ และกระโดดออกมาจากบ่อน้ำ ทิ้งให้แพะติดอยู่ในบ่อน้ำตามลำพัง ก่อนไปมันยังเยาะเย้ยแพะอีกว่า “ถ้าฉลาดสักนิด เจ้าก็ไม่ต้องติดในบ่อนั่นหรอก”

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า: อย่าหลงเชื่อคำพูดของใคร ให้พิจารณาก่อนทุกครั้ง คิดให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ เนื่องจากแพะไม่คิดไตร่ตรองให้ดีก่อนกระโดดลงไปในบ่อ ทำให้ตกเป็นเหยื่อของหมาจิ้งจอกในที่สุด


10.หมากับเงา:

หมาตัวหนึ่งเดินคาบกระดูกชิ้นโตมาด้วยความภาคภูมิใจว่าวันนี้มันสามารถหากระดูกชิ้นงามได้ จนกระทั่งมันเดินผ่านบ่อน้ำแห่งหนึ่ง และมองเห็นหมาอีกตัวอยู่ในบ่อน้ำนั้น เจ้าหมาไม่ทันได้สติจึงหลงคิดว่าหมาที่เห็นในน้ำนั้นเป็นหมาจริง ๆ เพราะมัวแต่จดจ้องว่าหมาอีกตัวกำลังคาบกระดูกชิ้นที่ใหญ่กว่า มันเกิดความโลภขึ้นมาและคิดว่าถ้าทิ้งกระดูกท่อนนี้ไปเสีย มันก็จะแย่งเอากระดูกชิ้นใหญ่นั้นมาครองได้ คิดดังนั้นมันจึงปล่อยกระดูกที่คาบอยู่ในปากออก กระดูกชิ้นนั้นหล่นลงน้ำไป สุดท้ายเจ้าหมาจึงได้เห็นความจริงว่า หมาที่คาบกระดูกชิ้นใหญ่ในน้ำนั้น ที่แท้เป็นแค่เงาสะท้อนของมันนั่นเอง

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า: ความโลภเป็นสิ่งที่ไม่ดี และการพอใจในสิ่งที่เรามีอยู่เป็นสิ่งสำคัญ การยึดติดกับสิ่งของหรือทรัพย์สินมากเกินไป อาจนำมาซึ่งความทุกข์ใจและความเสียใจในภายหลัง


11.หมาป่ากับวัว:

กาลครั้งหนึ่งมีฝูงหมาป่าหิวโซอยู่ฝูงหนึ่ง พวกมันไม่ได้กินอะไรมาหลายวันแล้ว ด้วยความกระหายพวกมันจึงรวมกลุ่มกันเดินไปที่แม่น้ำเพื่อที่จะดื่มน้ำดับกระหาย และหวังว่าน้ำจะช่วยให้พวกมันคลายหิวไปได้บ้าง ขณะกำลังดื่มน้ำพวกมันก็มองเห็นหนังสัตว์ที่จมอยู่ในแม่น้ำ ซึ่งเหล่าคนฟอกหนังนำเอามาแช่ไว้ ด้วยความหิวพวกมันจึงรวมหัวคิดหาทางที่จะไปนำหนังสัตว์พวกมันมากินประทังความหิว สุดท้ายพวกมันตัดสินใจว่าจะช่วยกันดื่มน้ำในแม่น้ำให้หมด เพื่อจะได้เดินลงไปกินหนังสัตว์เหล่านั้นได้ พวกมันช่วยกินดื่มน้ำในแม่น้ำเรื่อย ๆ แต่น้ำในแม่น้ำก็ไม่ลดลง จนในที่สุดพวกมันก็ท้องแตกตายตรงริมแม่น้ำนั่นเอง

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า: การทำอะไรที่เกินตัว มักจะนำมาซึ่งหายนะแก่ชีวิต คนเราควรรู้จักที่จะประมาณตนอย่างพอดีและไม่ประมาทเป็นดีที่สุด


12.อีกากับเหยือกน้ำ:

ในช่วงฤดูแล้งที่ยาวนาน เหล่าฝูงนกมักจะหาน้ำดื่มได้ลำบาก ต่างก็กระหายน้ำไปตาม ๆ กัน ขณะนั้นมีอีกาตัวหนึ่งที่กำลังกระหายน้ำบินผ่านมาพบเหยือกน้ำที่มีน้ำอยู่เพียงก้นเหยือกเล็กน้อย แต่เหยือกนั้นทั้งสูงและคอแคบ ไม่ว่าอีกาจะพยายามแค่ไหน มันก็เอื้อมไม่ถึงน้ำสักที จนมันเกือบจะยอมแพ้ด้วยความสิ้นหวัง แต่แล้วความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัว มันตัดสินใจเปลี่ยนแผนไปหยิบก้อนหินเล็ก ๆ ขึ้นมาหนึ่งก้อนแล้วโยนลงไปในเหยือก จากนั้นก็โยนอีกก้อน และอีกก้อน ทุกครั้งที่โยนก้อนหิน น้ำก็จะสูงขึ้นเล็กน้อย จนในที่สุดก็น้ำก็สูงพอที่มันจะดื่มได้

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า: การมีปฏิภาณไหวพริบ จะช่วยให้เราสามารถเอาตัวรอดได้ แม้ในสถานการณ์ที่คับขัน สติปัญญาที่ดีก็จะช่วยไขทางออกได้เสมอ


  • นิทานอีสปสั้น ๆ 5 บรรทัด

แนะนำ 3 นิทานอีสปสั้น ๆ 5 บรรทัด พร้อมข้อคิดดี ๆ ให้ลูกน้อยได้เรียนรู้และนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน

13.เด็กชายกับฝูงกบ:

วันหนึ่งมีเด็กชายกลุ่มหนึ่งกำลังเล่นสนุกกันอยู่ที่ริมสระน้ำ ซึ่งสระน้ำนั้นมีครอบครัวกบอาศัยอยู่ เด็ก ๆ ต่างกำลังสนุกสนานกับการโยนก้อนหินลงไปในสระน้ำเพื่อให้ก้อนหินนั้นกระเด้งข้ามน้ำไปยังอีกฝั่งได้ ก้อนหินหลายสิบลอยไปมาอย่างรวดเร็ว แต่ในขณะที่เด็ก ๆ สนุกสนานกันมากนั้น แต่เหล่าฝูงกบในสระน้ำต่างหลบซ่อนกันตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว กบหลายตัวก็ตายเพราะโดดก้อนหินกระเด็ดนมาใส่อย่างรุนแรง จนในที่สุดมีกบตัวหนึ่งที่อาวุโสที่สุดในฝูงและมีความกล้าหาญเป็นอย่างยิ่งทนเห็นเหตุการณ์ต่อไปอีกไม่ได้ จึงตัดสินใจโผล่หัวขึ้นมาจากน้ำแล้วพูดว่า "โอ้ เด็กๆ ที่รัก โปรดหยุดเล่นโหดร้ายนี้เถอะ! ถึงแม้จะสนุกสำหรับพวกเธอ แต่มันหมายถึงความตายสำหรับพวกเรา!" 

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า: คนเราไม่ควรมีความสุขบนความทุกข์ของคนอื่น ในฐานะเพื่อนมนุษย์เราควรรู้จักเห็นใจผู้อื่นอยู่ และไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่นโดยไม่มีสติยั้งคิด


14.ชาวนากับลูกชาย:

ชาวนาชราผู้มั่งคั่งคนหนึ่งรู้สึกว่าตนเองคงมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน จึงเรียกบรรดาบุตรชายมาเข้าเฝ้าที่ข้างเตียง และกล่าวว่า “ลูกๆ ของพ่อ ฟังสิ่งที่พ่อจะบอกให้ดี อย่าได้ขายที่ดินที่ตกทอดกันมาหลายชั่วอายุคนนี้ไปโดยเด็ดขาด บนที่ดินผืนนี้มีสมบัติล้ำค่าซ่อนอยู่ พ่อไม่รู้ตำแหน่งที่แน่นอน แต่ว่ามันมีอยู่ และพวกเจ้าจะต้องหามันเจออย่างแน่นอน จงทุ่มเทความพยายามอย่างเต็มที่และขุดค้นให้ทั่วทุกหนทุกแห่ง” หลังบิดาเสียชีวิตลง และทันทีที่ฝังศพเสร็จ บรรดาบุตรชายก็เริ่มขุดค้นอย่างสุดกำลังบนที่ดินทุกตารางฟุตด้วยจอบ แต่ถึงแม้จะขุดค้นทั่วทั้งฟาร์มสองสามรอบแล้วก็ตาม พวกเขาก็ไม่พบทองคำหรือสมบัติใด ๆ ที่ซ่อนอยู่ แต่เมื่อถึงฤดูเก็บเกี่ยว เมื่อพวกเขาได้ชำระบัญชีและได้กำไรมากมายเกินกว่าเพื่อนบ้านคนใด พวกเขาก็เข้าใจในที่สุดว่าสมบัติที่พ่อของพวกเขาเคยบอกไว้คือความมั่งคั่งจากผลผลิตที่อุดมสมบูรณ์ และในความขยันหมั่นเพียรของพวกเขานั่นเองคือสมบัติที่แท้จริง

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า: ความขยันหมั่นเพียรนั้น ถือเป็นสมบัติที่มีค่าอย่างหนึ่ง และในทุก ๆ ความสำเสร็จ ย่อมมีความขยันเป็นจุดเริ่มต้นเสมอ


15.สองนักเดินทางกับหมี:

ชายนักเดินทางสองคนกำลังเดินทางด้วยกัน ขณะที่กำลังเดินผ่านป่าแห่งหนึ่ง จู่ ๆ ก็มีหมีตัวใหญ่พุ่งตัวออกมาจากพุ่มไม้ใกล้ ๆ  กับชายนักเดินทางทั้งสอง พวกเขาต่างตกใจผละออกคนละทาง ชายคนหนึ่งคิดเอาตัวรอดแต่เพียงผู้เดียว จึงรีบวิ่งไปที่ต้นไม้และตัดสินใจปีนขึ้นต้นไม้ไปเพียงลำพังคนเดียวโดยไม่สนใจเพื่อนนักเดินทางอีกคน ส่วนชายนักเดินทางอีกคนรู้ตัวว่าถูกเพื่อนทิ้งไปแล้ว แต่ก็รู้ตัวว่าไม่สามารถต่อสู้กับหมีที่ดุร้ายตัวนั้นได้เพียงลำพัง เขาจึงตัดสินใจทิ้งตัวลงนอนกับพื้น หยุดนอนแน่นิ่งราวกับร่างของคนที่ตายแล้ว เพราะเขาเคยได้ยินมาว่าหมีจะไม่แตะต้องศพ สิ่งที่เขาคิดนั้นเป็นความจริง เพราะหมีดมหัวชายคนนั้นอยู่ครู่หนึ่ง แล้วดูเหมือนจะพอใจว่าเขาตายแล้ว จึงเดินจากไป ชายที่อยู่บนต้นไม้ปีนลงมา “ดูเหมือนว่าหมีตัวนั้นจะกระซิบข้างหูคุณนะ” เขาพูด “มันบอกอะไรคุณเหรอ” “มันบอกว่าฉันไม่ฉลาดเลยที่จะคบหากับเพื่อนที่ทิ้งกันได้แม้ในยามมีอันตรายเช่นนี้”

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า: ในบางครั้งความโชคร้ายก็อาจเป็นบททดสอบของมิตรภาพที่แท้จริง คนเราควรมีน้ำใสใจจริงให้กันและกัน ช่วยเหลือกันในยามยาก จึงจะเรียกได้ว่าเป็นเพื่อนแท้


15 นิทานอีสปภาษาอังกฤษสั้น ๆ พร้อมคําอ่าน

รวมนิทานอีสปภาษาอังกฤษสั้น ๆ ที่น่าอ่าน พร้อมคำอ่านภาษาไทย ช่วยปูพื้นฐานทักษะทางภาษากับเรื่องราวที่สนุกสนานจากนิทานอีสป

 

 

  • เรื่องที่ 1 The Wind and the Sun – เดอะ วินด์ แอนด์ เดอะ ซัน

There was once an argument between the wind and the sun about who was stronger than the other.

แดร์ วอซ วันซ์ แอน อาร์-กิว-เมินท์ บี-ทวีน เดอะ วินด์ แอนด์ เดอะ ซัน อะ-เบาท์ ฮู วอซ สตรอง-เกอร์ แดน ดิ อัธ-เธอร์

They argued for a long time but neither of them emerged the winner.

เดย์ อาร์-กิวด์ ฟอร์ อะ ลอง ไทม์ บัท ไน-เธอร์ ออฟ เด็ม อิ-เมิร์จด์ เดอะ วิน-เนอร์

It wasn’t too long before they spotted a man walking on the road.

อิท วอซ-เซินท์ ทู ลอง บี-ฟอร์ เดย์ สพอท-ทิด อะ แมน วอค-คิง ออน เดอะ โรด

Looking at the man wearing a coat, an idea struck them both.

ลุค-คิง แอท เดอะ แมน แวร์-ริง อะ โค้ท แอน ไอ-เดีย สตรัค เด็ม โบธ

They challenged each other that the one who succeeded in removing the coat from the man’s back was the strongest.

เดย์ แชล-เลินจด์ อีช อัธ-เธอร์ แดท เดอะ วัน ฮู ซัค-ซีด-ดิด อิน รี-มูฟ-วิง เดอะ โค้ท ฟรอม เดอะ แมนส์ แบ็ค วอซ เดอะ สตรอง-เกิสท์

The wind volunteered to try first.

เดอะ วินด์ วอล-เลิน-เทียร์ด ทู ทราย เฟิร์สท์

It began to blow hard, raising gusts of air and making it harder for the man to take a step further.

อิท บิ-แกน ทู โบลว์ ฮาร์ด เร-ซิง กัสท์ส ออฟ แอร์ แอนด์ เมค-คิง อิท ฮาร์ด-เดอร์ ฟอร์ เดอะ แมน ทู เทค อะ สเต็ป เฟอร์-เธอร์

But, the man clutched his coat tight around him and resumed walking with great difficulty.

บัท เดอะ แมน คลัทช์ด ฮิส โค้ท ไทท์ อะ-ราวนด์ ฮิม แอนด์ รี-ซูมด์ วอค-คิง วิธ เกรท ดิฟ-ฟิ-เคิล-ที

The wind continued blowing harder and harder, but the man held on to his coat tighter and tighter.

เดอะ วินด์ คอน-ทิน-ยูด โบลว-อิง ฮาร์ด-เดอร์ แอนด์ ฮาร์ด-เดอร์ บัท เดอะ แมน เฮลด์ ออน ทู ฮิส โค้ท ไทท์-เทอร์ แอนด์ ไทท์-เทอร์

And continued his journey forward.

แอนด์ คอน-ทิน-ยูด ฮิส เจอร์-นี ฟอร์-เวิร์ด

Finally, the wind was exhausted and gave up.

ไฟ-แนล-ลี เดอะ วินด์ วอซ อิก-ซอส-ทิด แอนด์ เกฟ อัพ

His efforts had been futile.

ฮิส เอฟ-เฟิร์ทส์ แฮด บีน ฟิว-ทัล

It was now the turn of the sun.

อิท วอซ นาว เดอะ เทิร์น ออฟ เดอะ ซัน

He looked at the man and began to gently shine upon the path the man was walking on.

ฮี ลุคท์ แอท เดอะ แมน แอนด์ บิ-แกน ทู เจนท์-ลี ไชน์ อะ-พอน เดอะ พาธ เดอะ แมน วอซ วอค-คิง ออน

The man looked up at the sky – surprised at the change in weather.

เดอะ แมน ลุคท์ อัพ แอท เดอะ สกาย เซอร์-ไพรซด์ แอท เดอะ เชนจ์ อิน เวธ-เธอร์

The sun did not spend much energy, neither did he apply any effort.

เดอะ ซัน ดิด น็อท สเปนด์ มัช เอน-เนอร์-จี ไน-เธอร์ ดิด ฮี อะ-พลาย เอน-นี เอฟ-เฟิร์ท

He just continued shining upon the man’s head gently.

ฮี จัสท์ คอน-ทิน-ยูด ไช-นิง อะ-พอน เดอะ แมนส์ เฮด เจนท์-ลี

Soon the man was huffing and puffing, and sweating profusely.

ซูน เดอะ แมน วอซ ฮัฟ-ฟิง แอนด์ พัฟ-ฟิง แอนด์ สเวท-ทิง โพร-ฟิวส-ลี

Unable to bear the rising heat, the man finally took off his coat and headed to a nearby tree to rest for a while under its shade.

อัน-เอ-เบิล ทู แบร์ เดอะ ไร-ซิง ฮีท เดอะ แมน ไฟ-แนล-ลี ทุค ออฟ ฮิส โค้ท แอนด์ เฮด-ดิด ทู อะ เนียร์-บาย ทรี ทู เรสท์ ฟอร์ อะ ไวล์ อัน-เดอร์ อิทส์ เชด


  • เรื่องที่ 2. The Boy Who Cried Wolf – เดอะ บอย ฮู ครายดิด วูล์ฟ

Once there was a boy who kept sheep.

วันซ์ แดร์ วอซ อะ บอย ฮู เค็พท์ ชีพ

Every morning, he would take his sheep and head out to the pastures just outside the village.

เอฟ-วรี มอร์-นิง ฮี วูด เทค ฮิส ชีพ แอนด์ เฮด เอาต์ ทู เดอะ แพส-เชอร์ส จัสท์ เอาท์-ไซด์ เดอะ วิล-ลิจ

The sheep would graze there and the boy would idle his time in the shade of an apple tree.

เดอะ ชีพ วูด เกรซ แดร์ แอนด์ เดอะ บอย วูด ไอ-เดิล ฮิส ไทม์ อิน เดอะ เชด ออฟ แอน แอป-เพิล ทรี

Often, when he would get bored of snoring under the tree, or eating apples from it, he would climb up to the top of the tree and call out in a loud voice, “Wolf! Wolf!”

ออฟ-เฟิน เว็น ฮี วูด เก็ต บอร์ด ออฟ สนอร์-ริง อัน-เดอร์ เดอะ ทรี ออร์ อีท-ทิง แอป-เพิลส์ ฟรอม อิท ฮี วูด ไคลม์ อัพ ทู เดอะ ท็อป ออฟ เดอะ ทรี แอนด์ คอล เอาต์ อิน อะ เลาด์ วอยซ์

“Wolf! Wolf!”

วูล์ฟ! วูล์ฟ!

The villagers would drop everything they were doing.

เดอะ วิล-ลิ-เจอร์ส วูด ดรอป เอฟ-วรี-ธิง เดย์ เวอร์ ดู-อิง

And they would run to the pastures to help the boy save his sheep from the wolf’s sharp teeth.

แอนด์ เดย์ วูด รัน ทู เดอะ แพส-เชอร์ส ทู เฮลป์ เดอะ บอย เซฟ ฮิส ชีพ ฟรอม เดอะ วูล์ฟส์ ชาร์ป ทีธ

Once they arrived there, the boy would laugh and call out, “Tricked you!”

วันซ์ เดย์ อะ-ไรฟด์ แดร์ เดอะ บอย วูด แลฟ แอนด์ คอล เอาต์

“Tricked you!”

ทริคท์ ยู!

The wicked, little boy would play this joke everyday until one day, the villagers got tired of him and decided to ignore him in the future.

เดอะ วิค-คิด ลิท-เทิล บอย วูด เพลย์ ดิส โจ๊ก เอฟ-วรี-เดย์ อัน-ทิล วัน เดย์ เดอะ วิล-ลิ-เจอร์ส ก็อท ไทเอิร์ด ออฟ ฮิม แอนด์ ดิ-ไซ-ดิด ทู อิก-นอร์ ฮิม อิน เดอะ ฟิว-เชอร์

One day, as the boy sat eating apples on one of the branches of the tree, a wolf did come into the pasture.

วัน เดย์ แอซ เดอะ บอย แซท อีท-ทิง แอป-เพิลส์ ออน วัน ออฟ เดอะ แบรน-ชิส ออฟ เดอะ ทรี อะ วูล์ฟ ดิด คัม อิน-ทู เดอะ แพส-เชอร์

The wolf saw the large herd of sheep and jumped right into the midst of it.

เดอะ วูล์ฟ ซอ เดอะ ลาร์จ เฮิร์ด ออฟ ชีพ แอนด์ จัมพ์ท ไรท์ อิน-ทู เดอะ มิสต์ ออฟ อิท

The boy shouted in fear, “Wolf! Wolf!”

เดอะ บอย เชา-ทิด อิน เฟียร์

“Wolf! Wolf!”

วูล์ฟ! วูล์ฟ!

The villagers heard his cries and nodded to each other.

เดอะ วิล-ลิ-เจอร์ส เฮิร์ด ฮิส ครายส์ แอนด์ น็อด-ดิด ทู อีช อัธ-เธอร์

“There goes the boy with his pranks again”, said one villager.

“แดร์ โกซ เดอะ บอย วิธ ฮิส แพร็งก์ส อะ-เกน” เซด วัน วิล-ลิ-เจอร์

“Oh! But we will not be tricked by him again, will we?!” replied another.

“โอ้! บัท วี วิล น็อท บี ทริคท์ บาย ฮิม อะ-เกน วิล วี?!” รี-พลายด์ อะ-นัธ-เธอร์

The villagers went about their work as usual, ignoring the boy’s cries.

เดอะ วิล-ลิ-เจอร์ส เวนท์ อะ-เบาท์ แดร์ เวิร์ก แอซ ยู-ชวล อิก-นอร์-ริง เดอะ บอยส์ ครายส์

The boy saw the wolf eat up his sheep.

เดอะ บอย ซอ เดอะ วูล์ฟ อีท อัพ ฮิส ชีพ

He ran to the villagers calling them to come and help him.

ฮี แรน ทู เดอะ วิล-ลิ-เจอร์ส คอล-ลิง เด็ม ทู คัม แอนด์ เฮลป์ ฮิม

But the villagers just scowled at him and went about their business.

บัท เดอะ วิล-ลิ-เจอร์ส จัสท์ สเกาลด์ แอท ฮิม แอนด์ เวนท์ อะ-เบาท์ แดร์ บิซ-นิส

The boy ran back to the pasture.

เดอะ บอย แรน แบ็ค ทู เดอะ แพส-เชอร์

But the wolf had already killed most of his sheep, finishing a hearty meal.

บัท เดอะ วูล์ฟ แฮด ออล-เรด-ดี คิลด์ โมสต์ ออฟ ฮิส ชีพ ฟิ-นิช-ชิง อะ ฮาร์-ที มีล


  • เรื่องที่ 3 The Angry Lion - ดิ แองกรี้ ไล-อัน

There was once an enraged lion, filled with anger and hatred, hoping to find another lion he could fight with and kill.

แดร์ วอซ วันซ์ แอน เอน-เรจด์ ไล-อัน ฟิลด์ วิธ แอง-เกอร์ แอนด์ เฮท-ทริท โฮพ-พิง ทู ไฟนด์ อะ-นัธ-เธอร์ ไล-อัน ฮี คูด ไฟท์ วิธ แอนด์ คิล

Then, as he was looking down into a well, there it was: a lion had fallen in there.

เด็น แอซ ฮี วอซ ลุค-คิง ดาวน์ อิน-ทู อะ เวล แดร์ อิท วอซ อะ ไล-อัน แฮด ฟอล-เลิน อิน แดร์

It was just his own reflection in the water, of course, but he saw what he wanted to see.

อิท วอซ จัสท์ ฮิส โอน รี-เฟล็ค-ชัน อิน เดอะ วอ-เทอร์ ออฟ คอร์ส บัท ฮี ซอ วอท ฮี วอน-ทิด ทู ซี

The angry lion, convinced he had found the enemy he was hoping to find, sprang and jumped into the well, and he drowned.

ดิ แอง-กรี ไล-อัน คัน-วินซ์ด ฮี แฮด เฟานด์ ดิ เอน-นะ-มี ฮี วอซ โฮพ-พิง ทู ไฟนด์ สแปรง แอนด์ จัมพ์ท อิน-ทู เดอะ เวล แอนด์ ฮี ดราวนด์

So it is that those who are angry often do more harm to themselves than to anyone else.

โซ อิท อิส แดท โธซ ฮู อาร์ แอง-กรี ออฟ-เฟิน ดู มอร์ ฮาร์ม ทู เด็ม-เซลฟส์ แดน ทู เอน-นี-วัน เอลส์


  • เรื่องที่ 4 The Hare and The Tortoise – เดอะ แฮร์ แอนด์ เดอะ ทอร์-ทิส

There was once a Hare who always bragged about how fast he could run.

แดร์ วอซ วันซ์ อะ แฮร์ ฮู ออล-เวย์ส แบร็กด์ อะ-เบาท์ ฮาว ฟาสท์ ฮี คูด รัน

Tired of his boasting, all the animals got together and told the Hare to pick an animal with whom he would have to race.

ไทเอิร์ด ออฟ ฮิส โบส-ทิง ออล ดิ แอน-นิ-เมิลส์ ก็อท ทู-เกธ-เธอร์ แอนด์ โทลด เดอะ แฮร์ ทู พิค แอน แอน-นิ-เมิล วิธ ฮูม ฮี วูด แฮฟ ทู เรซ

If he won, he could continue to boast to the animals of not just this forest, but the surrounding ones as well.

อิฟ ฮี วัน ฮี คูด คอน-ทิน-ยู ทู โบสต์ ทู ดิ แอน-นิ-เมิลส์ ออฟ น็อท จัสท์ ดิส ฟอ-เรสท์ บัท เดอะ เซอะ-ราวน-ดิง วันส์ แอซ เวล

But if he lost, he would not utter a single word about his speed, to anyone ever again.

บัท อิฟ ฮี ลอสท์ ฮี วูด น็อท อัท-เทอร์ อะ ซิง-เกิล เวิร์ด อะ-เบาท์ ฮิส สปีด ทู เอน-นี-วัน เอฟ-เวอร์ อะ-เกน

The Hare agreed.

เดอะ แฮร์ อะ-กรีด

He had seen that the Tortoise was slow at walking.

ฮี แฮด ซีน แดท เดอะ ทอร์-ทิส วอซ สโลว์ แอท วอค-คิง

So he decided to race against the Tortoise.

โซ ฮี ดิ-ไซ-ดิด ทู เรซ อะ-เกนสท์ เดอะ ทอร์-ทิส

All the animals gathered to watch the race as they were curious to know the outcome.

ออล ดิ แอน-นิ-เมิลส์ แกธ-เธิร์ด ทู วอทช์ เดอะ เรซ แอซ เดย์ เวอร์ คิว-เรียส ทู โนว์ ดิ เอาท์-คัม

They marked a winding path down the forest for the race.

เดย์ มาร์คท์ อะ ไวน-ดิง พาธ ดาวน์ เดอะ ฟอ-เรสท์ ฟอร์ เดอะ เรซ

The Hare ran for a while, then paused and looked back.

เดอะ แฮร์ แรน ฟอร์ อะ ไวล์ เด็น พอซด์ แอนด์ ลุคท์ แบ็ค

The Tortoise was way behind him.

เดอะ ทอร์-ทิส วอซ เวย์ บี-ไฮนด์ ฮิม

He thought he would sit down and rest a while, while the Tortoise caught up.

ฮี ธอท ฮี วูด ซิท ดาวน์ แอนด์ เรสท์ อะ ไวล์ ไวล์ เดอะ ทอร์-ทิส คอท อัพ

He stretched out in the shade of a tree, and ‘Lo! fell fast asleep.

ฮี สเทรชท์ เอาท์ อิน เดอะ เชด ออฟ อะ ทรี แอนด์ โล เฟล ฟาสท์ อะ-สลีพ

The Tortoise, in the meanwhile, steadily walked and walked and walked.

เดอะ ทอร์-ทิส อิน เดอะ มีน-ไวล์ สเทด-ดิ-ลี วอคท์ แอนด์ วอคท์ แอนด์ วอคท์

He never stopped until he reached the finishing line.

ฮี เนฟ-เวอร์ สต็อพท์ อัน-ทิล ฮี รีชท์ เดอะ ฟิ-นิช-ชิง ไลน์

The animals who were watching the race, cheered loudly for the Tortoise.

ดิ แอน-นิ-เมิลส์ ฮู เวอร์ วอทช์-ชิง เดอะ เรซ เชียร์ด เลาด์-ลี ฟอร์ เดอะ ทอร์-ทิส

The sound woke up the Hare.

เดอะ ซาวนด์ โวค อัพ เดอะ แฮร์

He stretched and started running again.

ฮี สเทรชท์ แอนด์ สตาร์-ทิด รัน-นิง อะ-เกน

But it was too late.

บัท อิท วอซ ทู เลท

The Tortoise had already crossed the finish line.

เดอะ ทอร์-ทิส แฮด ออล-เรด-ดี ครอสท์ เดอะ ฟิ-นิช ไลน์


  • เรื่องที่ 5 The Lamb and The Wolf - เดอะ แลมบ์ แอนด์ เดอะ วูล์ฟ 

A lamb was returning alone from the pasture.

อะ แลมบ์ วอซ รี-เทิร์น-นิง อะ-โลน ฟรอม เดอะ แพส-เชอร์

Seeing him unprotected, a wolf started following him with the intent of eating him.

ซี-อิง ฮิม อัน-โพร-เทค-ทิด อะ วูล์ฟ สตาร์-ทิด ฟอล-โล-อิง ฮิม วิธ ดิ อิน-เทนท์ ออฟ อีท-ทิง ฮิม

The lamb realized that he could not escape.

เดอะ แลมบ์ รี-อะ-ไลซด์ แดท ฮี คูด น็อท อิ-สเคพ

He turned around to face the wolf and said, “I know, friend wolf, that I must be your prey.

ฮี เทิร์นด์ อะ-ราวนด์ ทู เฟซ เดอะ วูล์ฟ แอนด์ เซด

“ไอ โนว์ เฟรนด์ วูล์ฟ แดท ไอ มัสท์ บี ยัวร์ เพรย์

But before I die, I would ask one favor of you.

บัท บี-ฟอร์ ไอ ดาย ไอ วูด อาสก์ วัน เฟ-เวอร์ ออฟ ยู

Will you play a tune so I may dance.”

วิล ยู เพลย์ อะ ทูน โซ ไอ เมย์ แดนซ์”

The wolf complied and started playing.

เดอะ วูล์ฟ คัม-พลายด์ แอนด์ สตาร์-ทิด เพลย์-อิง

The lamb started dancing.

เดอะ แลมบ์ สตาร์-ทิด แดน-ซิง

Some hounds heard the sound of the pipe and ran up to the wolf and started chasing him.

ซัม ฮาวนด์ส เฮิร์ด เดอะ ซาวนด์ ออฟ เดอะ ไพพ์ แอนด์ แรน อัพ ทู เดอะ วูล์ฟ แอนด์ สตาร์-ทิด เช-ซิง ฮิม

The wolf realized he had been tricked.

เดอะ วูล์ฟ รี-อะ-ไลซด์ ฮี แฮด บีน ทริคท์

Turning to the lamb, he said, “I have got what I deserve.

เทิร์น-นิง ทู เดอะ แลมบ์ ฮี เซด

“ไอ แฮฟ ก็อท วอท ไอ ดิ-เซิร์ฟ

For I, who am only a butcher should not have turned piper to please you.”

ฟอร์ ไอ ฮู แอม โอน-ลี อะ บุช-เชอร์ ชูด น็อท แฮฟ เทิร์นด์ ไพ-เพอร์ ทู พลีซ ยู”


  • เรื่องที่ 6 The Ant and The Grasshopper - ดิ แอนท์ แอนด์ เดอะ แกรส-ฮอพ-เพอร์ 

One summer day, a grasshopper was hopping about, playing his fiddle, chirping and singing to his heart’s content.

วัน ซัม-เมอร์ เดย์ อะ แกรส-ฮอพ-เพอร์ วอซ ฮอพ-พิง อะ-เบาท์ เพลย์-อิง ฮิส ฟิด-เดิล เชิร์พ-พิง แอนด์ ซิง-อิง ทู ฮิส ฮาร์ทส์ คอน-เทนท์

An ant passed by him, bent under the load of a grain of rice that he was carrying.

แอน แอนท์ พาสท์ บาย ฮิม เบนท์ อัน-เดอร์ เดอะ โหลด ออฟ อะ เกรน ออฟ ไรซ์ แดท ฮี วอซ แคร์-รี-อิง

“My dear ant! Put down your weary load.

“มาย เดียร์ แอนท์! พุท ดาวน์ ยัวร์ เวียร์-รี โหลด

Look, what a bright, sunny day it is!

ลุค วอท อะ ไบรท์ ซัน-นี เดย์ อิท อิส!

Come and sing with me instead of toiling away”, said the grasshopper.

คัม แอนด์ ซิง วิธ มี อิน-สเทด ออฟ ทอย-อิง อะ-เวย์” เซด เดอะ แกรส-ฮอพ-เพอร์

“I am helping to store away food for the winter,” said the ant.

“ไอ แอม เฮลพ์-พิง ทู สตอร์ อะ-เวย์ ฟูด ฟอร์ เดอะ วิน-เทอร์” เซด ดิ แอนท์

“And I advise you to do the same, my friend.”

“แอนด์ ไอ แอด-ไวซ์ ยู ทู ดู เดอะ เซม มาย เฟรนด์”

“Why bother about the winter?” replied the grasshopper.

“วาย บอธ-เธอร์ อะ-เบาท์ เดอะ วิน-เทอร์?” รี-พลายด์ เดอะ แกรส-ฮอพ-เพอร์

“There is still plenty of time, and we have plenty of food for the present.”

“แดร์ อิส สติล เพลน-ที ออฟ ไทม์ แอนด์ วี แฮฟ เพลน-ที ออฟ ฟูด ฟอร์ เดอะ เพรซ-เซนท์”

“As you wish”, said the ant and continued on its way.

“แอซ ยู วิช” เซด ดิ แอนท์ แอนด์ คอน-ทิน-ยูด ออน อิทส์ เวย์

When the winter came, the grasshopper had no food.

เว็น เดอะ วิน-เทอร์ เคม เดอะ แกรส-ฮอพ-เพอร์ แฮด โน ฟูด

Everything was covered in snow, and he found himself dying of hunger.

เอฟ-วรี-ธิง วอซ คัฟ-เวิร์ด อิน สโนว์ แอนด์ ฮี เฟานด์ ฮิม-เซลฟ์ ดาย-อิง ออฟ ฮัง-เกอร์

He wandered around and came upon the ants, who were distributing corn and grain that they had collected in the summer.

ฮี วอน-เดิร์ด อะ-ราวนด์ แอนด์ เคม อะ-พอน ดิ แอนท์ส ฮู เวอร์ ดิส-ทริบ-ยูท-ทิง คอร์น แอนด์ เกรน แดท เดย์ แฮด คอล-เลค-ทิด อิน เดอะ ซัม-เมอร์

Then the grasshopper knew “It is always best to prepare for future days of necessity.”

เด็น เดอะ แกรส-ฮอพ-เพอร์ นิว “อิท อิส ออล-เวย์ส เบสท์ ทู พรี-แพร์ ฟอร์ ฟิว-เชอร์ เดย์ส ออฟ เน-เซส-ซิ-ที”


  • เรื่องที่ 7 The Fox and The Grapes - เดอะ ฟ็อกซ์ แอนด์ เดอะ เกรปส์

Once a fox was walking through a vineyard.

วันซ์ อะ ฟ็อกซ์ วอซ วอค-คิง ธรู อะ วิน-ยาร์ด

He was very hungry.

ฮี วอซ เว-รี ฮัง-กรี

His mouth started watering looking upon a particularly ripe bunch of grapes hanging high on a vine.

ฮิส เมาธ์ สตาร์-ทิด วอ-เทอ-ริง ลุค-คิง อะ-พอน อะ พาร์-ทิค-คิว-เลอร์-ลี ไรพ์ บันช์ ออฟ เกรปส์ แฮง-งิง ไฮ ออน อะ ไวน

He leaped up high in the air with all his strength.

ฮี ลีพท์ อัพ ไฮ อิน ดิ แอร์ วิธ ออล ฮิส สเทร็งธ์

But was not able to reach the grapes.

บัท วอซ น็อท เอ-เบิล ทู รีช เดอะ เกรปส์

He tried again.

ฮี ทรายด์ อะ-เกน

And again.

แอนด์ อะ-เกน

But each time in vain.

บัท อีช ไทม์ อิน เวน

He finally took a long, hard look at the grapes and remarked, “These grapes are not even ripe yet.”

ฮี ไฟ-แนล-ลี ทุค อะ ลอง ฮาร์ด ลุค แอท เดอะ เกรปส์ แอนด์ รี-มาร์คท์

“ดีซ เกรปส์ อาร์ น็อท อี-เวิน ไรพ์ เย็ท”

And walked away.

แอนด์ วอคท์ อะ-เวย์


  • เรื่องที่ 8 The Lion and the Rabbit - เดอะ ไลอัน แอนด์ เดอะ แรบบิท 

A lion found a sleeping rabbit and was about to gobble him up, but all of a sudden the lion then saw a deer passing by.

อะ ไล-อัน เฟานด์ อะ สลีพ-พิง แรบ-บิท แอนด์ วอซ อะ-เบาท์ ทู ก็อบ-เบิล ฮิม อัพ บัท ออล ออฟ อะ ซัด-เดิน เดอะ ไล-อัน เด็น ซอ อะ เดียร์ แพส-ซิง บาย

The lion abandoned the rabbit, and he started to chase the deer.

เดอะ ไล-อัน อะ-แบน-ดันด์ เดอะ แรบ-บิท แอนด์ ฮี สตาร์-ทิด ทู เชส เดอะ เดียร์

Awakened by the ruckus, the rabbit ran off.

อะ-เว-เคินด์ บาย เดอะ รัค-คัส เดอะ แรบ-บิท แรน ออฟ

The lion, meanwhile, chased the deer a long time but didn’t catch her, so he returned to the rabbit.

เดอะ ไล-อัน มีน-ไวล์ เชสด์ เดอะ เดียร์ อะ ลอง ไทม์ บัท ดิด-เดินท์ แคทช์ เฮอร์ โซ ฮี รี-เทิร์นด์ ทู เดอะ แรบ-บิท

When he discovered the rabbit had also escaped, the lion said,

เว็น ฮี ดิส-คัฟ-เวิร์ด เดอะ แรบ-บิท แฮด ออล-โซ อิ-สเคพท์ เดอะ ไล-อัน เซด

“By Hercules, I got what I deserved:

“บาย เฮอร์-คิว-ลีส ไอ ก็อท วอท ไอ ดิ-เซิร์ฟด

I cast aside food I already had in my paws, preferring to chase an uncertain hope instead.”

ไอ แคสท์ อะ-ไซด์ ฟูด ไอ ออล-เรด-ดี แฮด อิน มาย พอซ พรี-เฟอร์-ริง ทู เชส แอน อัน-เซอร์-เทิน โฮพ อิน-สเทด”


  • เรื่องที่ 9 The Lion’s Share - เดอะ ไลอันส์ แชร์

A lion, a cow, a goat, and a sheep were working together as partners.

อะ ไล-อัน อะ คาว อะ โกท แอนด์ อะ ชีพ เวอร์ เวิร์ก-กิง ทู-เกธ-เธอร์ แอซ พาร์ท-เนอร์ส

They managed to kill a stag, and the lion divided their prize into four equal parts.

เดย์ แมน-นิจด์ ทู คิล อะ สแทก แอนด์ เดอะ ไล-อัน ดิ-ไว-ดิด แดร์ ไพรซ์ อิน-ทู ฟอร์ อี-ควอล พาร์ทส์

“The first part is mine,” he said, “because I am the lion.

“เดอะ เฟิร์สท์ พาร์ท อิส ไมน์” ฮี เซด “บี-คอส ไอ แอม เดอะ ไล-อัน

The second part goes to me because I am the strongest.

เดอะ เซค-เคินด์ พาร์ท โกซ ทู มี บี-คอส ไอ แอม เดอะ สตรอง-เกิสท์

Next, I will take the third part for myself on account of my exceedingly hard work.

เน็กซ์ท ไอ วิล เทค เดอะ เธิร์ด พาร์ท ฟอร์ มาย-เซลฟ์ ออน อะ-เคานท์ ออฟ มาย อิก-ซีด-ดิง-ลี ฮาร์ด เวิร์ก

Finally, if anyone so much as touches the fourth part, they will know my wrath!”

ไฟ-แนล-ลี อิฟ เอน-นี-วัน โซ มัช แอซ ทัช-ชิส เดอะ ฟอร์ธ พาร์ท เดย์ วิล โนว์ มาย แรธ!”

That is the lion’s share: he pretends to share, but he takes it all for himself.

แดท อิส เดอะ ไล-อันส์ แชร์ ฮี พรี-เทนด์ส ทู แชร์ บัท ฮี เทคส์ อิท ออล ฟอร์ ฮิม-เซลฟ์


  • เรื่องที่ 10 The Lion and the Bulls - เดอะ ไลอัน แอนด์ เดอะ บูลส์

A lion wanted to attack two bulls, thinking they would make a very fine feast.

อะ ไล-อัน วอน-ทิด ทู อะ-แทค ทู บูลส์ ธิง-คิง เดย์ วูด เมค อะ เว-รี ไฟน์ ฟีสต์

The two bulls joined forces, however, and turned their horns towards the lion, so he could not get between them.

เดอะ ทู บูลส์ จอยนด์ ฟอร์ซ-ซิส เฮา-เอฟ-เวอร์ แอนด์ เทิร์นด์ แดร์ ฮอร์นส์ ทู-วอร์ดส์ เดอะ ไล-อัน โซ ฮี คูด น็อท เก็ต บี-ทวีน เด็ม

Combining forces, those bulls were stronger than the lion.

คัม-ไบ-นิง ฟอร์ซ-ซิส โธซ บูลส์ เวอร์ สตรอง-เกอร์ แดน เดอะ ไล-อัน

Since the lion couldn’t fight both bulls at once, he resorted to subterfuge instead.

ซินซ์ เดอะ ไล-อัน คูด-เดินท์ ไฟท์ โบธ บูลส์ แอท วันซ์ ฮี รี-ซอร์-ทิด ทู ซับ-เทอร์-ฟิวจ์ อิน-สเทด

“If you betray your partner to me, I promise not to touch you!” he said to each one, separately.

“อิฟ ยู บิ-เทรย์ ยัวร์ พาร์ท-เนอร์ ทู มี ไอ พรอม-มิส น็อท ทู ทัช ยู!” ฮี เซด ทู อีช วัน เซพ-พะ-เรท-ลี

“I’ll kill the other one; I won’t kill you.”

“ไอล์ คิล ดิ อัธ-เธอร์ วัน ไอ โวนท์ คิล ยู”

Using this trick, the lion managed to kill both bulls easily, one by one.

ยู-ซิง ดิส ทริค เดอะ ไล-อัน แมน-นิจด์ ทู คิล โบธ บูลส์ อี-ซิ-ลี วัน บาย วัน


  • เรื่องที่ 11 The Ant and The Dove – ดิ แอนท์ แอนด์ เดอะ โดฟ

Once an ant was drinking water at the bank of a river.

วันซ์ แอน แอนท์ วอซ ดริง-คิง วอ-เทอร์ แอท เดอะ แบงค์ ออฟ อะ ริฟ-เวอร์

Suddenly a huge wave lapped at him and he fell into the water.

ซัด-เดิน-ลี อะ ฮิวจ์ เวฟ แลพท์ แอท ฮิม แอนด์ ฮี เฟล อิน-ทู เดอะ วอ-เทอร์

The tiny could not swim against the strong current and reach the shore.

เดอะ ไท-นี คูด น็อท สวิม อะ-เกนสท์ เดอะ สตรอง เคอ-เรินท์ แอนด์ รีช เดอะ ชอร์

A dove sitting in a tree near the river bank saw the ant struggling in the water.

อะ ดัฟ ซิท-ทิง อิน อะ ทรี เนียร์ เดอะ ริฟ-เวอร์ แบงค์ ซอ ดิ แอนท์ สตรัก-กลิง อิน เดอะ วอ-เทอร์

The dove plucked a leaf from the tree, flew over to where the ant was and threw the leaf into the water.

เดอะ ดัฟ พลัคท์ อะ ลีฟ ฟรอม เดอะ ทรี ฟลู โอ-เวอร์ ทู แวร์ ดิ แอนท์ วอซ แอนด์ ธรู เดอะ ลีฟ อิน-ทู เดอะ วอ-เทอร์

The ant climbed on to the leaf and floated safely to the river bank.

ดิ แอนท์ ไคลมด์ ออน ทู เดอะ ลีฟ แอนด์ โฟล-ทิด เซฟ-ลี ทู เดอะ ริฟ-เวอร์ แบงค์

Shortly afterwards, a bird-catcher came to the river to catch birds.

ชอร์ท-ลี อาฟ-เทอร์-เวิร์ดส์ อะ เบิร์ด-แคช-เชอร์ เคม ทู เดอะ ริฟ-เวอร์ ทู แคทช์ เบิร์ดส์

He laid out a net and started spreading twigs and grains on the net.

ฮี เลด เอาท์ อะ เน็ท แอนด์ สตาร์-ทิด สเพรด-ดิง ทวิกส์ แอนด์ เกรนส์ ออน เดอะ เน็ท

The ant watched the bird-catcher and understood his intentions.

ดิ แอนท์ วอทช์ท เดอะ เบิร์ด-แคช-เชอร์ แอนด์ อัน-เดอร์-สทูด ฮิส อิน-เทน-ชันส์

He crawled up to the bird-catcher and stung him the foot.

ฮี ครอลด์ อัพ ทู เดอะ เบิร์ด-แคช-เชอร์ แอนด์ สตัง ฮิม เดอะ ฟุท

The bird-catcher cried out loudly in pain.

เดอะ เบิร์ด-แคช-เชอร์ ครายด์ เอาท์ เลาด์-ลี อิน เพน

The dove heard the bird-catcher and flew away to safety.

เดอะ ดัฟ เฮิร์ด เดอะ เบิร์ด-แคช-เชอร์ แอนด์ ฟลู อะ-เวย์ ทู เซฟ-ที


  • เรื่องที่ 12 The Milkmaid and Her Pail – เดอะ มิลค์-เมด แอนด์ เฮอร์ เพล

Once a milkmaid was walking down the village path, carrying a pail of milk on her head.

วันซ์ อะ มิลค์-เมด วอซ วอค-คิง ดาวน์ เดอะ วิล-ลิจ พาธ แคร์-รี-อิง อะ เพล ออฟ มิลค์ ออน เฮอร์ เฮด

She was going from her farm to the village to sell this milk.

ชี วอซ โก-อิง ฟรอม เฮอร์ ฟาร์ม ทู เดอะ วิล-ลิจ ทู เซล ดิส มิลค์

As she walked down the path, she began to daydream.

แอซ ชี วอคท์ ดาวน์ เดอะ พาธ ชี บิ-แกน ทู เดย์-ดรีม

“I will sell this pail of milk in the village.

“ไอ วิล เซล ดิส เพล ออฟ มิลค์ อิน เดอะ วิล-ลิจ

With the money I get, I should be able to buy at least three hundred eggs.

วิธ เดอะ มัน-นี ไอ เก็ท ไอ ชูด บี เอ-เบิล ทู บาย แอท ลีสท์ ธรี ฮัน-เดร็ด เอกส์

Of these three hundred eggs, at least two hundred will hatch into chickens.

ออฟ ดีซ ธรี ฮัน-เดร็ด เอกส์ แอท ลีสท์ ทู ฮัน-เดร็ด วิล แฮทช์ อิน-ทู ชิค-เคินส์

I will sell a hundred and fifty of these chickens in the market when the time is right.

ไอ วิล เซล อะ ฮัน-เดร็ด แอนด์ ฟิฟ-ที ออฟ ดีซ ชิค-เคินส์ อิน เดอะ มาร์-คิท เว็น เดอะ ไทม์ อิส ไรท์

The remaining fifty will remain on my farm and grow up to lay more eggs.

เดอะ รี-เมน-นิง ฟิฟ-ที วิล รี-เมน ออน มาย ฟาร์ม แอนด์ โกรว์ อัพ ทู เลย์ มอร์ เอกส์

With all this money I can buy a beautiful, new gown.

วิธ ออล ดิส มัน-นี ไอ แคน บาย อะ บิว-ทิ-ฟูล นิว เกาน์

I will wear this gown and go to the Christmas balls.

ไอ วิล แวร์ ดิส เกาน์ แอนด์ โก ทู เดอะ คริส-มิส บอลส์

All the young women will be so envious and all the young men would want to dance with me.

ออล เดอะ ยัง วิม-มิน วิล บี โซ เอน-วี-อัส แอนด์ ออล เดอะ ยัง เม็น วูด วอนท์ ทู แดนซ์ วิธ มี

But I will not be so easy.

บัท ไอ วิล น็อท บี โซ อี-ซี

I will toss my head and say no to everyone, until the Prince himself asks to dance with me.”

ไอ วิล ทอส มาย เฮด แอนด์ เซย์ โน ทู เอฟ-วรี-วัน อัน-ทิล เดอะ พรินซ์ ฮิม-เซลฟ์ อาสก์ส ทู แดนซ์ วิธ มี”

So saying, she tossed her head.

โซ เซ-อิง ชี ทอสท์ เฮอร์ เฮด

Down fell the pail and out spilt all the milk.

ดาวน์ เฟล เดอะ เพล แอนด์ เอาท์ สพิลท์ ออล เดอะ มิลค์


  • เรื่องที่ 13 The Lion and the Boar - เดอะ ไลอัน แอนด์ เดอะ บอร์

A lion and a boar were fighting fiercely.

อะ ไล-อัน แอนด์ อะ บอร์ เวอร์ ไฟท-ทิง เฟียร์ซ-ลี

“I’ll kill you!” roared the lion.

“ไอล์ คิล ยู!” รอร์ด เดอะ ไล-อัน

The boar growled back, “Not before I kill you!”

เดอะ บอร์ กราวล์ด แบ็ค “น็อท บี-ฟอร์ ไอ คิล ยู!”

The vultures were delighted to hear these words, and they settled comfortably in a tree, watching the fight and waiting to see who would kill and who would be killed.

เดอะ วัล-เชอร์ส เวอร์ ดิ-ไล-ทิด ทู เฮียร์ ดีซ เวิร์ดส์ แอนด์ เดย์ เซท-เทิลด์ คัม-เฟอร์-ทะ-บลี อิน อะ ทรี วอทช์-ชิง เดอะ ไฟท์ แอนด์ เวท-ทิง ทู ซี ฮู วูด คิล แอนด์ ฮู วูด บี คิลด์

“I’d like lion for dinner,” said one of the vultures.

“ไอด์ ไลค์ ไล-อัน ฟอร์ ดิน-เนอร์” เซด วัน ออฟ เดอะ วัล-เชอร์ส

“I’d prefer boar,” said another.

“ไอด์ พรี-เฟอร์ บอร์” เซด อะ-นัธ-เธอร์

But the boar and lion finally tired of fighting and left the scene, while the vultures cursed them both.

บัท เดอะ บอร์ แอนด์ ไล-อัน ไฟ-แนล-ลี ไทเอิร์ด ออฟ ไฟท-ทิง แอนด์ เลฟท์ เดอะ ซีน ไวล์ เดอะ วัล-เชอร์ส เคิร์สท์ เด็ม โบธ

“The lion has betrayed our hopes,” they squawked, “and so has the boar.”

“เดอะ ไล-อัน แฮซ บิ-เทรด เอาเออร์ โฮพส์” เดย์ สควอคท์ “แอนด์ โซ แฮซ เดอะ บอร์”


  • เรื่องที่ 14 Wild Donkey, Tame Donkey - ไวลด์ ดอง-คี, เทม ดอง-คี

There was an onager who watched a tame donkey walking along the road, weighed down by a heavy load, while the whip-wielding donkey-driver walked beside him.

แดร์ วอซ แอน ออ-แนก-เกอร์ ฮู วอทช์ท อะ เทม ดอง-คี วอค-คิง อะ-ลอง เดอะ โรด เวด ดาวน์ บาย อะ เฮฟ-วี โหลด ไวล์ เดอะ วิพ-วิล-ดิง ดอง-คี ไดร-เวอร์ วอคท์ บี-ไซด์ ฮิม

“How happy I am to live wild and free!” thought the wild donkey.

“ฮาว แฮพ-พี ไอ แอม ทู ลิฟ ไวลด์ แอนด์ ฟรี!” ธอท เดอะ ไวลด์ ดอง-คี

“I do what I please, and I go where I want.”

“ไอ ดู วอท ไอ พลีซ แอนด์ ไอ โก แวร์ ไอ วอนท์”

Meanwhile, a lion crept up quietly.

มีน-ไวล์ อะ ไล-อัน เคร็พท์ อัพ ไคว-เอิท-ลี

Fearing the donkey-driver, he avoided the tame donkey and instead attacked the unprotected onager, who did not stand a chance against the lion’s sharp teeth and claws.

เฟียร์-ริง เดอะ ดอง-คี ไดร-เวอร์ ฮี อะ-วอย-ดิด เดอะ เทม ดอง-คี แอนด์ อิน-สเทด อะ-แทคท์ ดิ อัน-โพร-เทค-ทิด ออน-แนก-เกอร์ ฮู ดิด น็อท สแตนด์ อะ แชนซ์ อะ-เกนสท์ เดอะ ไล-อันส์ ชาร์ป ทีธ แอนด์ คลอซ

“How happy I am not to be food for a lion!” the tame donkey thought to himself.

“ฮาว แฮพ-พี ไอ แอม น็อท ทู บี ฟูด ฟอร์ อะ ไล-อัน!” เดอะ เทม ดอง-คี ธอท ทู ฮิม-เซลฟ์


  • เรื่องที่ 15 The Lion and the Mouse - เดอะ ไลอัน แอนด์ เดอะ เมาส์

As a mouse ran over a sleeping lion, the lion awoke and grabbed her.

แอซ อะ เมาส์ แรน โอ-เวอร์ อะ สลีพ-พิง ไล-อัน เดอะ ไล-อัน อะ-โวค แอนด์ แกร็บด์ เฮอร์

“Let me go, please!” squeaked the mouse.

“เล็ท มี โก พลีซ!” สควีคท์ เดอะ เมาส์

“I’ll repay your kindness, I promise!”

“ไอล์ รี-เพย์ ยัวร์ ไคน์ด-เนส ไอ พรอม-มิส!”

“What could you ever do for me?” scoffed the lion.

“วอท คูด ยู เอฟ-เวอร์ ดู ฟอร์ มี?” สคอฟท์ เดอะ ไล-อัน

“I’m letting you go only because it’s not worth my time to kill you.”

“ไอม์ เลท-ทิง ยู โก โอน-ลี บี-คอส อิทส์ น็อท เวิร์ธ มาย ไทม์ ทู คิล ยู”

A few days later, the lion was caught in a hunter’s snare.

อะ ฟิว เดย์ส เล-เทอร์ เดอะ ไล-อัน วอซ คอท อิน อะ ฮัน-เทอร์ส สแนร์

He roared in terror, and the little mouse ran to the rescue, gnawing through the ropes and freeing the lion.

ฮี รอร์ด อิน เท-เรอร์ แอนด์ เดอะ ลิท-เทิล เมาส์ แรน ทู เดอะ เรส-คิว นอ-อิง ธรู เดอะ โรพส์ แอนด์ ฟรี-อิง เดอะ ไล-อัน

“I was wrong about you,” said the grateful lion.

“ไอ วอซ รอง อะ-เบาท์ ยู” เซด เดอะ เกรท-ฟูล ไล-อัน

“You’re a good friend to have after all.”

“ยัวร์ อะ กูด เฟรนด์ ทู แฮฟ อาฟ-เทอร์ ออล”


อ่านนิทานอีสปสั้น ๆ สร้างความสัมพันธ์กับลูกน้อย

การอ่านนิทานอีสปสั้น ๆ เป็นประจำกับลูก ไม่เพียงแต่ช่วยกระตุ้นจินตนาการ สร้างเสริมทักษะทางภาษาและการสื่อสารให้กับลูกน้อยเท่านั้น แต่ตลอดช่วงเวลาที่ได้อ่านหนังสือให้ลูกฟัง การถามความเห็นลูกว่าชอบตัวละครตัวนี้ไหม การหยุดชี้ให้ลูกดูภาพประกอบตัวละครต่าง ๆ หรือแม้แต่การแบ่งปันประสบการณ์ของพ่อกับแม่ที่คล้ายคลึงกับเรื่องราวในนิทานอีสปที่กำลังอ่านอยู่ สิ่งเหล่านี้ช่วยสร้างความอบอุ่นระหว่างพ่อแม่ลูกได้เป็นอย่างดี เพราะความสัมพันธ์ที่แข็งแรงก็มีจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ มาจากการหมั่นพูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกันเป็นประจำนี่เอง

ดังนั้น กิจกรรมอ่านนิทานอีสปสั้น ๆ หรือนิทานอีสปยาวๆ กับลูก จึงถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่และลูกน้อยได้มีโอกาสใช้เวลาพูดคุยกันได้มากขึ้น ทั้งยังมีเรื่องราวใหม่ ๆ ประเด็นใหม่ ๆ ที่ได้จากนิทานเรื่องใหม่ ๆ ทำให้เกิดหัวข้อใหม่ ๆ สำหรับพูดคุยและแลกเปลี่ยนความเห็นระหว่างพ่อแม่ลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นกิจกรรมที่ง่าย ไม่ยุ่งยาก แต่ได้ประโยชน์ต่อครอบครัวอย่างมหาศาลเลยทีเดียวค่ะ


รู้จัก Enfagrow A+ Superior นม UHT เสริมสารอาหารสูงสำหรับเด็กวัย 1 ขวบขึ้นไป

การอ่านช่วยเสริมสร้างทักษะสมองได้เป็นอย่างดี ช่วยให้เด็กมี IQ ที่สมวัย แต่เด็กยุคนี้แค่ IQ อย่างเดียวไม่พอ ต้องมี EF ทักษะสมองเพื่อความสำเร็จ ซึ่งเป็นทักษะจำเป็นต่ออนาคตของเด็กยุคนี้ที่ควรมีควบคู่กันไป การเลือกโภชนาการที่ดีจะช่วยสร้างเสริมทั้งร่างกายและสมองของลูกให้สมวัย นมกล่องยูเอชที เอนฟาโกร เอพลัส สูตรเฉพาะที่มี MFGM และ DHA สูง พร้อมวิตามินบี 12 ที่มีส่วนช่วยในการทำงานตามปกติของระบบประสาทและสมอง



 

บทความแนะนำนิทานสำหรับเสริมพัฒนาการเรียนรู้ของลูกน้อย

* นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก
Enfa Smart Club สนับสนุนให้คุณแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่าง
เดียวอย่างน้อย 6 เดือนและให้นมแม่ควบคู่อาหารตามวัยอีก 2 ปี หรือนานกว่านั้น ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO)
Enfa Smart Club พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลคุณแม่และลูกน้อย ด้วยการมอบข้อมูลโภชนาการและพัฒนาการลูกน้อยแต่ละวัย ที่เป็นประโยชน์และเชื่อถือได้ ผ่านเว็บไซต์ enfababy.com

คุณกำลังเข้าถึงเนื้อหาจากผู้ให้บริการภายนอกเกี่ยวกับการซื้อหรือ เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของบริษัท มี้ด จอห์นสัน นิวทริชัน (ประเทศไทย) จำกัด​

กรุณากดยืนยันเพื่อดำเนินการต่อ

Line TH
Line TH
Cart TH
กรุณากรอกชื่อของคุณ
กรุณากรอกชื่อของคุณ
กรุณากรอกหมายเลขโทรศัพท์ที่ถูกต้อง
วันเกิดลูกน้อย
กรุณาเลือกวันที่