หากลูกวัยอนุบาลถูกเพื่อนแกล้ง โดนล้อ ทะเลาะกับเพื่อน จนทำให้ลูกไม่อยากไปโรงเรียน ไม่อยากเข้าสังคมกับเพื่อนๆ ที่โรงเรียน ทักษะการเรียนรู้ของลูกก็จะสะดุด หรือคุณแม่อาจจะกำลังได้ลูกที่กลายเป็นนักต่อสู้... สงครามระหว่างเด็กตัวน้อยๆ กำลังจะก่อตัวขึ้นแล้วค่ะ

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่าพัฒนาการของเด็กวัย 3-6 ขวบ เป็นวัยที่แสดงอารมณ์อย่างอิสระ มีความกลัวอย่างสุดขีด โมโหร้าย ขณะที่เด็กมีประสบการณ์เยอะขึ้น อารมณ์ต่างๆ สามารถเกิดขึ้นได้จากเงื่อนไขทางสังคม เช่น เมื่ออยู่บ้านเด็กเคยเป็นหนึ่งเดียว ได้รับการดูแลเอาใจใส่จากคนในครอบครัวอย่างสมบูรณ์เต็มที่ แต่เมื่ออยู่โรงเรียนการตอบสนองไม่เหมือนกับอยู่ที่บ้าน จึงเกิดสภาวะทางอารมณ์ทางด้านลบ มีการแสดงออกเพื่อเรียกร้องความสนใจ หรือระบายความรู้สึกของตัวเอง บางคนแสดงออกด้วยการแกล้งเพื่อน

ถ้าลูกถูกเพื่อนแกล้ง จะทำอย่างไร

  • บอกกับลูกว่า หากถูกเพื่อนแกล้ง ต้องบอกพ่อแม่ หรือคุณครู

  • สอนลูกให้อยู่ในสายตาของคุณครู หรืออยู่กับเพื่อนๆ ไม่อยู่ในบริเวณที่ไม่มีคน เช่น ถ้าไปห้องน้ำก็ไม่ควรไปคนเดียว ชวนเพื่อนไปด้วย

  • ไม่แสดงอาการกลัวให้เด็กคนที่แกล้งเห็น เพราะหากเราไม่กลัวและพร้อมจะป้องกันตัว เขาก็จะไม่กล้ามารังแก

  • การบอกกับคุณครูที่โรงเรียนว่าลูกถูกเพื่อนแกล้ง คุณครูจะมีวิธีจัดการกับสถานการณ์ให้ดีขึ้นได้ คุณครูจะมีการปรับพฤติกรรม เช่น นำเด็กทั้งสองมาปรับความเข้าใจ ให้ขอโทษเพื่อนที่ถูกรังแก สอนให้เด็กที่ถูกแกล้งให้อภัยอีกฝ่าย

  • กระตุ้นให้ลูกใช้เวลาเล่นกับเพื่อนหลังเลิกเรียน และสร้างความมั่นใจให้ลูกเรียนรู้การเข้าสังคม

  • พาลูกไปร่วมกิจกรรมอื่นๆ นอกบ้าน เพื่อเด็กๆ จะได้พบกับประสบการณ์ใหม่ๆ และมีภูมิคุ้มกันเมื่อเกิดปัญหา

สำหรับคุณพ่อคุณแม่เมื่อรู้ว่าลูกถูกเพื่อนแกล้ง ควรพูดคุยเล่ารายละเอียดให้คุณครูประจำชั้นทราบ เพื่อจะได้ร่วมกันหาทางออก อย่าติดใจกับเด็กที่เป็นคู่กรณี เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นนี้เป็นอีกหนึ่งในพัฒนาการของเด็ก ที่ลูกก็ต้องเรียนรู้ในการอยู่ร่วมกันในสังคม ให้กำลังใจลูกเพื่อให้เขามีความเชื่อมั่นในการที่จะปกป้องตัวเอง และให้อภัยเมื่อเพื่อนคนนั้นมาขอโทษ อย่าให้ลูกโต้ตอบด้วยพฤติกรรมที่รุนแรงเกินกว่าเหตุเด็ดขาดค่ะ