ห่างไกลหอบหืดและภูมิแพ้

       หอบหืดและภูมิแพ้เป็นอีกปัญหาสุขภาพที่เด็กยุคนี้ (โดยเฉพาะในเมือง) เป็นกันมาก อันเนื่องมาจากมลภาวะเป็นพิษทางอากาศ และสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป เมื่ออาการกำเริบลูกจะทรมานจากการเหนื่อยหอบ หายใจลำบาก จนอาจต้องใช้ยาเข้าช่วย แต่ถ้าไม่มีสิ่งมากระตุ้น อาการของลูกก็จะปกติเหมือนเด็กทั่วไป
       เด็กที่เป็นภูมิแพ้ก็อาจจะมีโรคหอบหืดร่วมด้วยประมาณ 30-50% เพราะโรค 2 โรคนี้อยู่ในกลุ่มเดียวกัน ซึ่งโรคภูมิแพ้แบ่งได้ 4 ชนิดคือ แพ้อาหาร แพ้ผิวหนัง แพ้ที่จมูก และแพ้ที่ปอด เป็นภาวะที่เรียกว่า “allergy march” หรือเดินขบวนกันอย่างต่อเนื่อง
       ยกตัวอย่างเช่น ในเด็กเล็กๆ อาจจะมีอาการแพ้อาหาร เช่น แพ้นมวัว ท้องเสีย อาเจียน หรือผื่นขึ้นตามตัวที่เรียกว่าแพ้ที่ผิวหนัง พอโตขึ้นอายุราว 2 ขวบ ก็มักจะเป็นภูมิแพ้ที่จมูก อายุ 2-3 ขวบไปแล้วจะเป็นหอบหืด แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะเกิดอาการเช่นนี้หมด แต่มีโอกาสที่จะเกิดร่วมกันได้ตามลำดับ
       เราสามารถป้องกันลูกได้โดยจัดสิ่งแวดล้อมในบ้านให้มีสภาพที่เหมาะสม ตัวการหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการแพ้หรือหอบหืดมากที่สุดก็คือสัตว์เลี้ยง ที่พบบ่อยคือ สุนัขกับแมว ซึ่งทำให้เด็กที่เป็นโรคหอบหืดหรือภูมิแพ้มีอาการขึ้นมา

นอกจากนั้นก็เป็นพวกไรฝุ่นที่อาศัยอยู่ในที่นอนเก่า วิธีการที่เราสามารถกำจัดไรฝุ่นได้คือนำผ้าปูที่นอนไปต้มที่อุณหภูมิเกิน 50 องศา นานกว่า 30 นาที เพื่อฆ่าตัวไรฝุ่น และในบ้านก็ไม่ควรมีพรม ตุ๊กตาขนสัตว์ ที่สำคัญในห้องนอนไม่ควรมีกองผ้า กองหนังสือเก่าซึ่งเป็นที่เก็บฝุ่น เพราะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการภูมิแพ้ได้
       สิ่งสำคัญอีกประการก็คือการป้องกันไม่ให้เกิดการติดเชื้อของทางเดินหายใจ นั่นคือพยายามอย่าให้ลูกเป็นหวัด หลีกเลี่ยงจากคนที่เป็นหวัด ไม่ให้ลูกกินอาหาร ดื่มน้ำร่วมแก้ว หรือคลุกคลีกับผู้ป่วยอาจทำให้ลูกไม่สบาย และต้องไปฉีดวัคซีนให้ครบตามที่กำหนด โอกาสที่เด็กจะเกิดโรคหอบหืดได้สูงคือช่วงอายุ 2-6 ขวบ ถ้าก่อนหรือหลังจากนี้ไปแล้วโอกาสที่จะเป็นก็จะน้อยลง