ลูกกินแต่นม ขนม  ไม่กินข้าว

       ปัญหาการเลี้ยงลูกกินแต่นม ขนม ของกินเล่น เป็นปัญหาที่พบบ่อยในเด็กวัยเตาะแตะ  จริงๆ แล้ว อาหารสำหรับเด็กอายุ 1 ขวบขึ้นไป  คือข้าว  ไม่ใช่นม ดังนั้นหากลูกไม่ยอมกินข้าว กินแต่นม หรือขนม คุณแม่ก็ต้องจำกัดนมไม่ให้เกินวันละ 2 แก้ว และจำกัดการกินขนมของลูก เพราะไม่อย่างนั้น ลูกก็จะเลือกกินแต่นม อยู่ได้ด้วยนม หรือขนม ไม่ยอมกินข้าวนั่นเอง

  • ลดขนม ส่วนเด็กที่กินขนมไม่ว่าจะเป็นขนมถุง ขนมซอง ไอศครีม น้ำอัดลม น้ำหวาน  ช็อกโกแลต หรือของกินเล่น  อาหารเหล่านี้จะมีรสหวาน หลังกินจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดจะสูงขึ้น ซึ่งจะไปกดศูนย์การหิวซึ่งอยู่ในสมอง  เป็นสาเหตุทำให้เด็กอิ่ม ไม่อยากอาหาร  ที่ดีที่สุดคือ ระหว่างมื้ออาหาร คุณแม่ต้องไม่ให้ลูกกินขนมอีกเลยจนกว่าจะถึงอาหารมื้อใหม่  (หรือทิ้งช่วงได้ประมาณ 1 ชั่วโมงก่อนมื้ออาหาร) ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ต้องใจแข็ง   ถ้าเด็กหิวก่อนถึงเวลาของมื้อต่อไปก็อนุญาตให้กินอาหารเดิม คือมื้อที่เด็กปฏิเสธไปโดยอาจนำมาอุ่นให้ แต่ห้ามให้นมหรือขนมแทน  ถ้ามื้อนี้กินน้อย มื้อหน้าเด็กจะกินมากขึ้นเอง เพราะมนุษย์เราทุกคนมีศูนย์ควบคุมการหิวอยู่ที่สมอง  เมื่อหิวแล้วพบว่าเด็กหลายๆ คนเลือกอาหารน้อยลง เดิมไม่กินผักก็เริ่มกินได้

  • จัดเมนูที่หลากหลาย...ให้ลูกได้เลือก  เป็นอีกวิธีที่จะทำให้ลูกหันมากินอาหารได้ โดยไม่ต้องคำนึงถึงความชอบหรือไม่ชอบของตัวคุณพ่อคุณแม่  เพราะบางทีอาหารที่เราไม่ชอบ เมื่อลูกได้ลองมัน เขาอาจจะชอบก็ได้ มีการศึกษาที่แสดงให้เห็นว่าเด็กวัยเตาะแตะมักจะกินอาหารใหม่ๆ   (หลังจากกินอาหารเดิมๆ มาประมาณ 5-6 ครั้งแล้ว)

  • จัดสัดส่วนของอาหารให้เหมาะ ที่ ลูกพอจะกินอิ่มและหมดในหนึ่งมือ (ไม่มากไปหรือน้อยไป) และเมื่อลูกอิ่มก็ไม่ควรบังคับ แต่ควรกำหนดเวลาที่ชัดเจนในการกินอาหารเป็นมื้อๆ ไม่กินตลอดทั้งวัน

  • ฝึกให้ลูกช่วยเหลือตัวเองในการกิน  เด็กวัยเตาะแตะเริ่มจะตักข้าวกินเองได้ โดยคุณแม่อาจยอมให้หกเลอะได้บ้าง ไม่ควรป้อน หรือพยายามบังคับให้เด็กกิน อีกวิธีหนึ่งคือการหาอาหารซึ่งเด็กสามารถใช้มือหยิบจับกินเองได้สะดวก เช่น น่องไก่ ข้าวเหนียวปั้น เด็กจะรู้สึกสนุกกับการกินมากขึ้น

  • ให้เด็กกินอาหารพร้อมผู้ใหญ่   จะช่วยกระตุ้นให้เด็กอยากอาหารได้  คุณพ่อคุณแม่หลายคนแปลกใจ กับการที่ลูกกินอาหารได้มากขึ้นเวลากินร่วมโต๊ะอาหารกับพ่อแม่