ลูกน้อยเป็นตาแดง

       นอกจากโรคหวัดแล้ว เด็กอนุบาลมักเป็นโรคตาแดงด้วย  โรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัสและแบคทีเรียจึงติดต่อได้ง่าย เมื่อเด็กคนหนึ่งเป็น เด็กอีกหลายๆ คนมาเล่นคลุกคลีด้วย หรือใช้สิ่งของ เช่น ผ้าเช็ดตัว ผ้าเช็ดหน้าร่วมกัน ก็มีโอกาสติดกันได้แทบจะยกห้องเรียน
       อาการโดยทั่วไปของโรคตาแดง คุณแม่สังเกตได้ง่ายๆ คือ ลูกไม่สบายตา ระคายเคืองตา น้ำตาไหล มีความรู้สึกเหมือนมีผงอยู่ในตา ขนตาพันกันและติดกันตอนตื่นนอน ถ้าเป็นตาแดงจากการติดเชื้อไวรัสจะมีอาการหนังตาบวมแดง บริเวณเยื่อตาอาจพบตุ่มเล็กๆ กระจายไปทั่ว แต่ถ้าติดเชื้อจากแบคทีเรียจะมีขี้ตาข้นๆ คล้ายหนอง บางรายอาจมีจุดเลือดเล็กๆ กระจาย บางรายอาจพบเป็นปื้นใหญ่ ซึ่งเป็นที่มาของคำว่า “เลือดออกในตาร่วมกับตาแดง” ซึ่งหมายถึง มีการอักเสบของเยื่อตาร่วมกับมีเลือดออกด้วย อย่างไรก็ดีความผิดปกติทั้งหมดของโรคตาแดงจะอยู่ที่หนังตาและเยื่อตาเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับตาดำ จึงไม่มีผลต่อการมองเห็น
       สำหรับวิธีรับมือโรคตาแดงของลูก คุณแม่ปฏิบัติเองได้โดยไม่ต้องถึงมือหมอ ยกเว้นว่ามีอาการเจ็บตาเคืองตาอย่างรุนแรง แพทย์อาจสั่งยาหยอดตาประเภทที่มียาสเตียรอยด์ร่วมกับยาปฏิชีวนะให้ชั่วคราว แต่ถ้าระคายเคืองไม่มาก คุณแม่สามารถทำความสะอาดบริเวณดวงตาของลูกอย่างระมัดระวัง ด้วยการใช้ผ้าก็อซ หรือแผ่นสำลีชุบน้ำเย็นประคบที่ตา จะช่วยให้การระคายเคืองตาน้อยลง นอกจากนี้ต้องให้ลูกงดการใช้สายตา ไม่อยู่กับหน้าจอทีวี หรือคอมพิวเตอร์ เพื่อไม่ให้เคืองตาหรือน้ำตาไหลมากขึ้น หากปฏิบัติได้ดังนี้ตามปกติโรคตาแดงที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสจะหายได้เองภายใน 1-2 สัปดาห์

เนื่องจากโรคตาแดงเป็นโรคที่เกิดขึ้นได้บ่อย ทางที่ดีคุณแม่ควรหาทางป้องกันไว้ด้วยค่ะ

  • หมั่นเตือนลูกให้ล้างมือให้สะอาดก่อนนำมาขยี้ตา จับใบหน้า หรือจับสิ่งของ เช่น ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว

  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับขี้ตา น้ำตา และการใช้ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว ผ้าห่ม ร่วมกับผู้อื่น

  • หลีกเลี่ยงการอยู่รวมกลุ่มกับคนจำนวนมากในที่แออัด เช่น ห้างสรรพสินค้า โรงเรียน ในช่วงที่โรคตาแดงแพร่ระบาด หรือไม่คลุกคลีกับผู้ป่วยโรคตาแดง

  • เด็กที่ป่วยเป็นโรคตาแดงจำเป็นต้องหยุดเรียนจนกว่าจะหาย เพื่อไม่ให้เชื้อโรคแพร่กระจายไปสู่คนอื่นๆ