เดือนที่ 3

ลูกตาแฉะ แก้ไขอย่างไรดี

       ปัญหาลูกน้อยตาแฉะ น้ำตาไหล และมีขี้ตามาก ทั้งๆ ที่ไม่ได้ร้องไห้ คงจะสร้างความกังวลใจให้กับคุณแม่มือใหม่ได้  ลองมาดูถึงสาเหตุและวิธีการช่วยลูกน้อยกันค่ะ             
      อาการตาแฉะ และขี้ตามากของทารกพบได้บ่อยในช่วง 2-3 เดือนแรกหลังคลอด ส่วนใหญ่แล้วมักเกิดขึ้นกับตาข้างเดียว สังเกตได้จากการที่ลูกมีน้ำตาคลอเบ้าหรือน้ำตาไหลเวลาโดนลม  มีคราบขี้ตาเกาะที่หัวตาหรือตามขอบตา ทำให้ลูกลืมตาไม่ขึ้น ส่วนมากจะเป็นๆ หายๆ นอกจากเรื่องการรักษาความสะอาดแล้ว สาเหตุของอาการนี้ยังเกิดจากการอุดตันในท่อน้ำตาที่เชื่อมต่อระหว่างตากับจมูก  ซึ่งมีแผ่นเนื้อเยื่อพังผืดบางๆ ปิดอยู่ที่รูทางออกของท่อน้ำตาในจมูก ทำให้การไหลของน้ำตาติดขัด บางครั้งอาจจะมีการติดเชื้อแบคทีเรีย ทำให้เด็กมีขี้ตามาก เกิดการอักเสบที่หัวตา และถ้าเป็นมากๆ ก็อาจทำให้เป็นหนองที่หัวตาได้ค่ะ
      
คุณแม่สามารถรักษาอาการเบื้องต้นของลูกได้โดยการใช้สำลี หรือผ้าสะอาดชุบน้ำอุ่นเช็ดคราบขี้ตาเพื่อให้ลูกลืมตาได้ การใช้ยาหยอดเพื่อป้องกันไม่ให้มีขี้ตามาก และช่วยนวดบริเวณท่อน้ำตาเพื่อช่วยเปิดท่อน้ำตาค่ะ 

ขั้นตอนนวดตา

       คุณแม่ลองใช้นิ้วชี้มากดที่หัวตาแนบเข้าไประหว่างหัวตากับสันจมูกค่ะ รู้สึกถึงเอ็นแข็งๆใต้นิ้วกันไหมคะ นั่นล่ะค่ะ ถุงน้ำตาอยู่ใต้ต่อเอ็นนั้น คราวนี้ให้วนนิ้วลงน้ำหนักเบาๆ เป็นวงกลมแล้วลากลงตามสันข้างจมูก มันจะเป็นเหมือนการรีดน้ำในลูกโป่งยาวๆ ทำให้น้ำดันลงไปทางปลายทาง เกิดแรงดันขึ้นเพื่อที่จะไปดันให้พังผืดที่ปากทางออกของท่อน้ำตาทะลุออกไป ให้นวดรอบละหลายๆครั้ง วันละหลายๆรอบเลยนะคะ
       ถ้าคุณแม่ได้พยายามนวดเต็มที่แล้วแต่ยังไม่หาย มีอาการน้ำตาไหลอยู่ ก็ลองไปปรึกษาคุณหมอ โดยส่วนใหญ่คุณหมอจะรักษาโดยแยงท่อน้ำตาเพื่อทะลุพังผืดที่ปากทางออกของท่อน้ำตาให้ค่ะ
       
คุณแม่สามารถนวดตาให้ลูกน้อยได้ทุกวัน และช่วงเวลาที่เหมาะสมก็คือ เวลาที่ลูกอารมณ์ดี เพราะจะทำให้นวดได้ง่ายที่สุด หรือจะเป็นช่วงเขาดูดนมคุณแม่ก็ได้ค่ะ ซึ่งอาการท่อน้ำตาอุดตันนี้ เด็กบางคนใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะดีขึ้น  แต่สำหรับบางคนสามารถหายได้เองโดยไม่ต้องนวดค่ะ