ฉลาดเรียนรู้

สอนลูกเรียนรู้วินัย

       การสอนลูกให้มีวินัย เป็นสิ่งสำคัญสำหรับเด็ก เด็กที่ไม่มีวินัยจะไม่สามารถควบคุมตนเองให้เรียนหนังสือ และปฏิบัติตามกฎระเบียบหรือมารยาทของสังคมได้ ดังนั้นคุณแม่ควรฝึกวินัยให้ลูกตั้งแต่เล็กๆ

สมัครสมาชิก Enfa Smart Club กับชมวันนี้ ลุ้นรับสิทธิ์! รถเข็นเด็กสุดพรีเมี่ยม ฟรี!

       วิธีที่ทำง่ายที่สุดเลย คือคุณพ่อคุณแม่ต้องเป็นต้นแบบให้เขาค่ะ สิ่งไหนที่เราอยากให้ลูกทำเราก็ต้องทำให้ดูค่ะ เช่น การอาบน้ำหรือกินข้าวให้เป็นเวลา เวลาลูกทำการบ้านที่ต้องนิ่งๆ หรือนั่งขีดเขียนนาน ๆ ต้องตกลงกันไว้ก่อนเลยว่าทำเสร็จถึงได้เล่น ไม่ควรอะลุ้มอล่วย เพราะเขาก็จะมีวิธีสร้างเงื่อนไขกับคุณแม่เรื่อยๆ
       ส่วนเรื่องการช่วยเหลือตนเองด้านอื่นๆ คุณแม่ต้องทำทุกอย่างให้มีแบบแผน เช่น กลับมาถึงบ้าน จะทำอะไรก่อนหลัง เพื่อที่ง่ายต่อเขาด้วย ไม่ใช่ว่าเขาทำการบ้านเสร็จแล้ว กำลังเล่นเพลิน ๆ ก็มาจับอาบน้ำ หรือกลับถึงบ้านยังไม่ทำการบ้านจะจับลูกอาบน้ำซะแล้ว เด็กก็ไม่เกิดการเรียนรู้แล้ว
       เรื่องการมีวินัยนั้น ควรค่อยๆ ทำไปนะคะ เปลี่ยนแปลงกฎบ้างตามวัยที่โตขึ้น สิ่งที่สำคัญคือ ทุกคนในบ้านต้องปฏิบัติให้เหมือนกันและต้องหนักแน่นในสิ่งที่เราตั้งกฎไว้ค่ะ

 

ฉลาดเคลื่อนไหว

เล่นสนุกที่มือ.....ฉลาดที่สมอง

       การที่เด็กได้ฝึกฝนการกล้ามเนื้อมัดเล็กของมือ จะทำให้สมองสร้างเครือข่ายเส้นใยสมอง และจุดเชื่อมต่อและสร้างไขมันล้อมรอบเส้นในสมอง  และเซลล์สมองที่ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อมัดเล็กได้มาก  พัฒนาการของเด็กทางสติปัญญาจะพัฒนาไปได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น  หากเด็กไม่มีโอกาสได้ใช้มือเพื่อเป็นการสื่อในการเรียนรู้  เพราะมือเป็นเสมือนครูที่สำคัญของเด็ก และเป็นเครื่องมือเพื่อการเรียนรู้สำหรับเด็ก เพราะฉะนั้นคุณแม่ควรเปิดโอกาสให้ลูกได้ทำกิจกรรมที่เขาได้ใช้มือให้มากๆ ค่ะ

       ตัวอย่างกิจกรรมการใช้มือของเด็ก

  • ใช้มือสองข้างพร้อมกัน เช่น ทาแป้งตามตัว เล่นตบแปะ ติดกระดุม ร้อยเชือก 

  • เคลื่อนไหวนิ้วมือ เช่น ต่อบล็อกไม้ เสียบหมุดเป็นรูปต่างๆ 

  • ใช้มือและนิ้ว มือทั้งหมด เช่น ฉีกกระดาษ ปั้นดินน้ำมัน  เล่นดินเล่นทราย ละเลงสีด้วยมือและนิ้ว หรือใช้มือเล่นเงา  เช่น ทำเป็นรูปหมา รูปนกบิน งูเลื้อย ฯลฯ 

  • ใช้นิ้วชี้เพียงนิ้วเดียว เช่น ดีดลูกแก้ว ใช้นิ้วแตะและทากาว 

  • ใช้ข้อมือและ กล้ามเนื้อมือ  เช่น  ขีดเขียนด้วยสีเทียนหรือดินสอแท่งใหญ่ๆ การวาดภาพระบายสี  เปิดหน้าหนังสือ ตักอาหารด้วยตัวเอง ค้อนตอก เป็นต้น

       การปล่อยให้ลูกได้ใช้มือเรียนรู้ สัมผัส และทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เท่ากับได้พัฒนากล้ามเนื้อมือ พัฒนาสมอง และการเรียนรู้ของลูก  เรียกว่าเป็นกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการ 360ºอัจฉริยะรอบด้านค่ะ

สมัครสมาชิก Enfa Smart Club กับชมวันนี้ ลุ้นรับสิทธิ์! รถเข็นเด็กสุดพรีเมี่ยม ฟรี!

ฉลาดสื่อสาร

เล่านิทานต่างกับอ่านนิทานอย่างไร

       คุณแม่ทราบไหมคะว่า การเล่านิทานและการอ่านนิทานนั้นมีความแตกต่างกัน
       การ “เล่านิทาน” หมายถึง การที่คุณแม่พูดเล่าเรื่องราวในนิทาน โดยจะเล่าปากเปล่า หรือใช้ภาพในหนังสือประกอบการเล่าก็ได้ คำพูดอาจจะไม่ตรงกับข้อความในหนังสือ อาจจะมีบางส่วนเหมือนกันหรือคล้าย ๆ กัน การเล่านิทานให้ลูกฟัง จะช่วยให้ลูกเข้าใจเรื่องราว เป็นการขยายประสบการณ์ของเด็กเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ รอบตัวเขา และช่วยให้เด็กมีคำศัพท์และสำนวนต่างๆ มากขึ้น เป็นการช่วยให้ภาษายากๆ ในนิทานกลายเป็นการใช้คำง่าย ๆ ประโยคสั้นๆ แทน
       ส่วนการ “อ่านนิทาน หมายถึง การที่คุณแม่อ่านข้อความในหนังสือให้ลูกฟัง อาจใช้เสียงดัง-เบา สูง-ต่ำ เพื่อให้เรื่องที่อ่านสนุกสนานยิ่งขึ้น แต่ที่สำคัญจะต้องอ่านโดยไม่เพิ่มเติมคำพูดของตัวเองเข้าไป การฟังคุณแม่ อ่านนิทาน  ยิ่งถ้าได้เห็นตัวหนังสือ ภาพ และมองตามการชี้ตัวหนังสือที่กำลังอ่านไปด้วย จะมีประโยชน์อย่างยิ่งต่อพัฒนาการของเด็กในด้านการอ่าน-เขียน จะช่วยให้เด็กเรียนรู้ว่า ตัวหนังสือหน้าตาแปลก ๆ เหล่านี้เป็นสัญลักษณ์ที่แทนเสียงที่เปล่งออกมาเป็นคำต่างๆ ลูกจะเริ่มสังเกตว่าตัวอักษรใดหรือคำใดแทนเสียงอะไร และเริ่มจำคำเหล่านั้นได้ ซึ่งความรู้และความเข้าใจในเรื่องนี้คือพื้นฐานของการอ่านเป็นคำ และการรู้จักตัวพยัญชนะ สระ ตัวสะกดและวรรณยุกต์ เพื่อประสมคำต่อไป
       การ “เล่านิทาน” และการ “อ่านนิทาน” จึงเป็นกิจกรรมที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อการส่งเสริมภาษาของเด็ก เด็กต้องเรียนรู้ภาษาพูดก่อน และเมื่อมีความสามารถในภาษาพูดพอสมควรแล้ว ก็จะเป็นฐานสำคัญให้สามารถเรียนรู้ภาษาเขียนหรือภาษาหนังสือต่อไป ดังนั้น ในเด็กเล็ก จึงมักจะเน้นการ “เล่านิทาน” มากกว่า ขณะที่เมื่อเด็กโตอย่างเด็กวัยนี้ขึ้น “การอ่านนิทาน” จะเริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้นค่ะ

ฉลาดด้านอารมณ์

เล่น...ให้ลูกอารมณ์ดีและหัวเราะได้

       ลูกของใครงอแง หรือเหน็ดเหนื่อยจากการเรียนช่วงเปิดเทอม จนคุณพ่อคุณแม่หัวหมุนไปด้วย ขอแนะนำวิธีทำให้ลูกอารมณ์ดีและหัวเราะได้ เพื่อให้ทั้งครอบครัวมีความสุขและอารมณ์ดีไปพร้อมๆ กันด้วยค่ะ
       แค่อุปกรณ์ง่ายๆ อย่างหมอนที่ใช้หนุนนอน เพียงแค่คุณแม่นำหมอนข้างหรือหมอนหนุนหัวเอามาลองตีเล่นกับลูก เพียงแค่นี้เขาก็รู้สึกสนุกอย่าบอกใครแล้วล่ะค่ะ แต่อย่าลืมเลือกหมอนนุ่มๆ ลูกจะได้ไม่เจ็บค่ะ
       หรือคุณแม่อาจใช้วิธีการเล่าเรื่องสนุกๆ ตลกๆ ตอนที่ลูกยังเป็นทารกอยู่ เขาจะสนใจฟังเป็นพิเศษ อย่างเรื่องเปลี่ยนผ้าอ้อม หรือเรื่องสนุกๆ ตลกๆ ต่างๆ หรือการผลัดกันทำเสียงต่างๆ แล้วให้อีกฝ่ายทายก็จะสร้างอารมณ์ที่ดีให้ลูกได้ค่ะ