เพิ่มน้ำและผักผลไม้ แก้ท้องผูก

      ในช่วงการตั้งครรภ์จะมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน ทำให้กระบวนการย่อยอาหารช้าลง ทำให้ลำไส้ใหญ่ดูดซึมน้ำในปริมาณที่มากขึ้น อุจจาระจึงจับตัวเป็นก้อนแข็ง และประกอบกับมดลูกมีการขยายตัว การหดรัดตัว และกดทับลำไส้ ทำให้การเคลื่อนไหวของลำไส้ช้าลง คุณแม่จึงมีโอกาสท้องผูกได้ง่าย ประกอบกับน้ำหนักของมดลูกทำให้มีเลือดคั่งมากขึ้น  คุณแม่จึงเกิดริดสีดวงทวารหนักได้ง่ายเช่นกัน  ทางที่ดี  ควรระวังไม่ให้ท้องผูก  

       วิธีง่ายๆ สำหรับคุณแม่ที่มีอาการท้องผูก ก็คือการดื่มน้ำให้มากและเพิ่มกากใย

เคล็ดลับแม่ตั้งครรภ์ดื่มน้ำได้มากขึ้น

      ในช่วงตั้งครรภ์ที่ร่างกายของคุณแม่จำเป็นต้องได้รับ “น้ำ” อย่างเพียงพอ คือวันละ 8-10 แก้ว วิธีง่ายๆ ที่จะช่วยเตือนให้คุณแม่ดื่มน้ำได้มากขึ้นและเพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในช่วงนี้ คือ

     ·  ตื่นนอนแล้วให้ดื่มน้ำก่อนเป็นอันดับแรก
     ·  พยายามดื่มน้ำหลังจากปัสสาวะทุกครั้ง
     ·  วางแก้วน้ำหรือขวดน้ำไว้ใกล้มือเสมอ
     ·  พยายามจิบน้ำบ่อยๆ ตลอดทั้งวัน แทนการดื่มน้ำเป็นแก้วๆ ซึ่งจะทำให้รู้สึกจุกและปวดปัสสาวะบ่อยขึ้น
     ·  ไม่ควรดื่มน้ำเฉพาะเวลาที่รู้สึกระหายเท่านั้น เพราะนั่นหมายถึงร่างกายของคุณแม่เริ่มขาดน้ำแล้วนั่นเอง
     ·  ดื่มน้ำเปล่าดีที่สุด แต่ถ้าอยากเพิ่มรสชาติ อาจบีบมะนาวลงไปให้พอมีรสเปรี้ยวบ้างก็ได้
     ·  น้ำอุ่น ช่วยปรับอุณหภูมิให้ร่างกายได้ดีกว่าน้ำเย็น แต่ถ้าหาน้ำอุ่นไม่ได้ น้ำอุณหภูมิห้องก็ทดแทนได้  

กินผักผลไม้สดให้มาก เพื่อเพิ่มกากใย ที่จะช่วยเพิ่มปริมาณของอุจจาระจึงกระตุ้นให้ลำไส้ใหญ่ทำงานได้ดีขึ้น และออกกำลังกายเบาๆ พยายามลุกเดิน เปลี่ยนอิริยาบถบ้าง หรืออาจจะเดินสัก 10-15 นาทีในช่วงเช้า ก็จะช่วยให้ลำไส้ทำงานได้เคลื่อนไหวและดีขึ้น และอาการท้องผูกจะได้ไม่มาเยือนคุณแม่บ่อยๆ  เมื่อท้องไม่ผูก โอกาสเกิดริดสีดวงทวารก็มีน้อยลงค่ะ