ฉลาดเรียนรู้

เรียนรู้คำตรงข้าม

       ลูกวัยนี้ มีพัฒนาการด้านความคิดและสติปัญญาที่มากขึ้น จึงเริ่มรู้จักและเปรียบเทียบและจัดหมวดหมู่ และสามารถใช้ภาษาถ่ายทอดความรู้ ความเข้าใจเรื่องนี้ออกมาเป็นคำพูดได้ เด็กวัยนี้จึงสามารถเข้าใจความหมายของคำเปรียบเทียบที่บอกลักษณะตรงกันข้ามง่ายๆ เช่น  เล็ก-ใหญ่ สั้น-ยาว ดำ-ขาว ร้อน-เย็น ฯลฯ ได้
       คุณแม่อาจชวนลูกเล่นเพื่อสอนให้เขาได้เรียนรู้คำตรงข้ามง่ายๆ   เช่น ให้ลูกดูรูปสุนัข 2 ตัวที่มีลักษณะแตกต่างกน - ตัวเล็ก หางสั้นสีดำ/ ตัวใหญ่ หางยาว สีขาว แล้วถามลูกว่าตัวเล็ก-ใหญ่  ตัวไหนหางสั้น-ยาว ตัวไหนสีดำ-สีขาว เป็นต้น  และสามารถหาภาพอื่นๆ  มาเล่นเพื่อสอนการเรียนรู้คำในลักษณะนี้ให้ลูกได้อีก เพื่อความฉลาดเรียนรู้ของลูกค่ะ

ฉลาดเคลื่อนไหว

ชวนลูกเล่นกระต่ายขาเดียว

       กระต่ายขาเดียวเป็นเกมสนุกๆ ที่สามารถเล่นกันได้ภายในบ้าน โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ ใช้เพียงแค่ร่างกายในการเคลื่อนไหว คุณแม่อาจชักชวนคุณพ่อกับลูกๆ มาเล่นด้วยกัน โดยเริ่มต้นคุณแม่เป็นกระต่ายวิ่งไล่จับคุณพ่อและลูกน้อย และผลัดกันเป็นกระต่าย เกมนี้นอกจากจะสร้างความสนุกสนานให้กับลูกได้แล้ว ลูกยังจะได้เคลื่อนไหวส่วนต่างๆ ของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นกล้ามเนื้อขาที่ต้องกระโดดอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งได้ใช้แขนเพื่อยื่นไปแปะคนที่เล่น รวมทั้งลูกจะได้ฝึกการทรงตัวที่จะทำให้รู้ว่าควรสร้างสมดุลของร่างกายอย่างไรที่จะไม่ทำให้ล้ม
       การที่ลูกมีความสุข สนุกกับเกมนี้ จะส่งผลให้ลูกเป็นเด็กที่มีสุขภาพจิตที่ดี ส่งผลให้ต่อการทำงานของสมอง  และหากได้เล่นกันในกลุ่มเพื่อนๆ แล้วลูกก็จะได้เรียนรู้การเล่นเป็นกลุ่ม สร้างทักษะทางสังคมให้ลูกด้วยค่ะ

ฉลาดสื่อสาร

สอนให้ลูกรู้จักแสดงความคิดเห็น

        วัยนี้เป็นวัยช่างซัก ช่างถาม คุณแม่ไม่ควรดุหรือตัดบทลูกเพราะความรำคาญ แต่ต้องเปิดโอกาสให้ลูกเป็นเด็กช่างสงสัยให้มากที่สุดจนกลายเป็นนิสัย และไม่จำเป็นที่คุณแม่ต้องตอบคำถามลูกได้หมดทุกข้อ แต่สามารถตอบว่าไม่รู้ แล้วมาช่วยกันหาคำตอบได้ เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกหาคำตอบเอง โดยมีคุณแม่คอยถามนำส่งเสริม และช่วยเหลือ
       คุณแม่ควรต้องเปิดใจกับคำถาม คำตอบ และเหตุผลของลูก เพราะบางคำถามไม่ได้มีคำตอบเดียว และตัวคุณแม่ก็สามารถสอดแทรกความคิดเห็นของตัวเองลงไปด้วย แล้วถามความคิดเห็นลูกกลับไป  หรืออาจจะอธิบายในสิ่งที่ถูกต้อง ด้วยวิธีการนี้จะทำให้ลูกน้อยของคุณแม่รู้จักคิด และค้นหาคำตอบต่างๆ ในเรื่องที่ตนสงสัยต่อไป  ผลพลอยได้ที่เพิ่มขึ้นคือ ลูกจะรู้จักแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง โดยใช้เหตุผลของตนเอง ไม่ใช่อารมณ์ และลูกจะรู้จักรับฟังเหตุผลของคนอื่นเช่นกันค่ะ

ฉลาดด้านอารมณ์

สอนลูกใกล้ชิดศาสนา พัฒนาพื้นฐานอารมณ์

       การที่คุณแม่สอนให้ลูกใกล้ชิดกับศาสนาตั้งแต่เล็กๆ จะสามารถช่วยให้ลูกเป็นคนที่มีจิตใจที่ดีงามได้โดยไม่ยาก เพราะทุกหลักธรรมคำสอนของทุกศาสนา ล้วนต่างสอนให้คนมีจิตใจที่ดี เสียสละ มีจิตใจที่รัก เมตตา และให้อภัยต่อผู้อื่น คุณแม่ควรสอนให้ลูกเรียนรู้ และเข้าใจแก่นแท้จากคำสอนของศาสนาที่ตนเองและครอบครัวนับถือ อีกทั้งควรที่จะให้ลูกได้เรียนรู้ในหลักคำสอนของศาสนาอื่นไว้ด้วย เพื่อที่ว่าเมื่อลูกต้องอยู่ในสังคมร่วมกับคนที่นับถือศาสนาอื่นๆ ลูกจะได้รู้จักที่จะให้เกียรติกับคนเหล่านั้น โดยไม่ไปขัดแย้ง แต่จะเคารพในการกระทำและความคิด รวมถึงความเชื่อของผู้อื่น เพื่อที่จะได้อยู่ร่วมในสังคมเดียวกันได้อย่างสงบสุข
       นอกจากนี้ ควรปลูกฝังด้วยการพาไปวัด การได้ฟังพระเทศน์ สวดมนต์ ทำบุญ  หรือได้รับรู้เรื่องที่เชื่อมโยงกับศาสนา เช่น พุทธประวัติ นิทานพื้นบ้าน นิทานชาดก เมื่อไปเห็นพระพุทธรูปปางต่างๆ ก็กระตุ้นให้สนใจเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ และศิลปะ เมื่อมีโอกาสก็พาไปเวียน เป็นต้น  การไปลูกวัด จึงไม่ใช่จะได้เรียนรู้ธรรมะหรือศาสนาเพียงอย่างเดียว แต่จะเชื่อมโยงจิตใจของลูกให้อ่อนโยน มีสติ มีพื้นฐานทางอารมณ์ที่ดี สงบและใจเย็นลงได้ด้วยค่ะ