ฉลาดเรียนรู้

เรียนรู้สร้างสรรค์เสียงดนตรีจากสิ่งใกล้ตัว

       ดนตรีนั้นไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่อยู่ในสิ่งที่แวดล้อมเรา จึงขอชวนคุณแม่พาลูกมาสร้างเสียงดนตรีหลากหลายเสียงจากของใกล้ตัวกันอย่างแก้วน้ำกันดีกว่า 
       วิธีเล่นง่ายๆ  เพียงนำแก้วน้ำที่มีลักษณะเหมือนกัน 6 ใบ ใส่น้ำตามระดับจากมากไปหาน้อย  วางเรียงกัน  จากนั้นให้ลูกนำช้อนหรือปากกามาเคาะที่แก้ว  ระดับเสียงดนตรีที่แตกต่างกันตามระดับน้ำในขวดก็จะเกิดขึ้น ให้ลูกฟังเสียงดีๆ สิว่า น้ำมากกับน้ำน้อยให้เสียงสูงเสียงทุ้มแตกต่างกันอย่างไร นั่นคือ ลูกจะเรียนรู้ได้ว่าหากน้ำน้อยจะทำให้เกิดเสียงสูง ในขณะที่น้ำมากทำให้เกิดเสียงทุ้มต่ำ
       หรือให้ลูกนำกระป๋องใส่ถั่ว ใส่ทรายมาเขย่าให้สนุกแทนลูกแซค  นำฝาหม้อมาตีแทนฉาบ หรือเอาหม้อ กะละมังมาตีแทนกลอง  นำของใช้ในครัวมาทำเป็นโมบายใช้ตีแทนนิ้งหน่อง  เป็นต้น หรือให้ลูกลองคิดว่าเขาจะใช้สิ่งของอะไรแทนดนตรีอะไร ก็จะช่วยฝึกกระบวนการเรียนรู้และความคิดสร้างสรรค์ให้ลูกน้อย  รับรองลูกสนุกกับจังหวะและดนตรีจากสิ่งของใกล้ตัวนี้ ซึ่งจะส่งผลดีต่อการทำงานของสมองลูกด้วยค่ะ

ฉลาดเคลื่อนไหว

พัฒนากล้ามเนื้อกับการกระโดดเชือก

       การกระโดดเชือก เป็นการออกกำลังกายที่แสนง่ายโดยที่คุณแม่อาจจะไม่ต้องสอนอะไรลูกน้อยมากมายนัก อาจจะเริ่มต้นแนะนำวิธีการเล่นในช่วงแรก  เมื่อลูกได้ลองหัดเล่น ในไม่ช้าเขาจะเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว
       การเล่นกระโดดเชือกนั้น ลูกจะได้เรียนรู้ถึงจังหวะการเคลื่อนไหวของขาและแขน เพื่อให้ทำงานประสานกัน จะช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อ กระดูก เพิ่มเรี่ยวแรงและความทนทานของลูกมากขึ้น
       นอกจากจะเป็นกีฬาที่ใช้เชือกซึ่งเป็นอุปกรณ์ราคาถูกแล้ว ลูกยังจะได้ความสนุกและได้ประโยชน์ในการออกกำลังกายด้วย คุณแม่อาจชวนลูกกระโดดเล่นสลับกัน หรือชักชวนเพื่อนๆ ลูกมาเล่นด้วยกันหลายๆ คน  จะทำให้ลูกรู้สึกสนุกสนาน ได้ออกกำลังกาย และการเล่นกับเพื่อน ลูกยังจะได้เพิ่มพัฒนาทักษะทางสังคมอีกด้วยค่ะ

ฉลาดสื่อสาร

เพื่อนในจินตนาการ...ช่วยพัฒนาทักษะสื่อสารของลูก

       เพื่อนในจินตนาการของเด็ก ไม่ใช่เรื่องผิดปกติค่ะ เป็นสิ่งที่เด็กสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นตัวช่วยของเขา เนื่องจากวัยนี้เด็กเริ่มมีพัฒนาการทางการสื่อสาร แต่การจะอธิบายความรู้สึกแก่พ่อแม่หรือผู้คนรอบข้างนั้นอาจทำได้ไม่ดีเท่าที่ควรเนื่องจากเขายังมีคำในคลังคำศัพท์ไม่มากพอ
       การมีเพื่อนในจินตนาการจะช่วยให้ลูกมีทางออกด้วยการระบายความในใจ ช่วยให้เขาสามารถรับมือกับอารมณ์ที่ขุ่นมัวเศร้าหมองได้ดียิ่งขึ้น และหากมองในแง่ดีแล้ว  เท่ากับลูกมีพัฒนาการด้านจินตนาการที่ดีมาก และช่วยให้ลูกได้พัฒนาทักษะทางการสื่อสารได้ดีขึ้น ซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถอาศัยเพื่อนในจินตนาการนั้นเข้าถึงจิตใจของลูกได้มากขึ้นด้วย
       ถ้าลูกทำผิดแล้วโทษว่าเป็นฝีมือของเพื่อนในจินตนาการ ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กแนะนำว่า ไม่ควรทำโทษลูกด้วยการว่ากล่าวจนกลายเป็นเรื่องใหญ่ แต่ควรอธิบายถึงกฎเกณฑ์ต่างๆ ในบ้านอีกครั้ง และช่วยกันแก้ไขสิ่งที่ลูกทำผิดนั้นเสีย การกล่าวหาลูกมากๆ เข้ายิ่งทำให้ลูกหันไปหาเพื่อนในจินตนาการมากขึ้นไปอีก
       นอกจากนั้นพ่อแม่ไม่ควรขัดหรือดุลูกลูกเกี่ยวกับเพื่อนในจินตนาการว่าไม่มีอยู่จริง แต่ควรทำความเข้าใจและดึงให้เพื่อนของลูกเหล่านั้นเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว อาจจะถามถึงเขาบ้างว่ามีลักษณะอย่างไร เขาชอบอะไร ฯลฯ อีกไม่นานเด็กๆ จะโตขึ้นและมีเพื่อนในโลกแห่งคงวามเป็นจริง ส่วนเพื่อนในจินตนาการจะหายไปที่สุดค่ะ

ฉลาดด้านอารมณ์

เคล็ดลับปราบลูกอิจฉากัน

       การที่ลูกอิจฉาพี่หรือน้องเพราะเกิดความรู้สึกไม่มั่นใจ กลัวว่าตัวเองจะถูกแย่งชิงความรักไป คุณแม่ไม่ควรคิดว่าเป็นเรื่องธรรมชาติ หรือปล่อยให้เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน เพราะนอกจากจะทำลายความสงบสุขแล้ว ยังไม่ส่งผลดีต่ออารมณ์ของลูกคนนั้นๆ ด้วยค่ะ
       คุณแม่ควรสร้างบรรยากาศในครอบครัวให้มีกิจกรรมที่ได้ร่วมมือร่วมใจกัน เช่น  ร่วมกันเล่นจิ๊กซอว์ต่อภาพให้สมบูรณ์ มอบหมายให้ดูแลสัตว์เลี้ยงในบ้านร่วมกัน เป็นต้น  ไม่ส่งเสริมลูกให้ทำกิจกรรมที่แข่งขันชิงดีชิงเด่นกัน อาจเล่นสนุกๆ มีผลัดกันแพ้ ผลัดกันชนะได้บ้าง แต่ต้องไม่ถึงกับแข่งขันกันซะทุกเรื่อง และไม่แสดงอาการชื่นชมกับลูกที่ชนะมากเกินไป เพราะจะทำให้ลูกๆ รู้สึกว่า พ่อแม่จะรักเขาก็ต่อเมื่อเขายอดเยี่ยมกว่าใคร และควรสอนให้ลูกยอมรับได้หากสมาชิกคนใดคนหนึ่งได้รับของขวัญพิเศษในวาระต่างๆ   เพราะในยามปกติลูกๆ ก็จะได้รับความรัก ความเอาใจใส่อย่างยุติธรรมไม่ต่างกัน
       ที่สำคัญ ไม่ควรใช้ความรักมาเป็นเครื่องต่อรองการทำความดีของลูก เช่น ถ้าลูกคนไหนดื้อ หรืองอแง คุณแม่ก็ควรตำหนิติติงที่ตัวเขาโดยตรง ไม่เอาไปโยงกับคนอื่นด้วยการหันไปเอาใจลูกคนอื่นแทน  ทำให้ลูกสะสมความโกรธ เกลียด อิจฉา และไปลงที่พี่หรือน้องแทนความรักความอบอุ่นของพ่อแม่ค่ะ