อาการแพ้โปรตีนนมวัวคือ อาการที่ร่างกายสร้างภูมิต้านทานอย่างผิดปกติออกมาต่อต้านโปรตีนที่มีอยู่ในนมวัว ซึ่งมักจะพบบ่อยในเด็กช่วงสองขวบปีแรก โดยเฉพาะเด็กทารกที่ไม่ได้กินนมแม่ และระบบภูมิต้านทานและระบบทางเดินอาหารยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ เป็นผลให้ร่างกายแสดงอาการแพ้โปรตีนนมวัวออกมา

เด็กที่แพ้โปรตีนนมวัวจะตัวเล็กและมีพัฒนาการช้ากว่าเด็กปกติหรือไม่?

คุณแม่ที่ลูกมีอาการแพ้โปรตีนนมวัวมักจะกังวลกันมากในเรื่องนี้ แน่นอนว่าอาการแพ้โปรตีนนมวัว ย่อมส่งผลต่อพัฒนาการและการเจริญเติบโตของเด็ก เพราะเด็กกลุ่มที่แพ้โปรตีนนมวัวจะไม่สามารถกินนมได้ ซึ่งนมถือเป็นอาหารหลักที่จะช่วยให้เด็กมีพัฒนาการและการเจริญเติบโตสมวัย เมื่อเด็กไม่สามารถกินนมได้ ก็ย่อมส่งผลให้ร่างกายไม่เติบโตตามช่วงวัย พบว่าเด็กที่แพ้โปรตีนนมวัวกับเด็กที่ปกติไม่มีอาการแพ้โปรตีนนมวัว การเติบโตของร่างกายจะอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่เท่ากัน ทั้งที่อยู่ในช่วงวัยเดียวกันก็ตาม สังเกตง่ายๆ คือเด็กที่แพ้โปรตีนนมวัวจะมีโอกาสจะตัวเล็กกว่าเด็กปกติ

จะป้องกันอาการแพ้โปรตีนนมวัวให้ลูกได้อย่างไร?

การป้องกันที่ดีที่สุด คือให้ลูกกินนมแม่ตั้งแต่แรกเกิดและต่อเนื่องไปอย่างน้อย 6 เดือน ส่วนคุณแม่ที่มีความจำเป็นจนไม่สามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้ ทำให้ต้องเลี้ยงลูกด้วยนมผง ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการแพ้โปรตีนนมวัว ก็ต้องเลือกนมผงให้ดีเพื่อป้องกันอาการดังกล่าวที่จะเกิดขึ้น

ต้องเลือกนมอย่างไหร่เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดอาการแพ้โปรตีนนมวัว?

ระบบภูมิต้านทานและระบบทางเดินอาหารของลูกยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ จึงทำให้ง่ายต่อการกระตุ้นจากสิ่งที่ร่างกายคิดว่าเป็นสิ่งแปลกปลอม อย่างโปรตีนในนมวัว ซึ่งมีขนาดใหญ่ระบบย่อยไม่สามารถย่อยได้ โปรตีนจึงเข้าสู่ร่างกาย และร่างกายของทารกจึงคิดว่าโปรตีนเป็นสิ่งแปลกปลอม ภูมิต้านทานมีการทำงาน เพื่อขจัดโปรตีนนั้นจึงแสดงอาการแพ้ทางระบบต่างๆ ของร่างกาย

เมื่อคุณแม่สงสัยว่าลูกมีอาการแพ้นม ควรปรึกษาคุณหมอ เพื่อหาวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับอาการของลูก เมื่อลูกหายจากอาการแพ้นมวัวก็จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการรักษา และยังช่วยให้ลูกมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีพัฒนาการที่สมวัย และได้เรียนรู้อย่างเต็มประสิทธิภาพค่ะ