ลูกปวดหัวเพราะสาเหตุใด

       พัฒนาการของเด็กวัยนี้หลายรายทั้งที่ดูภายนอกก็ร่าเริงปกติดี แต่มักบ่นว่าปวดหัวหลังกลับจากโรงเรียน หรือเวลาให้ทำการบ้าน ทำเอาคุณแม่งงว่าลูกปวดหัวจริง หรือปวดหัวหลอก ปัญหานี้คงต้องเป็นหน้าที่คุณแม่แล้วล่ะค่ะที่ต้องคอยสังเกต รีบหาสาเหตุให้เจอเพื่อจะได้แก้ไขอย่างถูกต้องและทันท่วงที เพราะอาการปวดหัวในเด็กวัยนี้เกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจากอาการไข้ โรคไมเกรน โรคสายตา หรือแม้กระทั่งอาหารการกินและการออกกำลังกาย
       ถ้าสงสัยว่าการปวดหัวของลูกจะเกิดจากปัญหาสายตาหรือไม่นั้น  ลองพาลูกไปพบจักษุแพทย์ เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยว่ามีปัญหาทางสายตาหรือไม่ หรืออาจจะถามคุณครูที่โรงเรียนก่อนก็ได้ค่ะว่าเด็กมีพฤติกรรมที่ส่อเค้าว่าจะมีปัญหาทางสายตาหรือเปล่า เพราะส่วนใหญ่แล้วปัญหาสายตาอาจทำให้มีอาการปวดศีรษะได้ แต่ก็จะมีอาการตามองเห็นไม่ชัดเจนร่วมด้วย หรืออาจจะมีอาการศีรษะเอียงไปบ้าง ซึ่งคุณครูที่โรงเรียนจะสังเกตเห็นและบอกคุณแม่ได้ แต่ถ้าปวดศีรษะโดยไม่มีอาการทางสายตามักจะไม่ใช่ปัญหาทางสายตา
       ส่วนใหญ่สาเหตุของการปวดศีรษะที่เจอได้บ่อยๆ ถ้าเป็นแบบฉับพลันจะเกิดจากการเป็นไข้หวัด การติดเชื้อทางเดินหายใจ แต่ถ้าเป็นแบบชนิดเรื้อรัง เป็นครั้งละนิดๆ หน่อยๆ โดยที่ไม่มีไข้ร่วมด้วย และเมื่อตรวจร่างกายแล้วไม่พบสิ่งใดผิดปกติ อาจจะเกิดจากไมเกรนซึ่งในเด็กวัยนี้ก็สามารถเป็นได้ (ไม่ใช่เป็นเฉพาะกับผู้ใหญ่อย่างที่เราเข้าใจกัน)
       ส่วนเรื่องความเครียดก็จะมีอาการปวดหัวอีกแบบหนึ่ง ปวดลักษณะแน่นที่ขมับทั้งสองข้าง ไม่รุนแรง แต่เด็กมักจะบ่นปวดบ่อยๆ เด็กยังอาจวิ่งเล่นหรือทำการบ้านได้ ไม่ใช่ว่าเครียดแล้วจะต้องมีอาการปวดหัวเสมอไป ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของเด็กว่ามีโรคอย่างอื่นด้วยหรือไม่

ถ้าอยากรู้ว่าเด็กที่มีอาการปวดหัวจะอยู่ในปัจจัยเสี่ยงที่เป็นอันตรายหรือไม่ มีวิธีสังเกตดังนี้

  • เด็กปวดหัวมากขึ้นเรื่อยๆ หรือรุนแรงมากขึ้น ส่วนใหญ่แล้วการปวดศีรษะที่อันตรายและร้ายแรงก็คือ การปวดศีรษะที่มากขึ้นทุกวันๆ ภายในเวลา 2-3 เดือนก็จะตรวจพบสิ่งผิดปกติทางระบบประสาท

  • ปวดเฉพาะที่ และปวดที่เดิมซ้ำๆ

  • ตื่นขึ้นมาตอนกลางคืนเพราะมีอาการปวดศีรษะ และอาจจะมีการอาเจียนร่วมด้วย ถ้ามีอาการในลักษณะนี้ถือว่าค่อนข้างจะอันตราย และอาจจะนำไปสู่โรคร้ายแรงได้ ต้องรีบพาลูกไปตรวจหาสาเหตุค่ะ