จากหนูน้อยที่เคยว่านอนสอนง่าย ในเดือนนี้อาจกลายเป็นเด็กที่คอยส่ายหน้าท้าทายอารมณ์คุณแม่อยู่บ่อยๆ ...มาดูพัฒนาการแต่ละด้านของลูกน้อยเดือนนี้กันค่ะ 

ด้านสติปัญญาและการเรียนรู้

  • ยังคงถามว่า “นี่อะไร” อยู่บ่อยๆ ซึ่งถ้าคุณแม่ให้โอกาสลูกได้ถามหรือแสดงออก และตอบคำถามลูกอย่างกระตือรือร้นทุกครั้ง ลูกจะเกิดความคิดสร้างสรรค์อย่างเป็นธรรมชาติ และควรหาของเล่น เช่น ไม้บล็อก ดินน้ำมัน ดินเหนียว กระดาษ ดินสอสี ให้ลูกได้เล่นได้ละเลงสีตามความพอใจ ก็จะช่วยส่งเสริมความคิดและจินตนาการของลูกได้ดี  

  • รู้ความแตกต่างของรูปทรงแล้ว ไม่ว่าจะเป็นทรงกลม สี่เหลี่ยม สามเหลี่ยม

  • ลูกวัยนี้จะสนใจสัตว์ตัวเล็กๆ มาก หากไปสวนสาธารณะจะเพลินกับการเที่ยวหาตัวแมลง ถ้าไปชายหาด คุณแม่อาจชวนลูกเก็บเปลือกหอยขนาดต่างๆ มาเทียบกัน สอนให้เข้าใจความแตกต่างของเปลือกหอยชนิดต่างๆ ซึ่งการเรียนรู้แบบนี้จะทำให้ลูกเข้าใจได้เร็ว ลูกจะจำสิ่งของต่างๆ ที่ตนเองคุ้นตาได้โดยที่ไม่ต้องเห็นภาพหรือถือมันอยู่ในมือ

  • รู้จักฟังเสียงต่างๆ อย่างแยกแยะ และบอกได้ว่าอะไรคือเสียงนาฬิกา นกหวีด กระดิ่ง

  • เริ่มเรียนรู้กลิ่นต่างๆ ได้บ้างแล้ว คุณแม่ลองให้ลูกดมกลิ่นดอกไม้ ผลไม้ แล้วเล่นเกมสูดดมทายกลิ่นต่างๆ กัน

  • ระยะนี้ลูกจะจำได้ว่าของอะไรวางอยู่ตรงไหน ลูกจะหยิบและเก็บของเล่นต่างๆ ได้เอง

ด้านร่างกายและการเคลื่อนไหว

  • ลูกเคลื่อนไหวร่างกายได้คล่องแคล่วกว่าเดือนก่อนมาก มักปีนขึ้นไปยืนโชว์บนเครื่องเรือนต่างๆ เดินถือของเล่นได้คราวละหลายๆ ชิ้น ยิ่งได้เคลื่อนไหวเร็วๆ จะยิ่งมีความสุขมาก  

  • ใช้มือคล่องขึ้น มือกับตาทำงานประสานกันได้ดี หยิบวัตถุสองอย่างที่มีความสัมพันธ์กันมาสวมใส่กันได้ คุณแม่ลองหากล่องมีฝาปิดขนาดต่างๆ มาให้ลูกทดลองจับคู่  

  • ลูกหยิบจับอะไรได้ถนัดขึ้น และแสดงจินตนาการความคิดต่างๆ ออกมาจากสิ่งที่เล่นได้ เช่น เอาแท่งไม้มาเรียงต่อกันแล้วเรียกว่ารถไฟ

ด้านภาษาและการสื่อสาร

  • ลูกยังใช้มือ ออกท่าทางและเปล่งเสียงงึมงำๆ เพื่อสื่อความต้องการอยู่ เด็กบางคนพูดรู้เรื่องไว บางคนก็มีช่วงเก็บข้อมูลนาน แล้ววันดีคืนดีก็พรั่งพรูคำพูดมา ซึ่งขึ้นอยู่กับการเรียนรู้ที่ต่างกัน คุณแม่ควรพูดกับลูกบ่อยๆ    

  • เริ่มใช้คำสองคำให้เกิดประโยคง่ายๆ ขึ้นมา เช่น ไปเที่ยว หม่ำนม นอนเปล

  • เรียกชื่อสิ่งของต่างๆ บอกความรู้สึกและความต้องการของตัวเอง และเล่นเป็นเรื่องเป็นราวได้

  • ชอบฟังบทกลอนหรือคำที่สัมผัส คล้องจองกัน   ยิ่งมีรูปประกอบสวยๆ หรือคุณแม่ออกท่าทางไปด้วย ลูกจะชอบ  จึงควรสอนให้ลูกเรียนรู้คำใหม่ๆ และชวนลูกเล่นบัตรคำ ลูกจะจำได้ดี

ด้านอารมณ์และสังคม

  • ลูกกำลังรู้สึกสลับกันระหว่างความอยากอยู่ใกล้ชิดคุณแม่และความต้องการที่จะมีอิสระ เวลาบอกให้ทำอะไร ลูกมักพูดคำว่า ‘ไม่’ ทั้งๆ ที่ไม่ได้ต้องการปฏิเสธจริงๆ คุณแม่ต้องอดทนและเข้าใจลูก  อย่าโกรธกับคำว่า ‘ไม่’ นั้น แล้วลองใช้วิธีให้ลูกได้เลือกสิ่งต่างด้วยตนเอง หรือชวนลูกทำหรือทำเป็นตัวอย่างให้ดูเลยดีกว่า ใช้คำสั่งให้น้อยที่สุด เว้นแต่กรณีที่อาจเป็นอันตรายต่อลูกและคนอื่น

  • ลูกจะนอนน้อยลง ตื่นเร็วขึ้น หลับยาก และมีเงื่อนไข เช่น ขอน้ำ ขอนม ให้หอมแก้มหรือเล่านิทานชนิดไม่รู้จบบ้าง นอนแล้วก็มักตื่นขึ้นมา คุณแม่ต้องคุยปลอบให้ลูกนอน ลูกถึงจะหลับต่อได้

  • ลูกเริ่มเบื่อของของตัวเอง และอยากไปหยิบจับของของคนอื่น คุณแม่ต้องคอยดูเวลาลูกเข้าไปสำรวจห้องคนอื่น เพราะอาจไปรื้อค้นเจอของที่เป็นอันตรายมาเล่นได้

  • ลูกจะรู้สึกเห็นอกเห็นใจคนอื่นๆ รับรู้อารมณ์ของคุณแม่ และพลอยมีอารมณ์ต่างๆ ตามไปด้วย บางครั้งก็จะถามความเห็นคนอื่นก่อนว่าทำอย่างนี้ได้ไหม

  • ชอบใช้คำว่า “ของหนู” เพื่อประกาศความเป็นเจ้าของ

     แม้ลูกวัยนี้จะมีเรื่องให้ต้องปวดหัวอยู่บ้าง แต่ก็ยังมีแง่มุมน่ารักที่เป็นเด็กช่างประจบ เอาใจ สามารถถ่ายทอดและแสดงความรักออกมาให้คุณแม่ชื่นใจบ่อยๆ แค่นี้คุณแม่ก็หายเหนื่อยแล้วใช่ไหมคะ