เมื่อไหร่ที่คุณแม่เตรียมเข้าสู่สัปดาห์ที่ 36 แล้ว แปลได้ว่าลูกกำลังพร้อมที่จะออกมาได้ตามกำหนดทุกเวลา คุณแม่บางท่านอาจจะรอเวลา ที่ปวดท้องคลอดเองธรรมชาติ บางคนมีนัดผ่าคลอดกับคุณหมออาจจะต้องไปนอนโรงพยาบาลก่อน แต่ช่วงนี้อาการกระสับกระส่าย กระวนกระวายใจล่วงหน้าว่าการคลอดจะเป็นไปได้ด้วยดีมั้ย มารบกวนใจตลอดเวลา ระหว่างรอคลอด เอนฟาอยากให้คุณแม่หากิจกรรมที่ลด ความกังวลซึ่งก็เป็นผลดีต่อคุณแม่และลูกในท้องด้วยนะคะ

พักและนอนให้มากที่สุด

เข้าใจว่าอาจจะเป็นไปได้ยากแต่จากประสบการณ์ของคุณแม่เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์บอกว่าถ้าย้อนเวลากลับไปได้จะขอนอนสะสมเอาไว้เยอะๆ เก็บพลังงานเอาไว้ เพื่อการเบ่งคลอดและดูแลเจ้าตัวเล็กที่ยังไม่รู้เวลากลางวันกลางคืน และอยาก ดูดนมคุณแม่อยู่ตลอดเวลาดังนั้นพยายามคิดแง่บวกไว้ว่าการคลอดเป็นเรื่องที่ จะผ่านไปได้สบายมาก

อ่านหนังสือที่ชอบ

ดูหนังที่บันเทิงใจ ตัดเรื่องเครียดออกไปแล้วในช่วงสุดท้ายของการตั้งท้องเป็น เวลาที่จะเอนเตอร์เทนตัวเองด้วยหนังสือที่ให้ข้อคิดดีๆ หนังซีรีส์จาก Netflix หรือเรื่องที่ยังไม่ได้เคยดูอาจจะยกเว้นพวกหนังเขย่าขวัญน่ากลัวๆ ไปก่อนเพราะ อาจทำให้คุณแม่และลูกในท้องรู้สึกเครียด พาลจะท้องแข็งเอาได้

เคลียร์งานเบาๆ

ก่อนลาคลอด ถ้ามีเวลาว่างหลังจากเริ่มลาคลอดแล้วแต่ลูกยังไม่พร้อมจะออกมา อยู่บ้านเหงาๆ ก็อาจจะส่งมอบงานให้ทีมดูแลต่อ งานไม่สะดุด แต่ต้องไม่ใช่งานที่สมบุกสมบันหรือไปนั่งประชุมนานๆ

ตรวจลิสต์ของจำเป็นให้พร้อมเป็นรอบที่ 2-3

กระเป๋าที่จัดไปโรงพยาบาลมีสิ่งที่ต้องใช้พร้อมแล้วรวมทั้งของใช้ของลูกทุกอย่างควรเตรียมไว้ ไม่ต้องกลับมาเหนื่อยจัดต่อ หรือลำบากออก ไปซื้อกะทันหันเพราะตอนนั้นคงวุ่นวายกันทั้งครอบครัวน่าดู

ออกกำลังเบาๆ

เช่น โยคะสำหรับคุณแม่ตั้งท้องหรือเดินในหมู่บ้านมีคุณหมอหลายท่านแนะนำ ว่าการเดินในคุณแม่ที่ตั้งครรภ์สัปดาห์ที่ 38 ไปแล้วจะช่วยให้มดลูกบีบตัว ในการคลอด โดยอาจจะทำร่วมกับโยคะท่าที่ปลอดภัยและการหายใจที่ถูกวิธี เพื่อเป็นการดูแลร่างกายและจิตใจให้เป็นหนึ่งเดียวกัน

อยู่กับคนใกล้ตัวที่ให้พลังงานดีๆ

อยู่ท่ามกลางคนที่เรารักและเพื่อนที่ให้กำลังใจ ทำให้เรามีรอยยิ้มหัวเราะได้และ ทำให้มั่นใจว่าทุกอย่างจะผ่านไปด้วยดี

นั่งสมาธิ

อาจจะนั่งบนเก้าอี้หรือหลับตา นับการหายใจไม่ก็ใช้วิธีสวดมนต์ให้รู้สึกโฟกัสกับ ปัจจุบัน ไม่ต้องวิตกไปก่อนให้ข้างในของคุณแม่แข็งแรงกับบทบาทใหม่ในชีวิต อีกครั้ง