ช่วงไตรมาสที่ 2 นี้อาจจะเป็นช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนของคุณแม่ เพราะอาการแพ้ท้องและอาการเวียนหัวต่างๆ เริ่มหายไป แต่ก็อย่าลืมดูแลทั้งลูกน้อยและตัวคุณแม่เองอย่างสม่ำเสมอนะคะ

คุณแม่จะรู้สึกดีขึ้นเพราะอาการแพ้ท้องที่ค่อยๆ หายไป ในขณะเดียวกันลูกน้อยในท้องก็กำลังโตขึ้นเรื่อยๆ และต้องการสารอาหารต่างๆ เพื่อมาช่วยในการเติบโตของเขา ช่วงนี้จึงเป็นโอกาสดีสำหรับคุณแม่ที่จะได้กินอาหารที่มีประโยชน์ เพราะก่อนหน้านี้ คุณแม่ต้องต่อสู้กับอาการคลื่นไส้จนกินไม่ลงมาโดยตลอด การกินอาหารที่มีประโยชน์อย่างเหมาะสมสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ในช่วง 4-6 เดือน มีเคล็ดลับดังต่อไปนี้

วางแผนการกิน

ช่วง 3 เดือนต่อจากนี้ คุณแม่จะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น 400 กรัม ในทุกๆ สัปดาห์ และจะต้องการพลังงานเพิ่มขึ้นกว่าปกติ  ให้ลองวางแผนการกินล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วัน เพื่อให้คุณแม่ไม่พลาดที่จะได้รับสารอาหารจำเป็นอย่างเพียงพอ อาหารที่ดีต่อสุขภาพโดยทั่วไปก็จะประกอบด้วยผักผลไม้นานาชนิด และอาหารที่เป็นแหล่งโปรตีน เช่น นม ถั่ว ธัญพืช ควบคู่ไปกับการกินอาหารเสริม เพื่อให้แน่ใจว่าลูกในท้องจะได้รับสารอาหารอย่างพอดี เพื่อช่วยพัฒนาการของเขาในทุกๆ ด้าน

อย่าขาดสารอาหารจำเป็น

คุณแม่ต้องได้รับสารอาหารต่างๆ ที่จำเป็นซึ่งมีอยู่หลายชนิด ทั้งนี้ก็เพื่อเสริมสร้างพัฒนาการของลูกน้อยในครรภ์ รวมไปถึงสุขภาพของคุณแม่ในระหว่างตั้งครรภ์เองด้วย ยกตัวอย่างเช่น ธาตุเหล็ก ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของฮีโมโกลบิน ที่ทำหน้าที่ในการขนส่งออกซิเจนในเซลล์เม็ดเลือดแดง ยิ่งในช่วงตั้งครรภ์ธาตุเหล็กยิ่งมีความจำเป็นมากขึ้น เพราะในระหว่างนี้เลือดของคุณแม่จะมีปริมาณเพิ่มขึ้น เพื่อขนส่งออกซิเจนและสารอาหารส่วนหนึ่ง ไปเลี้ยงอวัยวะและร่างกายของเจ้าตัวเล็ก คุณแม่สามารถช่วยให้ลูกน้อยผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดงได้ดีขึ้น ด้วยการกินอาหารที่อุดมด้วยธาตุเหล็กอย่างสม่ำเสมอ เช่น ผักโขม เนื้อแดง หรือเป็ดไก่

แนะนำให้คุณแม่ท้องกินอาหารเสริมพวกธาตุเหล็กและกรดโฟลิก โดยกินธาตุเหล็กวันละ 30-60 มิลลิกรัม และกรดโฟลิก 400 ไมโครกรัม เพื่อป้องกันภาวะผิดปกติต่างๆ เช่น การเกิดโรคเลือดจาง การคลอดก่อนกำหนด และการที่เด็กมีน้ำหนักแรกเกิดต่ำ แต่ขอย้ำว่า ต้องปรึกษาคุณหมอเสมอก่อนจะกินอาหารเสริมใดๆ ระหว่างตั้งครรภ์

การกินอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีวิตามินซีสูง เช่น น้ำส้ม จะช่วยให้ร่างกายสามารถดูดซึมธาตุเหล็กได้ดีขึ้น และวิตามินซียังช่วยสร้างคอลลาเจนเพื่อเสริมสร้างเนื้อเยื่อต่างๆ รวมไปถึงหลอดเลือดได้ด้วย

DHA เป็นสารอาหารสำคัญที่คุณแม่ต้องได้รับเพื่อไปช่วยพัฒนาสมองของลูกน้อย ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางการควบคุมทักษะใน ด้านต่างๆ ของเขา ให้ก้าวล้ำทั้งความคิดและอารมณ์ โดยให้คุณแม่กินอาหารที่เป็นแหล่งของ DHA ต่อไปเรื่อยๆ เช่น ปลาทะเล หรือผลิตภัณฑ์นมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และให้นมบุตร อย่างนมเอนฟาแลคมาม่าฯลฯ   เพื่อช่วยให้ลูกน้อยได้พัฒนาสมองและสายตา  รวมทั้งสารอาหารอื่นๆ ที่ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการของลูกน้อย  ไม่ว่าจะเป็นสังกะสี ทองแดง และโคลีน ซึ่งล้วนแต่สำคัญทั้งสิ้น

อย่าลืมกินผักด้วยนะ

ผักให้สารอาหารสำคัญหลายชนิด  และยังมีใยอาหารที่จะช่วยแก้อาการท้องผูก ซึ่งเกิดได้บ่อยในคุณแม่ตั้งครรภ์ ให้เลือกกินผักใบเขียวเข้ม และผักสีอื่นให้หลากหลาย เช่น แครอต  ฟักทอง พริกหยวก มะเขือเทศ มะเขือ และดอกกะหล่ำ เป็นต้น โดยให้กินผักสัก 4-5 เสิร์ฟต่อวัน หรือประมาณผักปรุงสุกครึ่งชาม หรือผักสด 1 ชาม

ท่องเอาไว้ น้ำ น้ำ แล้วก็น้ำ

น้ำเป็นส่วนสำคัญในกระบวนการหลายอย่างของร่างกาย แล้วก็ยังเป็นส่วนประกอบหลักของเลือดด้วย โดยน้ำจะช่วยพาสารอาหารไปเลี้ยงเซลล์ต่างๆ ของร่างกาย พร้อมกับเอาของเสียออกมา จึงจำเป็น มากที่ช่วงตั้งครรภ์คุณแม่ต้องได้รับน้ำอย่างเพียงพอ  เพราะร่างกายต้องใช้น้ำในการสร้างน้ำคร่ำและเพิ่มปริมาณเลือดในร่างกาย คุณแม่ตั้งครรภ์ต้องการน้ำประมาณ 2.3 ลิตร หรือ 10 แก้วต่อวัน

การดื่มน้ำมากๆ ยังจะส่งผลดีต่อผิวของคุณแม่ และช่วยลดปัญหาผิวหนังที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนได้ การมีน้ำในร่างกายอย่างเพียงพอ สามารถป้องกันอาการอื่นๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงตั้งครรภ์ได้ เช่น อาการท้องผูก ขณะเดียวกันก็ช่วยให้ลูกเติบโตได้อย่างแข็งแรงสมบูรณ์

ทั้งนี้ พยายามเลี่ยงดื่มน้ำที่มีน้ำตาลหรือคาเฟอีนสูง อย่างพวกน้ำโคล่า และแน่นอนว่าห้ามดื่มแอลกอฮอล์ เพราะมันอาจไปเป็นอันตรายต่อลูกในครรภ์ได้ การดื่มน้ำเปล่านั้นดีที่สุด  

ออกกำลังกายเบาๆ

การออกกำลังกายให้ผลดีหลายอย่างกับร่างกาย ไม่ว่าจะตั้งท้องอยู่หรือไม่ก็ตาม ไม่ใช่เพียงช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและลดน้ำหนักส่วนเกินเท่านั้น  แต่ยังช่วยให้คุณแม่พร้อมสำหรับการคลอดด้วย  การออกกำลังกายยังช่วยลดอาการไม่สบายตัวต่างๆ ในช่วงตั้งครรภ์ เช่น อาการปวดหลัง ท้องผูก ท้องอืด ช่วยให้อารมณ์ดี เพิ่มระดับพลังงาน และยังช่วยให้หลับง่ายขึ้น

การกินอาหารที่มีใยอาหารสูงและไขมันต่ำไปพร้อมๆ กับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ถือเป็นการปฏิบัติตัวที่ดีในระหว่างตั้งครรภ์ เพราะจะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ได้

ตอนนี้ คุณแม่คงอยากเคลื่อนไหวร่างกายไป  เพื่อให้รู้สึกดีขึ้น แต่คุณแม่ควรจะปรึกษาคุณหมอก่อนเป็นดีที่สุดว่าจะออกกำลังกายแบบไหนถึงจะปลอดภัยและเหมาะสมกับตัวคุณแม่

ดาวน์โหลดฟรี! แอพพลิเคชั่นเพื่อแม่ตั้งครรภ์

หากคุณแม่ต้องการข้อมูล เคล็ดลับเพิ่มเติมเกี่ยวกับพัฒนาการของทารกตลอดช่วงระยะเวลาการตั้งครรภ์ คำแนะนำด้านโภชนาการ และรับสิทธิประโยชน์เพื่อลูกน้อยตั้งแต่ในครรภ์จนถึง 3 ปี คุณสามารถสมัครสมาชิก Enfa Smart Club ผ่านแอพพลิเคชั่นเพื่อแม่ตั้งครรภ์ฟรี ที่นี่ Enfa A+ Genius Baby