ปัญหาลูกกินยากและเลือกกิน

       อาหารสำหรับเด็กวัยเตาะแตะต้องครบคุณค่า  ย่อยง่าย เคี้ยวง่าย รสไม่จัด สีสันน่ากิน มีปริมาณพอเหมาะกับความต้องการ โดยเฉพาะโปรตีนจากเนื้อสัตว์ต่าง ๆ ปลา หมู กุ้ง ไก่ โดยให้สลับกันแต่ละมื้อ อาจให้เต้าหู้ ถั่วเมล็ดแห้งต่าง ๆ ร่วมกับอาหารเนื้อสัตว์ ผักใบสีเขียว เช่น ตำลึง คะน้า ผักสีเหลือง เช่น ฟักทอง หรือสีแดง เช่น มะเขือเทศ ซึ่งจะช่วยการขับถ่ายได้ ไม่เกิดปัญหาท้องผูก และอาหารที่ลูกวัยนี้ควรได้รับทุกวันคือ ไข่และนม โดยเฉพาะนมที่มีสารอาหารครบถ้วน เช่น ดีเอชเอ  โคลีน วิตามินบี 12 ที่จำเป็นต่อการพัฒนาสมอง  รวมถึงวิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ เป็นต้น
      อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาพบว่าเด็กในช่วงอายุ 1-3 ขวบ ประมาณ 45 % มีปัญหากินยากหรือเลือกกิน ซึ่งส่งผลต่อการเจริญเติบโต และพัฒนาการของเด็กด้านต่างๆ ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ต้องพยายามแก้ไขให้ลุล่วงไปได้

เมื่อลูกกินยาก & เลือกกิน& กินน้อย

       ลูกน้อยวัยเตาะแตะจะกินยากและช่างเลือกอาหารมากขึ้น เขาจะจิ้มๆ เขี่ยๆ อาหารเล่น ไม่ค่อยอยากกิน บางครั้งก็อมข้าว อาจจะด้วยห่วงเล่นมากกว่า (เพราะโลกรอบตัวช่างน่าตื่นเต้นไปซะทั้งหมด)

แนวทางแก้ไข...

  • จัดบรรยากาศให้สนุก    โดยเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ ซึ่งคุณแม่มีเวลาว่าง และไม่เหนื่อยจากการทำงาน การหากิจกรรมในระหว่างมื้ออาหารเป็นการกระตุ้นให้ลูกอยากกินได้ทางหนึ่ง เช่น เล่นเกมทายปัญหาเกี่ยวกับอาหารที่กิน (เช่น บอกชื่อผักผลไม้ที่มีสีแดง สีส้ม ) เล่นเกมเก้าอี้ดนตรีก่อนกิน พยายามทำให้การกินอาหารพร้อมหน้าพร้อมตากันเป็นเรื่องสนุกสนาน ไม่ควรดุ เตือน หรือตั้งใจสอน เอาผิด คาดโทษ หรือตำหนิลูกในขณะนั้น

  • กำหนดช่วงเวลามื้ออาหารไว้   เช่น อาหารเช้าประมาณ 20-30 นาที อาหารเย็นประมาณ 30-40 นาที หากลูกเล่นอาหาร ขว้างปาช้อนหรือถ้วย อมข้าว หรือกินช้าจนเลยเวลาที่กำหนด ให้เก็บอาหาร ซึ่งคุณแม่ต้องใจแข็ง และไม่ควรให้อาหารอื่นกับลูกเลยระหว่างมื้อ เมื่อถึงเวลาอาหารมื้อต่อไป ลูกจะกินอาหารได้มากขึ้น

  • จัดแต่งอาหารให้มีสีสันน่ากิน   ตั้งชื่อให้น่าสนใจ   เช่น ข้าวผัดสายรุ้ง ผัดผักสี่สหาย เรือมะละกอ (มะละกอผ่า ¼)  ดาบแครอต (แครอตต้มหั่นเป็นแนวยาว) ฯลฯ และปริมาณที่ตักในครั้งหนึ่งๆ ไม่มากจนเกินไป

  • ใช้ภาชนะที่ลูกใช้สะดวก  เช่น ภาชนะที่มีขอบสูง เวลาลูกใช้ช้อนตัก จะได้ไม่หกง่าย และไม่แตกง่าย ส่วนช้อนต้องมีด้ามยาวพอให้เด็กถือได้ ให้ลูกนั่งบนเก้าอี้เด็กที่ขนาดพอเหมาะ เด็กๆ มักไม่ชอบเก้าอี้ที่นั่งห้อยขาแล้วเท้าแตะไม่ถึงพื้น

  • ไม่ควรขู่หรือบังคับให้ลูกกินสิ่งที่ไม่ชอบ  หรือบังคับให้กินให้หมดจานทั้งๆ ที่ลูกอิ่มแล้ว เพราะจะทำให้เขารู้สึกไม่ดีต่อการกิน

  • เลี่ยงอาหารซ้ำๆ   ไม่ควรให้ลูกกินอาหารอย่างใดอย่างหนึ่งซ้ำๆ เพราะจะทำให้ได้สารอาหารบางอย่างไม่ครบและไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่าง กายลูก เช่น มื้อเช้าอาจจะเป็นข้าว ข้าวผัด ก๋วยเตี๋ยว บะหมี่ ขนมปัง ไม่จะเป็นต้องเป็นข้าวต้มอย่างเดียว

  • ให้หยิบกินเอง    คุณแม่อาจจัดของว่างและอาหารไว้บนชั้นตู้เย็นในระดับเดียวกับส่วนสูงของลูก เมื่อไหร่ที่ลูกต้องการกินอาหาร ก็สามารถเปิดตู้เย็นหยิบเองได้

  • อย่าให้ลูกปฏิเสธนม  นอกจากข้าวแล้ว  เด็กๆ ควรจะได้รับนมอย่างน้อยวันละ 1-2 แก้ว แต่หากลูกไม่ยอมดื่มนมเปล่าๆ เลย คุณก็ควรจะให้ลูกกินนมที่ผสมอยู่ในขนมหรืออาหารอื่นๆ เช่น คุกกี้ เนย ซุป ฯลฯ นิสัยชอบดื่มนมนี้ควรฝึกให้ลูกดื่มไปอีกเรื่อยๆ จนโต เช่นเดียวกับผักผลไม้