เดือนที่ 26

ไข้หวัดใหญ่ 2009 กับลูกน้อย

       โรคที่คุณแม่มือใหม่ต้องระวังคือ โรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009  คือโรคไข้หวัดที่มีการแพร่ระบาดไปทั่วโลกเมื่อปี 2009 และปัจจุบันยังมีการติดเชื้อนี้อยู่
       โรคนี้เกิดจากเชื้อไข้หวัดใหญ่ ชนิดเอ สายพันธุ์เอช 1 เอ็น 1 (H1N1) ซึ่งเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ของคน และไม่เคยพบมาก่อน เนื่องจากเป็นการผสมกันของสารพันธุกรรมไข้หวัดใหญ่ในมนุษย์  ไข้หวัดนก  และไข้หวัดหมู

อาการของโรค

       อาการของโรคนี้จะคล้ายกับผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ธรรมดา แต่มีอาการรุนแรงกว่าและรวดเร็วกว่า นั่นคือ มีไข้สูงราว 38 องศาเซลเซียส สำหรับเด็กมีอาการแสดง คือ หายใจถี่ หรือ หายใจลำบาก ผิวหนังหรือริมฝีปากเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงิน ดื่มน้ำไม่ค่อยได้ อาเจียนมาก ปลุกไม่ตื่นหรือไม่มีอาการตอบสนอง มีอาการหงุดหงิด ถึงขั้นไม่อยากให้อุ้ม มีไข้เฉียบพลัน หรือมีอาการหวัด ไออย่างรุนแรง หากลูกมีอาการเหล่านี้ต้องรีบไปพบแพทย์ทันทีนะคะ
       หากร่างกายแข็งแรงอาการจะทุเลาลงใน 3-5 วันสำหรับคนที่ร่างกายไม่แข็งแรง โดยเฉพาะเด็กที่ภูมิคุ้มกันยังทำงานได้ไม่ดีนัก อาจจะทำให้เกิดการอาการรุนแรงและเกิดโรคแทรกซ้อนตามมา ซึ่งคือ อาการปอดอักเสบ  หัวใจวาย  อาจจะทำให้เกิดเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (ในกรณีที่เชื้อเข้ากระแสเลือด)  และทำให้เสียชีวิตได้

การป้องกันและรักษา

  • ให้ลูกล้างมือด้วยน้ำและสบู่หรือแอลกอฮอล์เจลบ่อยๆ

  • บอกลูกให้ไม่ใช้มือแคะจมูก ขยี้ตา หรือเอามือเข้าปากหากยังไม่ได้ล้างมือ

  • หากลูกมีอาการป่วยคล้ายไข้หวัดใหญ่ เช่น มีไข้ ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ ปวดเมื่อยตามร่างกาย ให้กินยาลดไข้ เช่น พาราเซตามอล  (ห้ามใช้ยาแอสไพริน) และยารักษาตามอาการ เช่น ยาละลายเสมหะ ยาลดน้ำมูก  และอาการรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ให้รีบนำไปพบแพทย์

       โรคไข้หวัดใหญ่ 2009 นี้ สามารถรักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะ นั่นคือยาโอเซลทามิเวียร์  (หรือชื่อทางการค้าว่า ทามิฟลู) ที่สามารถใช้ได้ตั้งแต่เด็กอ่อนถึงผู้ใหญ่ และมีทั้งชนิดเม็ดและน้ำ...หากเทียบกับโรคอื่นๆ โรคนี้นับว่ารุนแรงไม่มากนัก  หากได้ดูแลป้องกันลูกน้อยแล้ว ลูกน้อยก็จะห่างจากโรคนี้ได้