หนูน้อยวัย 14 เดือนเรียกได้ว่าเป็นทั้งนักสำรวจและนักต่อต้านตัวน้อยทีเดียว ...มาดูพัฒนาการ  ด้านต่างๆ ของลูกน้อยเดือนนี้กันค่ะ 

ด้านสติปัญญาและการเรียนรู้

  • ลูกใช้เวลาส่วนใหญ่ในการสำรวจและทดสอบสิ่งต่างๆ รอบตัว คุณแม่จึงควรเปิดโอกาสให้ลูกได้เรียนรู้ตามธรรมชาติ โดยการพาลูกไปสำรวจห้องต่างๆ ภายในบ้าน หรือพาไปเดินเล่นนอกบ้าน ไปสถานที่แปลกๆ ใหม่ๆ เพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ  

  • ชอบทดสอบสิ่งที่พบเห็นว่าเป็นยังไง อันนี้กดแล้วมีเสียง มีไฟ อันนี้ดึงออกมาได้ อันนี้เปิด-ปิดได้ เป็นต้น

  • ใช้เวลาเรียนรู้ด้วยการทดสอบสิ่งต่างๆ ซ้ำๆ  เช่น การดึงทิชชูจนหมดม้วน

  •  ยังชอบเรียนรู้จากการเลียนแบบพฤติกรรมของผู้ใหญ่อยู่   เช่น จับไม้กวาดมาทำท่ากวาดบ้าน หรือเอาผ้ามาทำท่าเช็ดๆ ถูๆ

  •  สามารถช่วยเหลือตัวเองในบางอย่างได้แล้ว  เช่น เรียนรู้ที่จะตักอาหารกินเองได้แล้ว แม้อาจจะเลอะเทอะบ้าง แต่คุณแม่ก็ควรเปิดโอกาสให้เขาได้ทำ เช่นเดียวกับการหัดใส่เสื้อผ้า ซึ่งคุณแม่อาจะหาเสื้อที่สวมใส่ง่ายๆ เช่น เสื้อยืดคอกว้าง กางเกงขอบยาง หรือหารองเท้าที่สวมใส่ง่ายๆ ให้ลูกได้หัดใส่เอง

ด้านร่างกายและการเคลื่อนไหว

  • ลูกยังเดินทรงตัวได้ไม่ดีนัก และหกล้มได้เสมอ นั่นเพราะกว่าที่ลูกจะเดินได้ดี เขาต้องผ่านการคลาน ผ่านการเหนี่ยวตัวเกาะเดิน เดินโดยจับมือแม่ไว้มั่นทั้งสองมือ กระทั่งพยายามเดินได้ด้วยตัวเอง  เมื่อเขาสามารถทำได้ นั่นหมายถึงความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ที่นำมาซึ่งความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น และเด็กแต่ละคนก็มีช่วงเวลาแห่งความสำเร็จนี้ไม่พร้อมกัน ขึ้นอยู่กับความพร้อมของสรีระร่างกาย การเรียนรู้ และโอกาสในการฝึกฝน

  • สามารถปีนขึ้นเก้าอี้ได้  แต่อาจจะใช้เวลาในการลองผิดลองถูกกว่าจะนั่งบนเก้าอี้ได้ ซึ่งคุณแม่สังเกตได้ว่า แรกๆ ลูกปีนไปนั่งบนเก้าอี้เตี้ยๆ อย่างงุ่มง่าม แต่เมื่อสามารถกะระยะได้ดีแล้ว เขาจะสามารถถอยหลังเอาก้นหย่อนลงนั่งบนเก้าอี้ได้ 

  •  ชอบมุดเข้าไปเล่นใต้โต๊ะ ใต้เก้าอี้  ซึ่งก็ต้องคอยระวังไม่ให้หัวลูกโขกกับขอบเก้าอี้ หรือเก้าอี้ล้มใส่  จึงไม่ควรให้ลูกคลาดสายตา

ด้านภาษาและการสื่อสาร

  • เริ่มรู้จักชื่อสมาชิกทุกคนในบ้าน หลังจากรับรู้ว่าตัวเองชื่ออะไรมาได้ระยะหนึ่ง

  • ช่วงนี้ลูกจะพัฒนาด้านภาษาได้เร็วมาก สามารถพูดตามคำที่สอนได้ แต่อาจยังไม่เข้าใจความหมายนัก หากพูดกับลูกบ่อยๆ อ่านหนังสือให้ลูกฟังเป็นประจำ เขาก็จะเข้าใจได้เร็วและเริ่มที่จะออกเสียงตามได้

  • พูดตามคำของ่ายๆ ได้ เช่น  “ขอนม”  “หม่ำ หม่ำ”

  •  เข้าใจความหมายของคำส่งหรือคำบอก เช่น  “มานี่” “ไปโน่น”

ด้านอารมณ์และสังคม

  • ลูกอาจเกิดความคับข้องใจในการพยายามทำในสิ่งที่เกินความสามารถ  เช่น พยายามจะใส่หมวกให้ตุ๊กตาตัวใหญ่ เมื่อทำไม่ได้ก็จะโวยวาย แล้วก็ทำใหม่ พอไม่ได้ก็โวยวายอีก บางครั้งเราก็จะช่วยลูกได้บ้าง ซึ่งก็ต้องดูด้วยว่าเขายอมให้เราช่วยไหม   

  •  อาการกลัวคนแปลกหน้าในเดือนนี้ค่อนข้างคลายลงไปกว่าเดือนก่อน แต่ที่ยังคงอยู่คืออาการติดแม่  โดยเฉพาะเด็กผู้หญิงที่จะติดแม่มากกว่าเด็กผู้ชาย

  • วัยนี้เป็นนักต่อต้านเช่นกัน วิธีจัดการกับอาการดื้อรั้นของลูกวัยนี้คือ มีตารางเวลาที่ชัดเจนว่าแต่ละวันลูกต้องทำอะไร เวลาไหน (สร้างวินัยกันแต่เล็ก) ให้เวลาลูกได้เตรียมใจสัก 3-5 นาที และเลี่ยงคำถามที่จะได้คำตอบกลับมาว่า “ไม่” เช่น ได้เวลานอนแล้ว แทนคำว่า “ไปนอนกันไหม” เป็นต้น

  • ลูกวัยนี้อาจจะยอมแบ่งของเล่นให้กับเด็กอื่นได้บ้าง เป็นบางครั้งแล้วแต่อารมณ์  ซึ่งหากลูกยอมแบ่งของเล่นให้เพื่อนต้องไม่ลืมชมเขา  เสริมแรงเพื่อสนับสนุนให้ลูกมีพฤติกรรมทางบวกด้วย แต่ถ้าเขาไม่ยอมแบ่งก็ไม่ต้องไปต่อว่า

     เด็กแต่ละคนมีลักษณะพัฒนาการที่เฉพาะตัวไม่เหมือนกัน บางคนอาจเดินได้เร็วกว่าพูด บางคนอาจจะพูดได้เร็วกว่าเดิน อย่างไรก็ดี สิ่งที่เราในฐานะพ่อแม่สามารถช่วยลูกได้ คือสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อพัฒนาการด้านต่างๆ ของลูกค่ะ