พัฒนาการลูกน้อยตอนนี้อายุเกิน 3 ขวบครึ่งแล้ว  มาดูกันว่าพัฒนาการ 360° อัจฉริยะรอบด้านของลูกเป็นไปอย่างไรบ้าง

ฉลาดเรียนรู้

  • พัฒนาการลูกน้อยตอนนี้มีความคิดที่ซับซ้อนขึ้น จินตนาการมากขึ้น  บางครั้งจึงสับสนระหว่างเรื่องจริงกับเรื่องราวนิทานที่ได้ฟัง  

  • วัยนี้มักสนใจร่างกายตัวเองและตั้งคำถามกับตัวเองได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะคำถามที่เกี่ยวกับส่วนต่างๆ และการทำงานของร่างกาย

  • หลังจากที่รับรู้ว่าตัวเองเป็นเพศอะไรมาตั้งแต่ช่วงขวบปีก่อน ตอนนี้ลูกเริ่มสนใจใคร่รู้มากขึ้นในเรื่องนี้ ซึ่งคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ควรเตรียมคำตอบที่จะช่วยให้ลูกเข้าใจเรื่องนี้ได้ง่ายและเหมาะสมกับวัยด้วย

ฉลาดเคลื่อนไหว

  • น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นของลูกในช่วงวัย 3-4 ปีนี้ เป็นผลจากการเจริญเติบโตของกระดูกและกล้ามเนื้อ   

  • ร่างกายที่เติบโตแข็งแรง ส่งผลให้ลูกสามารถควบคุมกล้ามเนื้อในการเคลื่อนไหวได้ดีและทรงตัวได้ดี เด็กๆ มักจะวิ่งกระโดดและไม่ค่อยอยู่นิ่ง จึงพร้อมที่จะทำกิจกรรมเกี่ยวกับการออกกำลังกายได้มากขึ้น สังเกตได้จากการที่ลูกสามารถเล่นเครื่องเล่นสนามได้ดีขึ้น

  • เดินทรงตัวบนพื้นเอียงๆ ได้ โยนลูกบอลได้สูงและเตะได้ไกลกว่าเดิม

  • การใช้มือหยิบจับสิ่งของและการช่วยเหลือตัวเองดีขึ้นตามลำดับเช่นกัน ที่สำคัญเมื่อเข้าโรงเรียน โอกาสที่ลูกจะได้ใช้นิ้วมือจับดินสอมีมากขึ้น กล้ามเนื้อได้ใช้งานบ่อยขึ้นย่อมแข็งแรงขึ้น การลากเส้นตามแบบก็ทำได้ดีขึ้น

ฉลาดสื่อสาร

  • วัยนี้โอกาสที่ลูกจะได้เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ เปิดกว้างมากขึ้น เพราะโลกของลูกได้ขยายจากบ้านไปสู่โรงเรียน สภาพแวดล้อมใหม่ๆ ครูและเพื่อนวัยเดียวกันจะช่วยให้ทักษะด้านการสื่อสารของลูกดีขึ้น

  • คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ควรสนับสนุนให้ลูกได้พูดมากขึ้น เช่น กระตุ้นด้วยคำถาม ว่าวันนี้เรียนอะไร ครูชื่ออะไรบ้าง  มีเพื่อนกี่คน ชื่ออะไรบ้าง ทำอะไรที่โรงเรียนบ้าง คำถามเหล่านี้จะช่วยให้ลูกได้ทบทวนและผูกโยงความคิดก่อนที่จะเรียบเรียงออกมาเป็นคำพูดตอบเรา

ฉลาดด้านอารมณ์

  • โดยธรรมชาติของเด็กวัยนี้ชอบและอยากมีเพื่อน การเข้าสู่รั้วโรงเรียนจึงเป็นจุดเริ่มต้นการฝึกฝนการเข้ากลุ่ม

  • เด็กที่ไม่ได้รับการปูพื้นฐานทางสังคมหรือการเล่นเป็นกลุ่มมาก็อาจมีปัญหาได้ การถูกกลุ่มปฏิเสธบ่อยๆ อาจทำให้มีพฤติกรรมถดถอยกลายเป็นเด็กขี้อาย เก็บตัวได้เช่นกัน

  • คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ต้องช่วยกระตุ้นให้ลูกเข้ากลุ่มบ่อยๆ เปิดโอกาสให้ลูกเล่นกับเด็กอื่นบ่อยๆ แต่ต้องไม่ใช่การทำให้ลูกตกเป็นเป้าสายตาของคนอื่น เพราะนั่นจะทำให้ลูกยิ่งอายมากขึ้น คุณพ่อคุณแม่ควรลดความคาดหวังในตัวลูกลงมาสักนิด เพราะบางครั้งความอายหรือการขาดความเชื่อมั่นในตัวเองของลูกก็มาจากการจัดการของพ่อแม่ ที่สำคัญพยายามสนับสนุนให้ลูกทำสิ่งต่างๆ ด้วยตัวเองเมื่อลูกทำสำเร็จต้องเอ่ยชมจะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้ลูกได้    

       โอกาสที่ลูกวัยนี้จะมีพัฒนาการถดถอยเกิดขึ้นได้  เพราะเป็นช่วงรอยต่อระหว่างบ้านกับโรงเรียน  หากเราเข้าใจจุดนี้ เราก็จะสนับสนุน ปลอบโยน และให้กำลังใจลูกได้ถูกเมื่อยามที่ลูกมีอาการท้อแท้ สับสน ไม่มั่นใจ  แต่ถ้าเราไม่เข้าใจไปดุว่าลูกก็เท่ากับเรายิ่งซ้ำเติมลูกให้ถดถอยกลับไปเป็นเด็กที่ไม่รู้จักโต ดังนั้น กำลังใจ และการทำตามคำมั่นสัญญาจึงเป็นสิ่งสำคัญที่พ่อแม่ต้องมีให้กับลูกวัยนี้ค่ะ