ฉลาดเรียนรู้

สอนลูกเข้าใจเรื่องเวลา

       การเลี้ยงลูกในวัย 4 ขวบ ลูกเริ่มรู้จักกิจวัตรประจำวันของตัวเองมากขึ้น เริ่มทำทุกอย่างได้เองแบบอัตโนมัติ อย่างเช่น หลังอาบน้ำ เขาก็จะไปหยิบแปรงสีฟันมาแปรงฟันเองโดยคุณแม่ไม่ต้องบอกซ้ำ หรือพอใส่ชุดนอนเรียบร้อย เขาก็จะหยิบนิทานหนึ่งเล่มมาทิ้งไว้บนเตียง รอคุณแม่มาอ่านให้ฟังก่อนนอน
       การที่เขารู้จักทำกิจวัตรประจำวันในแต่ละเวลา นั่นแสดงให้เห็นว่าลูกเริ่มเรียนรู้เรื่องของเวลาบ้างแล้วค่ะ คือ เริ่มรู้แล้วว่ามีกลางคืนไว้นอน ตื่นมาก็เจอกลางวัน พรุ่งนี้แปลว่าอะไร และอีกไม่นานเขาก็จะเริ่มเข้าใจว่าอีกหนึ่งชั่วโมงกับอีกไม่กี่นาทีต่างกันยังไง คุณแม่สามารถกระตุ้นให้ลูกเรียนรู้เรื่องเวลามากยิ่งขึ้น โดยการพยายามทำทุกอย่างให้เป็นกิจวัตรต่อไปเรื่อยๆ  เช่น เมื่อลูกอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ บอกกับเขาว่าแล้วเราจะไปห้องสมุดกันนะคะ เราจะอยู่ที่นี่สักหนึ่งชั่วโมงแล้วไปตัดผมกันต่อนะจ๊ะ หรือบอกเขาว่าแม่จะพาลูกไปตลาดสัก 1 ชั่วโมง จากนั้นก็กลับบ้านทำกับข้าวอีกประมาณครึ่งชั่วโมงคุณพ่อก็จะกลับมาจากที่ทำงานพอดี หรือสอนให้ลูกรู้จักนับวันรอให้เป็น เช่น อีก 7 วันจะถึงวันเกิดคุณพ่อแล้ว เขาจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับเวลาเพิ่มมากขึ้น รู้จักนับวันว่าอีกนานแค่ไหนที่จะถึงวันที่เขารอ ฝึกบ่อยๆ ลูกก็จะเรียนรู้และเข้าใจค่ะ

ฉลาดเคลื่อนไหว

เคล็ดลับชวนเด็กน้อยเล่นกีฬา

       กีฬาเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อของลูกน้อยให้เติบโตอย่างเต็มที่ แต่เด็กวัยนี้มักไม่ค่อยมีสมาธิอยู่กับอะไรนานๆ ถ้าอย่างนั้นต้องหากลวิธีที่จะชวนลูกให้สนใจหันมาเล่นกีฬากันค่ะ

  • สร้างทัศนคติที่ดี ด้วยการพูดคุยให้ความรู้เรื่องกีฬาหรือพาเขาไปดูการแข่งขันกีฬา เพื่อเป็นการปลูกฝังให้เขารู้จักและชื่นชอบกีฬาไปทีละน้อย ที่สำคัญจะได้ดูว่าเขาชอบกีฬาอะไร หรือกีฬาประเภทไหนที่เหมาะกับเขา

  • สร้างบรรยากาศ ด้วยการออกไปออกกำลังกายหรือเล่นกีฬานอกบ้านบ้าง อาจจะเป็นสวนสาธารณะหรือสนามก็ได้ การได้เปลี่ยนสถานที่ ได้พบเจอเพื่อนใหม่ จะทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นและกระตือรือร้นอยู่ตลอดเวลา ลูกจะมีความสุขและเล่นกีฬาได้นานมากขึ้น

  • เล่นด้วยกัน ลองสร้างกิจกรรมสนุกๆ แล้วชวนเพื่อนบ้าน หรือคนในครอบครัวมาเล่นด้วยกัน จะวิ่งไล่จับ ขี่จักรยานรอบหมู่บ้าน เล่นฟุตบอล หรือว่ายน้ำ หรือกีฬาที่ลูกชอบ ก็จะช่วยให้เกิดความรู้สึกที่ดีกับการเล่นกีฬาและสนุกกับกีฬาได้ทุกครั้ง

  • เล่นแบบสบายๆ ไม่บังคับหรือแข่งขัน ในช่วงเริ่มต้นเด็กๆ มักจะเล่นได้ไม่นานนัก อย่าบังคับ ปล่อยให้เขาได้เล่นตามสบาย จะได้รู้สึกสนุกและเล่นได้นานขึ้นเอง ที่สำคัญไม่ควรเน้นการแข่งขัน เพราะจะเป็นการสร้างแรงกดดัน ซึ่งจะทำให้เด็กไม่สนุกและไม่อยากเล่นอีกเลย

       เมื่อมีเวลา ลองชวนเจ้าตัวน้อยไปเล่นกีฬากันนะคะ นอกจากจะช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อต่างๆ ของลูกให้แข็งแรงแล้ว ยังเป็นการสอนให้รู้จักเรียนรู้ที่จะมีส่วนร่วมกับผู้อื่น รู้จักกฎกติกาด้วยค่ะ

ฉลาดสื่อสาร

แก้ปัญหาลูกพูดคำหยาบตามเพื่อน

       ปัญหาลูกพูดหยาบตามเพื่อน เกิดขึ้นได้กับเด็กที่เริ่มเข้าโรงเรียนแล้ว แม้ว่าลูกจะไม่รู้ความหมายของคำที่พูด แต่อาจจะได้ยินได้ฟังเพื่อนพูดก็พูดตามๆ กันไป จึงเป็นหน้าที่ของคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ที่ต้องสอนลูกในเรื่องนี้ เพื่อไม่ให้สิ่งนี้กลายเป็นปัญหาในการสื่อสารของลูกค่ะ

  • เมื่อได้ยินลูกพูดคำหยาบ ให้ตั้งสติดีๆ อย่าเผลอดุว่าลูกไปก่อน แต่ให้บอกลูกสั้นๆ อย่างหนักแน่นว่า “เราจะไม่พูดคำหยาบกันนะลูก คำนี้เป็นคำหยาบ” โดยชี้ให้ลูกเข้าใจเป็นคำๆ ว่า คำไหนที่หยาบคาย

  • สังเกตและเก็บข้อมูลว่าลูกพูดคำหยาบบ่อยไหม และแหล่งที่มาของคำหยาบเหล่านั้นน่าจะมาจากไหน เช่น ติดจากเพื่อนที่โรงเรียน จากการ์ตูนในโทรทัศน์ หรือว่าจากผู้ใหญ่ในบ้าน แล้วแก้ที่สาเหตุ เช่น ตักเตือนผู้ใหญ่ให้ระมัดระวังคำพูดเมื่อมีเด็กอยู่ใกล้ เลือกรายการโทรทัศน์ที่เหมาะสมกับวัยของลูก เป็นต้น

  • ผู้ใหญ่ต้องเป็นตัวอย่างที่ดี ใช้คำพูดที่ไพเราะ หลีกเลี่ยงสภาพแวดล้อมที่มีคำหยาบคายหรือไม่สุภาพ

  • ใช้เทคนิคอื่นในการช่วยปรับพฤติกรรมมาช่วย เช่น หนังสือนิทานคำกลอนสอนเด็ก เล่านิทานคุณธรรม ที่ตัวละครใช้คำพูดที่ดีเพื่อให้ลูกรู้สึกประทับใจตัวละครที่เรียบร้อย พูดไพเราะ

       เด็กในวัยนี้ชอบการเลียนแบบ อาจยังไม่สามารถแยกแยะได้ว่าสิ่งใดควรทำหรือไม่ควรทำ คุณพ่อคุณแม่จึงควรเป็นแบบอย่างที่ดีและชี้แนะในสิ่งที่ถูกที่ควรให้แก่ลูก เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้แต่สิ่งที่ดี ที่สำคัญการแก้ปัญหาพฤติกรรมต้องใช้เวลาและความต่อเนื่อง จึงจะเกิดผลที่ยั่งยืนค่ะ

ฉลาดด้านอารมณ์

แก้ปัญหาลูกอาละวาดเมื่อออกนอกบ้าน

       คุณแม่คงจะกลุ้มใจไม่น้อยเมื่อเวลาที่ต้องออกไปนอกบ้านแล้วลูกมักกลายเป็นเด็กที่ขี้โมโห งอแงอาละวาดตลอดเวลา จนบางครั้งคุณแม่ยังทำธุระไม่เสร็จก็ต้องรีบกลับบ้าน อาการแบบนี้จริงๆ เกิดจากความเบื่อซึ่งคุณแม่สามารถรับมือได้ โดยการให้ความสนใจกับเขาค่ะ

คุณแม่จะพบว่าบางครั้งแค่พาออกไปซื้อของที่ร้านขายของชำหรือห้างสรรพสินค้าใกล้ๆ ลูกก็เริ่มจะโมโหแล้ว ไม่ใช่เพราะเห็นของต่างๆ แล้วอยากได้นะคะ แต่ส่วนมากเป็นเพราะการต้องนั่งในรถเข็นนานๆ หรือเดินตามแม่ซื้อของ เป็นสิ่งที่น่าเบื่อ เพราะแม่ไม่ให้เขาได้มีส่วนร่วมกับกิจกรรมของแม่  ดังนั้น คุณแม่ควร...

  • ชวนลูกคุยบ่อยๆ  เช่น ถามความคิดของเขาเกี่ยวกับของที่คุณกำลังเลือกซื้อ ให้ลูกช่วยวางของใส่รถเข็น หรือจะสอนลูกเกี่ยวกับชื่อและชนิดของผัก ผลไม้ หรือสิ่งของที่กำลังซื้ออยู่ก็ได้  สอนการดูราคา

  • ติดของเล่นลูกไปด้วย  เวลาที่คุณแม่จะออกไปไหนก็ตามที่ต้องพาลูกออกไปรอด้วย ก็อย่าลืมหาของเล่นที่ลูกชอบติดไม้ติดมือไปทุกครั้ง เพื่อให้ลูกได้เล่นขณะรอคุณแม่ค่ะ

  • บางครั้งการที่ลูกขี้โมโห งอแง อาละวาดนั้น อาจไม่ใช่เพราะเบื่อ แต่หลายครั้งก็เป็นเพราะเขาหิว เพราะฉะนั้นพยายามหาขนม หรืออาหารว่างที่มีประโยชน์และพกพาง่ายติดตัวไว้ตลอดเวลา โดยเฉพาะเมื่อออกไปข้างนอก อย่างน้อยมีพกไว้ก่อนก็ดีกว่าต้องไปกุลีกุจอหาซื้อเอาข้างนอกตอนลูกเริ่มโมโหสุดขีด แบบนั้นคงวุ่นน่าดูค่ะ

       เมื่อคุณแม่ได้ใส่ใจที่แก้ไขปัญหา ลูกก็จะมีความฉลาดด้านอารมณ์ได้ไม่ยากค่ะ