ธรรมชาติ กับพัฒนาการ 360°อัจฉริยะรอบด้านของทารกในครรภ์

       ในช่วงไตรมาสที่ 2-3 ของการตั้งครรภ์ ลูกน้อยสามารถรับสัมผัสจากธรรมชาติที่อยู่รายรอบตัวของคุณแม่ได้แล้วนะคะ นั่นเพราะระบบประสาทส่วนต่างๆ ของลูกเริ่มพัฒนาและทำงานดีขึ้นเรื่อยๆ จนสามารถรับรู้และตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นจากภายนอกได้แล้ว
      การที่คุณแม่พาตัวเองไปอยู่ในสถานที่ที่เป็นธรรมชาติ ได้เดินเล่นรับอากาศปลอดโปร่งโล่งบริสุทธิ์ มีต้นไม้ สายน้ำ และแดดอ่อนๆ บ้าง จึงมีส่วนช่วยเสริมสร้างพัฒนาการ 360° อัจฉริยะรอบด้านลูกน้อยในครรภ์ได้
      เพราะนอกจากธรรมชาติรอบตัวจะช่วยให้คุณแม่รู้สึกผ่อนคลายแล้ว ยังส่งผลดีต่อลูกอีกมาย เช่น

  • อากาศบริสุทธิ์ ที่คุณแม่ได้รับ  ช่วยให้ลูกน้อยได้รับออกซิเจน ซึ่งสำคัญต่อการพัฒนาสมองของลูกเพิ่มขึ้น

  • เสียงจากธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นเสียงน้ำไหล เสียงลม เสียงนกร้อง ล้วนช่วยให้ระบบประสาทและสมองที่ควบคุมการได้ยินมีพัฒนาการที่ดี และเตรียมพร้อมสำหรับการได้ยินหลังคลอด

  • แสงแดดอ่อน ช่วยกระตุ้นประสาทตาของลูกให้พัฒนาได้ดีขึ้น  รวมทั้งช่วยให้ลูกรับรู้และสัมผัสกับความต่างระหว่างช่วงเวลากลางวันกลางคืนได้ด้วย

  • การเดินเล่นชมนกชมไม้ จะทำให้ลูกในท้องมีการเคลื่อนไหวตามไปด้วย และผิวกายของลูกจะไปสัมผัสกับผนังด้านในของมดลูก ซึ่งจะช่วยกระตุ้นระบบประสาทสัมผัสและการเคลื่อนไหวของลูกให้พัฒนาได้ดีขึ้น

      สิ่งสำคัญคือ นอกจากธรรมชาติเหล่านี้จะช่วยให้ลูกน้อยในครรภ์มีสมองดีแล้ว ยังช่วยให้ลูกอารมณ์ดีด้วย นั่นเพราะความรู้สึกผ่อนคลายที่คุณแม่รับจากธรรมชาติ ช่วยให้คุณแม่อารมณ์ดี มีความสุข ร่างกายหลั่งสารสุขมากขึ้น ยิ่งถ้าคุณแม่ลูบท้องพูดคุยกับลูกไปด้วยก็จะช่วยพัฒนาประสาทสัมผัสลูกได้อย่างรอบด้านทีเดียว เพราะฉะนั้น การที่คุณแม่ได้พาตัวเองไปสัมผัสกับธรรมชาติบ่อยๆ เช่น พักผ่อนตามสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ เดินเล่นในสวน หรือแม้กระทั่งการเปิดเพลงบรรเลงที่เป็นเสียงธรรมชาติ ล้วนช่วยให้คุณแม่ผ่อนคลายและช่วยพัฒนาสมองและพัฒนาการต่างๆ ลูกน้อยในครรภ์ได้อย่างครบรอบด้านทีเดียวค่ะ