ลูกนอนไม่หลับ

       ธรรมชาติของเด็กวัย 5-6 ขวบนี้ ในแต่ละวันควรจะได้พักผ่อนนอนหลับประมาณ 9-11 ชั่วโมง โดย นอนหลับยาวในตอนกลางคืนและนอนหลับบ้างในตอนกลางวัน ซึ่งความต้องการนอนกลางวันจะค่อยๆ ลดลงเรื่อยๆ จนเด็กบางคน โดยเฉพาะชั้นปีโตๆ อนุบาล 3 ไม่ต้องการนอนกลางวันก็มี แต่ก็ใช่ว่าเด็กทุกคนจะนอนง่าย บางรายก็มีปัญหาเรื่องนอน เช่น นอนกรน นอนไม่หลับ หรือมีพฤติกรรมที่ผิดปกติระหว่างการนอน เช่น นอนละเมอ ร้องไห้โวยวายระหว่างนอน หลับฝันร้าย เป็นต้น และปัญหาเหล่านี้ยังส่งผลต่อเนื่องไปถึงพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กด้วย เพราะเมื่อเด็กนอนไม่เต็มอิ่ม สมองเด็กก็จะไม่พร้อมเรียนรู้สิ่งต่างๆ ไม่สามารถจดจ่อมีสมาธิ และแก้ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ

ปัญหาที่พบได้ในการนอนของเด็กวัยนี้ แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม

1. หลับแล้วตื่น ไม่ยอมนอนหลับรวดเดียว แต่เป็นวงจรหลับตื้นสลับหลับลึก หลังจากหลับแล้ว บางคนอาจมีการฝันร้าย ในช่วงหลับตื้นลูกอาจจะตื่นมาตกใจ จำความฝันได้ คุณแม่ต้องปลอบโยนให้ลูกหลับต่อ ส่วนใหญ่ไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าเป็นบ่อยๆ ต้องดูว่าลูกเครียดเรื่องอะไรหรือไม่
       อาการละเมอกลัว ละเมอเดิน และละเมอพูด เป็นการตื่น (โดยที่เด็กไม่รู้ตัว) จากการนอนหลับลึก เด็กจะจำเหตุการณ์ไม่ได้ ปลุกไม่ค่อยตื่น อาจเริ่มได้ในอายุช่วงนี้ แต่คุณแม่อาจตกใจเพราะดูน่ากลัว ไม่ต้องกังวลค่ะ อาการมักจะค่อยๆ หายไปเอง ยกเว้นว่าลูกเป็นบ่อยๆ ก็อาจจะต้องปรึกษาแพทย์ดูค่ะ

2. ไม่ยอมนอน เนื่องจากเด็กวัยนี้มีจินตนาการสูง  จึงคิดเป็นตุเป็นตะแล้วก็เกิดความกลัว หรือบางคนอาจจะสนุก ไม่อยากนอนเพราะมัวแต่ห่วงเล่น คุณแม่ต้องหลอกล่อดีๆ ทำให้บรรยากาศก่อนนอนผ่อนคลาย มีกิจวัตรการนอนที่ชัดเจนและสม่ำเสมอทั้งในแง่กิจกรรมและเวลา

การสร้างสุขนิสัยที่ดีในการนอนให้ลูก ทำได้ไม่ยากค่ะ

  • พยายามกำหนดเวลาเข้านอนและเวลาตื่นของลูกให้เป็นเวลาที่สม่ำเสมอ

  • จัดห้องนอนให้มีสิ่งรบกวนน้อยที่สุด เน้นความสงบ ไม่ควรมีทีวีหรือคอมพิวเตอร์ในห้องนอน

  • กิจกรรมที่ให้ลูกทำก่อนนอนควรเป็นกิจกรรมที่สงบ ผ่อนคลาย และสม่ำเสมอ ไม่ใช่กิจกรรมที่ตื่นเต้นเกินไป เช่น เล่นโลดโผนรุนแรง เล่าเรื่องน่ากลัว หรือดูหนังผี

  • ถ้าลูกตื่นกลางดึก ให้ตอบสนองน้อยที่สุดและช้าที่สุด พยายามให้ลูกนอนหลับต่อด้วยตนเอง

  • หลีกเลี่ยงการให้ลูกกินอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น น้ำอัดลม ช็อกโกแลต

  • อย่าให้ลูกนอนกลางวันมากนัก โดยเฉพาะช่วงเย็นๆ จะทำให้ไม่ง่วงเมื่อใกล้เวลานอนตามปกติ

  • ชวนลูกออกกำลัง วิ่งเล่นพอสมควรตอนกลางวัน เพื่อจะได้หลับง่ายในตอนกลางคืน

       การนอนหลับอย่างเพียงพอจะส่งผลดีต่อ360ºอัจฉริยรอบด้านของลูกได้ค่ะ