จอสี่เหลี่ยมกับเด็กยุคนี้แทบจะแยกจากกันไม่ออก แต่ถ้าลูกติดจอมากๆ ไปไม่ดีแน่ค่ะ เพราะมีผลเสียหลายด้านด้วยกันทั้งสุขภาพของสายตาในเรื่องการมองเห็น รวมถึงร่างกายที่เคลื่อนไหวน้อยเพราะมัวแต่จ้องจอไม่ออกไปวิ่งเล่น จะแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างไรดี

  • เริ่มที่พ่อแม่ พ่อแม่ต้องห่างจอก่อนค่ะ ไม่ใช่ว่างแล้วก็สไลด์ทันที หันมาทำกิจกรรมและพูดคุยกับลูกบ้าง เพราะถ้าพ่อแม่ยังติดจอแล้วลูกจะเล่นและคุยกับใคร อย่าเผลอจ้องจอนานเกินไปนะคะ

  • สร้างบรรยากาศแวดล้อม ทีวี คอมพิวเตอร์ แท็ปเล็ต ใช้ได้เมื่อจำเป็นค่ะ จัดบรรยากาศบ้านให้มีนิทาน หนังสือ แทนที่จะเต็มไปด้วยอุปกรณ์จอต่างๆ เพื่อไม่ให้ลูกเห็นว่าจอเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นต้องอยู่ติดตัวตลอดเวลา

  • ใช้เมื่อจำเป็น วัยอนุบาลเริ่มรู้เรื่องแล้วการอธิบายถึงความจำเป็นของการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส์ต่างๆ เป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้เข้าใจถึงลักษณะการใช้งานแต่ละชนิด รวมถึงควรบอกลูกด้วยว่าอุปกรณ์เหล่านี้ไม่ใช่สิ่งจำเป็นที่ต้องใช้ตลอดเวลา

  • หากิจกรรมอื่นให้ทำ จริงแล้วเด็กชอบทำกิจกรรมมากกว่าการนั่งอุดอู้อยู่หน้าจอนะคะ หากิจกรรมที่ได้วิ่งเล่น ออกแรง และได้อยู่กับพ่อแม่ รับรองอาการติดจอหายไปทันใด

  • ใช้บ้างยามจำเป็น กำหนดเวลาการใช้งาน เลือกใช้งานให้เหมาะตามความจำเป็น สำหรับวัยอนุบาลเวลาที่เหมาะสมในการใช้งานของอุปกรณ์ที่ต้องมองจอประมาณ 1-2 ชั่วโมงต่อวันก็เพียงพอแล้วค่ะ เพื่อเป็นการถนอมสายตาให้ลูกน้อยด้วย

  • เลือกเฉพาะ Application ที่มีประโยชน์ บาง Application สามารถพัฒนาความคิดสร้างสรรค์หรือกระตุ้นทักษะด้านต่างๆของลูกได้ แต่คุณพ่อคุณแม่ควรแนะนำ และใช้เวลาอยู่กับลูกขณะที่เล่นด้วย และ Applicationเหล่านี้อาจจะมีการกระตุ้นให้ลูกกดซื้อ ซึ่งอาจจะทำให้เสียเงินหลายแสนเหมือนที่เป็นข่าวนะคะ

ลองทำตามเทคนิคเหล่านี้นะคะเพื่อแก้ปัญหาติดจอของลูกวัยคิดส์นะคะ