ฉลาดเรียนรู้

สอนลูกเรียนรู้การต่อรอง

       เด็กที่ทำตามคำสั่งของพ่อแม่อย่างเคร่งครัดย่อมเป็นที่รักของพ่อแม่  แต่เด็กที่รู้จักตั้งคำถามและมีเหตุผลที่จะทำหรือไม่ทำตามคำสั่ง จะสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขในระยะยาวมากกว่า เด็กที่จะรู้จักการต่อรองได้ เขาต้องเรียนรู้การพูดโดยมีเหตุมีผล ซึ่งต้องผ่านการใช้สมองคิดวิเคราะห์ข้อมูลมาแล้ว จึงจะสามารถต่อรองได้   
       การใช้เหตุผลต่อรองนี้ฝึกได้ตั้งแต่ลูกยังเล็ก นั่นคือสอนให้ลูกรู้จักตั้งคำถาม มีเหตุมีผลในการทำหรือไม่ทำ และถ้าเป็นไปได้ พ่อแม่ควรตอบรับลูกเท่าที่จะทำได้ แต่ไม่ได้หมายความว่า ลูกต่อรองเรื่องต่างๆ กี่ครั้งก็ให้ตลอด แต่ต้องเป็นสิ่งที่คุณแม่เห็นว่าสามารถให้ได้ เช่น แม่บอกให้ลูกไปนอนเพราะเลยเวลาเข้านอน แต่ลูกต่อรองว่าขอเล่นเกมจิ๊กซอว์ให้เสร็จก่อน เพราะหากปล่อยให้ค้างไว้ ลูกจะลืมและกังวลจนนอนไม่หลับได้ เป็นต้น
       การฝึกนี้มีข้อดี คือจะช่วยปรับพฤติกรรมของลูกได้ด้วย เช่น ถ้าลูกขออย่างสุภาพเขาจะได้ในสิ่งที่ขอ แต่ถ้าพูดไม่เพราะหรือเอาแต่โวยวาย คอยพูดแต่ว่า “ไม่” จะไม่ได้ตามที่ร้องขอ
       เด็กหลายคนกลัวการตั้งคำถามกับพ่อแม่ หรือครู และไม่เคยรู้ว่าเขาสามารถทำได้ เพราะพ่อแม่มักชิงปิดประตูทางเลือกเสียก่อน การพูดว่า “ไม่มีทาง ลูกเลิกพูดเรื่องนี้ได้เลย ไปนอนเดี๋ยวนี้” ไม่ใช่วิธีสร้างการเรียนรู้ให้ลูก  แต่ควรพูดแบบให้ลูกมีทางเลือก หากลูกอิดออดไม่ยอมเขานอนก็อาจ แม่ก็อาจให้ทางเลือก (ซึ่งจริงๆ ก็คือการต่อรอง)  เช่น “ถ้าเข้านอนตอนนี้ได้ฟังนิทานจากแม่ ถ้าเข้านอนหลังจากนี้ แม่ไม่เล่านิทานให้ฟังนะ”  เพื่อที่อย่างน้อยลูกก็ได้เรียนรู้การเลือก และเรียนรู้การสร้างทางเลือกเองในครั้งต่อๆ ไป  แม้เหตุการณ์จะไม่เป็นอย่างที่เขาต้องการไปเสียทั้งหมดก็ตาม 

ฉลาดเคลื่อนไหว

วิ่งไล่จับ พัฒนาการเคลื่อนไหว

       การเล่นวิ่งไล่จับกัน เป็นการเล่นที่มีมานาน  สนุกโดยไม่ต้องมีกฎเกณฑ์อะไรมาก เด็กเล่นเป็นเองโดยไม่ต้องมีใครสอน นอกจากความสนุกสนานเพลิดเพลินแล้ว การวิ่งไล่จับของลูกยังมีประโยชน์ไม่น้อยเลยค่ะ
       ลูกน้อยในวัยนี้มีพลังงานเหลือเฟือ ควรปล่อยให้ปลดปล่อยพลังงานเหล่านั้น  ซึ่งวิธีที่ง่ายที่สุดคือการวิ่งเล่น  วิ่งไล่จับ วิ่งเตะฟุตบอลเล่นๆ ให้ใช้ความเร็วบ้างก็ได้โดยวิ่งแข่งสั้นๆ บนสนามหญ้า อาจจะวิ่งกับสุนัขที่ลูกคุ้นเคยดี ก็สนุกไปอีกแบบค่ะ ถ้าลูกอยากแข่งขันก็อาจจะให้วิ่งเก็บของ วิ่งเปรี้ยว หรือถ้าชอบแปลกๆ ให้ลองวิ่งสามขากับคุณพ่อหรือจะวิ่งกระสอบก็น่าจะสนุกดีค่ะ
       การวิ่งจะช่วยให้ลูกได้มีการเคลื่อนไหวร่างกายในส่วนต่างๆ เช่น แขน ขา มือ ลำตัว และศีรษะ รวมถึงการควบคุมการเคลื่อนไหว การทรงตัว การประสานกันของการเคลื่อนไหว ซึ่งเป็นการพัฒนาความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อใหญ่ ส่งผลให้ลูกมีสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง สามารถใช้อวัยวะส่วนต่างๆ ทำงานได้ดี  ที่สำคัญการเล่นกีฬาจะทำให้ลูกรู้สึกสดชื่น ผ่อนคลาย และทำให้มีอารมณ์ดีค่ะ

ฉลาดสื่อสาร

เพิ่มทักษะภาษาด้วยบันทึก

       นอกการจากฝึกให้ลูกได้อ่านหนังสือแล้ว การเขียนก็มีความสำคัญไม่น้อยค่ะ คุณแม่สามารถช่วยลูกเพิ่มทักษะในการเขียนได้โดยการหาสมุดเล่มเล็กๆ น่ารักๆ ให้ลูกได้ลองฝึกขีดๆ เขียนๆ แม้ว่าเขาจะยังเขียนไม่เป็นภาษา ไม่เป็นคำ แต่ลูกสามารถบันทึกได้ว่าแต่ละวันเขาทำอะไรไปบ้าง โดยอาจวาดเป็นรูป หรือบอกให้คุณแม่ช่วยเขียนว่าวันนี้เขาอยากบันทึกอะไร เป็นการช่วยฝึกพัฒนาการของเด็กทางภาษาให้ลูกได้อย่างดีค่ะ
       หากเป็นไปได้ ควรฝึกให้ลูกบันทึกในทุกๆ วันอาจจะเป็นในช่วงก่อนนอน และในวันถัดไปก่อนจะบันทึกเรื่องราวใหม่ๆ ลงไป คุณแม่อาจเปิดบันทึกในวันก่อนๆ แล้วตั้งคำถามกับลูกว่าเมื่อวานหนูจำได้ไหมว่าบันทึกอะไรลงไปบ้าง ลองให้เขาเล่าด้วยตนเอง หากลูกยังนึกไม่ออกก็ค่อยๆ บอกเป็นแนวทางสักนิดเพื่อให้เขาพอจะจำได้ เช่น เรื่องต้นไม้ เรื่องสัตว์เลี้ยง ฯลฯ  เป็นการฝึกความจำและการเล่าเรื่องให้ลูกได้อย่างดี
       การเขียนบันทึกจะช่วยพัฒนาการใช้กล้ามเนื้อมือ และยังเป็นการเพิ่มทักษะภาษาของเขา ในการเรียนรู้ตัวหนังสือที่คุณแม่เขียน เพราะเวลาที่คุณแม่เขียนคำว่าอะไรเขาจะมองตามว่าแต่ละคำที่บอกไปนั้น มีรูปร่างหน้าตาการเขียนอย่างไร  นอกจากนี้การเขียนบันทึกยังจะช่วยพัฒนาความคิดในการวางแผน การรู้จักตนเอง รวมทั้งเป็นการช่วยระบายความรู้สึกต่างๆ ทั้งความสุข ความเศร้า ความคับข้องใจที่เขามี ซึ่งจะช่วยให้ลูกมีสุขภาพจิตที่ดี...เรียกว่าช่วยพัฒนาความฉลาดเรียนรู้ ฉลาดเคลื่อนไหว ฉลาดสื่อสาร และฉลาดด้านอารมณ์เลยค่ะ

ฉลาดด้านอารมณ์

อารมณ์ดีด้วยเกมเล่นซ่อนหา

       การเล่นซ่อนหาหรือซ่อนแอบ นับเป็นเกมสนุกของเด็กทั่วโลก เด็กๆ จะรู้จักหาที่ซ่อนที่แอบจนผู้ใหญ่อย่างเราก็แอบลุ้นไปด้วย เด็กอาจจะเล่นกันในหมู่เพื่อน หรือหากจะเล่นกันในบ้านก็สามารถทำได้  ด้วยการชวนสมาชิกทั้งครอบครัวมาเล่นด้วยกัน ยิ่งหลายคนยิ่งสนุกมากขึ้นค่ะ
       เริ่มต้นให้คุณพ่อเป็นผู้หาก่อน โดยต้องปิดตา และให้คุณแม่กับลูกไปซ่อน แล้วนับเลข 1-10  จากนั้นก็เริ่มต้นให้คุณพ่อหาตามจุดต่าง ๆ เมื่อหาพบจะพูดว่า “โป้ง” และจะหาไปเรื่อย ๆ จนครบ ผู้ที่ถูกหาพบคนแรกจะต้องมาเปลี่ยนมาเป็น "ผู้หา" แทน
       เกมนี้คุณพ่อคุณแม่ควรแกล้งทำเป็นหาลูกไม่เจอก่อน ให้เขารู้สึกว่าเขาเก่งที่ซ่อนจนหาไม่เจอ ลูกจะรู้สึกสนุกและอยากเล่นเกมนี้ต่อไปเรื่อยๆ ต่อไป และหาเขาเจอแล้ว เขาก็จะสนุกกับการได้เป็นผู้หาแทน
       ประโยชน์จากการเล่นซ่อนหา ก็คือการฝึกให้ลูกเป็นคนช่างสังเกต สามารถจับทิศทางของเสียงได้ รวมทั้งรู้จักประเมินสถานที่ซ่อนตัว จึงเป็นการฝึกความรอบคอบได้อีกทาง และที่สำคัญที่สุด ลูกจะได้รับความสนุกสนานเพลิดเพลินมาก ลูกจะมีรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะเมื่อเขาสามารถซ่อนตัวได้ และจะมีความสุขเมื่อสามารถหาตัวคุณพ่อคุณแม่ที่ซ่อนจนเจอ การเล่นนี้จะช่วยให้ลูกมีอารมณ์แจ่มใสเบิกบานใจ หากได้เล่นกันบ่อยๆ ก็จะช่วยให้ลูกกลายเป็นเด็กอารมณ์ดี รู้สึกมั่นคงในอารมณ์ เพราะได้เล่นกับคนที่เขารักและรักเขาค่ะ