วัย 1 ปี 5 เดือน

       พัฒนาการของลูกน้อยในวัยนี้นอกจากจะมีความเป็นตัวเองมากขึ้นแล้ว เวลาจะทำอะไรๆ ลูกวัยนี้จะมีพิธีรีตองในแบบที่ตัวเองต้องการ เช่น กินข้าวต้องเอาตุ๊กตาตัวโปรดมานั่งกินด้วย ไม่อย่างนั้นไม่กิน จะอาบน้ำต้องใช้ผ้าเช็ดตัวผืนนี้เท่านั้น นั่นเป็นเพราะเขาเรียนรู้ถึงอำนาจที่เขามีและแสดงมันกับคนอื่นมากขึ้นนั่นเอง...มาดูพัฒนาการ 360° อัจฉริยะรอบด้านของลูกน้อยเดือนนี้กันค่ะ       

ฉลาดเรียนรู้

  • เด็กวัยนี้บอกสอนอะไรเขาจะทำได้หมด เช่น สอนให้ขว้างลูกบอลใส่ตะกร้า สอนให้ใช้รีโมทเปิดทีวี ฯลฯ ซึ่งเป็นผลจาก ลูกเริ่มใช้คำสั้นๆ เพื่อสื่อสารให้คุณแม่มือใหม่รู้ว่าเขาต้องการอะไร เช่น ใช้คำว่า “ฉี่” หรือ “อึ” เพื่อบอกให้รู้ว่าปัสสาวะหรืออุจจาระ  “เที่ยว” คือไปเที่ยวข้างนอกบ้าน เป็นต้น

  • ลูกวันนี้ชอบการสัมผัสพื้นผิวของสิ่งต่างๆ รอบตัว โดยเฉพาะสิ่งที่มีผิวสัมผัสนุ่ม เรียบ ลื่น เช่น ขนสัตว์ ตุ๊กตายัดนุ่น ผ้าลื่นๆ ขณะเดียวกันก็ไม่ชอบวัตถุที่ติดแน่น เช่น กาว โคลน คุณพ่อคุณแม่จึงควรใช้โอกาสนี้ในการชวนลูกสำรวจพื้นผิวของสิ่งของต่างๆ ที่มีอยู่ในบ้าน เพื่อให้ลูกเรียนรู้ ทำความรู้จักกับพื้นผิวแต่ละแบบด้วย

  • ลูกเริ่มเรียนรู้ที่จะใช้การต่อรองและใช้อำนาจกับพ่อแม่บ้างแล้ว ไม่ว่าจะด้วยการเอะอะ อาละวาด ร้องไห้ลั่นบ้านเมื่อไม่ได้อย่างที่ต้องการ

  • ลูกยังคงชอบเลียนแบบท่าทางของผู้ใหญ่อยู่ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นท่านั่งอ่านหนังสือพิมพ์ ท่าพูดคุยโทรศัพท์ ท่าสะพายกระเป๋าของคุณแม่

  • วัยนี้ชอบเล่นของเล่นที่ตัวเองสามารถสร้างสรรค์ตามความคิดของตัวเองได้มีสมาธิในการเล่นมากขึ้น คุณแม่มือใหม่อาจลองหาของเล่นที่เป็นตัวต่อหรือจิกซอว์ง่ายๆมาให้ลูกเล่น พัฒนาการเรียนรู้ก็ได้ค่ะ

ฉลาดเคลื่อนไหว

  • ลูกเคลื่อนไหวได้คล่องแคล่วมากขึ้น สังเกตได้จากการที่สามารถลุกขึ้นยืนตัวตรงได้โดยไม่ต้องโก้งโค้งเหมือนก่อน  

  • ลูกวัยนี้ชอบปีนป่ายเป็นชีวิตจิตใจก็ว่าได้ และปีนไม่เลือกที่เสียด้วย คุณแม่มือใหม่จึงต้องระวังเรื่องอุบัติเหตุไว้บ้าง

  • ของเล่นที่ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้ลูก เช่น ของเล่นประเภททุบๆ ตอกๆ ตีๆ เด็กวัยนี้จะชอบมาก

ฉลาดสื่อสาร

  • เด็กแต่ละคนจะมีรูปแบบการเรียนรู้ด้านภาษาแตกต่างกันไป บางคนเรียนรู้ที่จะพูดเป็นคำๆ แล้วค่อยพูดเป็นวลี เป็นประโยค ขณะที่บางคน จะพูดอือๆ อาๆ ในลำคอและมีคำที่มีความหมายปนมาบ้างสักคำสองคำ คุณพ่อคุณแม่จึงควรใช้โอกาสนี้ในการฝึกฝนการใช้ภาษาให้ลูกอย่างเต็มที่ ลูกควรรับรู้ทุกอย่างที่เห็นและสัมผัสว่ามันคืออะไร สอนคำศัพท์ใหม่ๆ ให้ลูกวันละคำสองคำโดยไม่ลืมที่จะทบทวนคำศัพท์เก่าๆ ให้ลูกด้วย

  • วิธีฝึกให้ลูกพูดไม่ยาก  เพียงคุณพ่อคุณแม่พูดคำหรือประโยคสั้นๆ  เช่น อาบน้ำ นอน ไปเที่ยว เน้นใช้สรรพนาม หรือเรียกชื่อลูกบ่อยๆ เช่น หนูขวางบอล เปิดโอกาสให้ลูกได้พบเจอสิ่งใหม่ ๆ นอกบ้าน เพื่อเพิ่มคำศัพท์ใหม่ๆ จากสิ่งที่พบเห็นให้ลูก อ่านนิทานให้ลูกฟัง เป็นต้น

  • ลูกวัยนี้ชอบเสียงเพลง คุณแม่จะเห็นว่าแกจะชอบเคาะโต๊ะ โยกตัว หรือปรบมือตามจังหวะเพลง และก็ชอบฟังคำคล้องจอง บทกลอน บทอาขยานสำหรับเด็ก คุณแม่อาจลองหาหนังสือนิทานคำคล้องจองมาอ่านให้ลูกฟัง หรือนิทานเพลงมาเปิดก็จะช่วยพัฒนาทักษะภาษาให้ลูกได้อีกทางหนึ่งค่ะ

ฉลาดด้านอารมณ์

  • ลูกวัยนี้เกิดความคับข้องใจได้ง่าย และเกิดได้จากหลายสาเหตุทีเดียว  เช่น เมื่อเขาต้องอยู่ห่างจากคุณพ่อคุณแม่นานๆ หรือเมื่อเขาพยายามทำอะไรด้วยตัวเองแต่ไม่สามารถทำได้และไม่อยากขอความช่วยเหลือจากใคร หรือเมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่เขาต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งแต่เขาไม่สามารถเลือกได้ เป็นต้น

  • ลูกอาจแสดงความก้าวร้าวต่อเด็กที่อายุน้อยกว่าได้ แม้คุณพ่อคุณแม่จะพยายามสอนให้รักน้องไม่แกล้งน้อง แต่นี่เป็นเพียงช่วงหนึ่งของพัฒนาการเมื่อเวลาผ่านไปเขาจะค่อยๆ มีพฤติกรรมที่ดีขึ้น

  • ลูกจะใช้คำว่า “ไม่” เพื่อทดสอบอำนาจที่ตัวเองมีอยู่มากกว่าปฏิเสธสิ่งๆ นั้นจริงๆ เช่น แม่บอกให้กินนม แล้วลูกบอก “ไม่” นั่นไม่ใช่เพราะลูกไม่อยากกินนมจริงๆ หรอกค่ะ เพียงแต่ต้องการทดสอบพลังอำนาจของตัวเองเท่านั้น

  • วัยนี้ชอบแสดงออก  เพราะเขาอยากให้ทุกคนหันมาสนใจ และยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ทุกคนหันมาสนใจเขา และชอบทำอะไรตลกๆ หรือแกล้งยั่วอารมณ์ เช่น แต่งตัวยังไม่เสร็จก็หัวเราะและวิ่งหนีไปแล้ว

       ในวัยที่ลูกกระหายใคร่รู้สิ่งรอบตัว คุณแม่อย่าลืมเติมเต็มประสบการณ์ใหม่ๆ เพื่อให้ลูกได้เรียนรู้และสนุกไปกับมันด้วย เพื่อพัฒนาการ 360° อัจฉริยะรอบด้านของลูกน้อยค่ะ