นอกจากจะมีความเป็นตัวเองมากขึ้นแล้ว เวลาจะทำอะไรๆ ลูกวัยนี้จะมีพิธีรีตองในแบบที่ตัวเองต้องการ เช่น กินข้าวต้องเอาตุ๊กตาตัวโปรดมานั่งกินด้วย ไม่อย่างนั้นไม่กิน จะอาบน้ำต้องใช้ผ้าเช็ดตัวผืนนี้เท่านั้น นั่นเป็นเพราะเขาเรียนรู้ถึงอำนาจที่เขามีและแสดงมันกับคนอื่นมากขึ้นนั่นเอง...มาดูพัฒนาการแต่ละด้านของลูกน้อยเดือนนี้กันค่ะ       

ด้านสติปัญญาและการเรียนรู้

  • ลูกวัยนี้เมื่อสอนอะไร เขาจะทำได้หมด เช่น สอนให้ขว้างลูกบอลใส่ตะกร้า สอนให้ใช้รีโมทเปิดทีวี เป็นต้น

  • ลูกเริ่มใช้คำสั้นๆ เพื่อสื่อสารให้ผู้ใหญ่รู้ว่าเขาต้องการอะไร เช่น ใช้คำว่า “ฉี่” หรือ “อึ” เพื่อบอกให้รู้ว่าปัสสาวะหรืออุจจาระ  “เที่ยว” คือไปเที่ยวข้างนอกบ้าน เป็นต้น

  • ชอบสัมผัสพื้นผิวของสิ่งต่างๆ รอบตัว โดยเฉพาะสิ่งที่มีผิวสัมผัสนุ่ม เรียบ ลื่น เช่น ขนสัตว์ ตุ๊กตายัดนุ่น ผ้าลื่นๆ ขณะเดียวกันก็ไม่ชอบวัตถุที่ติดแน่น เช่น กาว โคลน คุณพ่อคุณแม่จึงควรใช้โอกาสนี้ในการชวนลูกสำรวจพื้นผิวของสิ่งของต่างๆ ที่มีอยู่ในบ้าน เพื่อให้ลูกเรียนรู้ ทำความรู้จักกับพื้นผิวแต่ละแบบด้วย

  • เริ่มเรียนรู้ที่จะใช้การต่อรองและใช้อำนาจกับพ่อแม่บ้างแล้ว ไม่ว่าจะด้วยการเอะอะ อาละวาด ร้องไห้ลั่นบ้านเมื่อไม่ได้อย่างที่ต้องการ

  • ยังคงชอบเลียนแบบท่าทางของผู้ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นท่านั่งอ่านหนังสือพิมพ์ ท่าพูดคุยโทรศัพท์ ท่าสะพายกระเป๋าของคุณแม่

  • วัยนี้ชอบเล่นของเล่นที่ตัวเองสามารถสร้างสรรค์ตามความคิดของตัวเองได้ มีสมาธิในการเล่นมากขึ้น คุณแม่อาจลองหาของเล่นที่เป็นตัวต่อหรือจิกซอว์ง่ายๆ มาให้ลูกเล่น เพื่อพัฒนาการเรียนรู้

ด้านร่างกายและการเคลื่อนไหว

  • ลูกเคลื่อนไหวได้คล่องแคล่วมากขึ้น สังเกตได้จากการที่สามารถลุกขึ้นยืนตัวตรงได้โดยไม่ต้องโก้งโค้งเหมือนก่อน  

  • ชอบปีนป่าย คุณแม่จึงต้องระวังเรื่องอุบัติเหตุไว้

  • ชอบของเล่นที่ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ  เช่น ของเล่นประเภททุบๆ ตอกๆ ตีๆ  

ด้านภาษาและการสื่อสาร

  • เด็กแต่ละคนจะมีรูปแบบการเรียนรู้ด้านภาษาแตกต่างกันไป บางคนเรียนรู้ที่จะพูดเป็นคำๆ แล้วค่อยพูดเป็นวลี เป็นประโยค ขณะที่บางคน จะพูดอือๆ อาๆ ในลำคอและมีคำที่มีความหมายปนมาบ้างสักคำสองคำ คุณพ่อคุณแม่จึงควรใช้โอกาสนี้ในการฝึกฝนการใช้ภาษาให้ลูกอย่างเต็มที่ ลูกควรรับรู้ทุกอย่างที่เห็นและสัมผัสว่ามันคืออะไร สอนคำศัพท์ใหม่ๆ ให้ลูกวันละคำสองคำโดยไม่ลืมที่จะทบทวนคำศัพท์เก่าๆ ให้ลูกด้วย

  • วิธีฝึกให้ลูกพูดไม่ยาก  เพียงคุณพ่อคุณแม่พูดคำหรือประโยคสั้นๆ  เช่น อาบน้ำ นอน ไปเที่ยว  เรียกชื่อลูกบ่อยๆ   เปิดโอกาสให้ลูกได้พบเจอสิ่งใหม่ ๆ นอกบ้าน เพื่อเพิ่มคำศัพท์ใหม่ๆ จากสิ่งที่พบเห็นให้ลูก อ่านนิทานให้ลูกฟัง เป็นต้น

  • ลูกวัยนี้ชอบเสียงเพลง คุณแม่จะเห็นว่าแกจะชอบเคาะโต๊ะ โยกตัว หรือปรบมือตามจังหวะเพลง และก็ชอบฟังคำคล้องจอง บทกลอน บทอาขยานสำหรับเด็ก คุณแม่อาจลองหาหนังสือนิทานคำคล้องจองมาอ่านให้ลูกฟัง หรือนิทานเพลงมาเปิดก็จะช่วยพัฒนาทักษะภาษาให้ลูกได้อีกทางหนึ่ง  

ด้านอารมณ์และสังคม 

  • ลูกวัยนี้เกิดความคับข้องใจได้ง่าย และเกิดได้จากหลายสาเหตุ   เช่น เมื่อเขาต้องอยู่ห่างจากคุณพ่อคุณแม่นานๆ หรือเมื่อเขาพยายามทำอะไรด้วยตัวเองแต่ไม่สามารถทำได้และไม่อยากขอความช่วยเหลือจากใคร หรือเมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่เขาต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งแต่เขาไม่สามารถเลือกได้ เป็นต้น

  • ลูกอาจแสดงความก้าวร้าวต่อเด็กที่อายุน้อยกว่าได้ แม้คุณพ่อคุณแม่จะพยายามสอนให้รักน้องไม่แกล้งน้อง แต่นี่เป็นเพียงช่วงหนึ่งของพัฒนาการเมื่อเวลาผ่านไปเขาจะค่อยๆ มีพฤติกรรมที่ดีขึ้น

  • ลูกจะใช้คำว่า “ไม่” เพื่อทดสอบอำนาจที่ตัวเองมีอยู่มากกว่าปฏิเสธสิ่งๆ นั้นจริงๆ เช่น แม่บอกให้กินนม แล้วลูกบอก “ไม่” นั่นไม่ใช่เพราะลูกไม่อยากกินนมจริงๆ  เพียงแต่ต้องการทดสอบพลังอำนาจของตัวเองเท่านั้น

  • วัยนี้ชอบแสดงออก  เพราะเขาอยากให้ทุกคนหันมาสนใจ และยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ทุกคนหันมาสนใจเขา และชอบทำอะไรตลกๆ หรือแกล้งยั่วอารมณ์ เช่น แต่งตัวยังไม่เสร็จก็หัวเราะและวิ่งหนีไปแล้ว

ในวัยที่ลูกกระหายใคร่รู้สิ่งรอบตัว คุณแม่อย่าลืมเติมเต็มประสบการณ์ใหม่ๆ เพื่อให้ลูกได้เรียนรู้และสนุกไปกับมันด้วย เพื่อพัฒนาการที่ดีอย่างรอบด้านของลูกน้อยค่ะ