คุณแม่ๆ ตัดสินใจเก็บสเต็มเซลล์ให้ลูกตอนคลอดดีมั้ยนะ?

สำหรับคุณแม่ที่กำลังฝากครรภ์ตามโรงพยาบาลหลายๆ แห่ง จะมีบริการที่มานำเสนอเกี่ยวกับการเก็บสเต็มเซลล์ที่สามารถเก็บได้ ช่วงจังหวะเดียวคือตอนคุณแม่กำลังคลอดน้องเท่านั้น ดังนั้นคุณแม่อาจต้องตัดสินใจว่าจะเก็บเอาไว้เป็นหลักประกันด้านสุขภาพดีหรือเปล่า เอนฟามีข้อมูลในเบื้องต้นให้เข้าใจกันก่อนว่าเก็บสเต็มเซลล์ไว้เพื่ออะไร

สเต็มเซลล์คืออะไร?

ในทางการแพทย์เชื่อว่าสเต็มเซลล์คือเซลล์ตั้งต้นเป็นเหมือนเมล็ดพันธุ์ในการเพาะปลูกส่วนต่างๆ ของต้นไม้ ให้ออกเป็นกิ่งก้าน ใบและผล สเต็มเซลล์จะ สามารถ พัฒนากลายเป็นเซลล์เฉพาะเจาะจง เช่น เซลล์เม็ดเลือด เซลล์กล้ามเนื้อ เซลล์สมอง และอีกหลายส่วนของร่างกายเรา เมื่อร่างกายเติบโตขึ้น อายุมากขึ้น เกิดอุบัติเหตุหรือการเจ็บป่วยต่างๆ ทำให้เซลล์ถูกทำร้ายจนเสียหาย สเต็มเซลล์ เหล่านี้ก็จะสามารถมาทำหน้าที่เซลล์ที่ได้รับผลกระทบหรือช่วยซ่อมแซมให้ร่างกายกลับมาทำงานปกติที่สุดอีกครั้ง แต่ก็ยังมีปัจจัยอีกหลายๆ อย่างในการรักษาที่ ไม่ใช่เพียงแค่สเต็มเซลล์เพียงอย่างเดียว

การเก็บสเต็มเซลล์ทำยังไง?

เมื่อคุณแม่ตัดสินใจที่จะเก็บสเต็มเซลล์ คุณหมอและพยาบาลจะเก็บเลือดจากรกและสายสะดือให้ใช้เวลาไม่เกิน 5 นาที สามารถเก็บได้ ทั้งคุณแม่ที่คลอดแบบปกติและผ่าคลอด ไม่เป็นอันตรายทั้งกับคุณแม่และลูกน้อย จากนั้นจะไปผ่านกระบวนการเก็บในอุณหภูมิเย็นจัด และจัดเก็บได้นานถึง 20 ปี

เก็บหรือไม่เก็บดี?

เราเชื่อว่าเมื่อคุณพ่อคุณแม่ได้ฟังถึงประโยชน์ต่างๆ แล้วก็อยากจะเลือกวิธีนี้ให้เป็นตัวเลือกให้กับลูกในอนาคตอีกทาง เพราะถ้าเกิดลูกเป็นโรคเกี่ยวกับเลือด ธาลัสซีเมีย มะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งต่อมน้ำเหลือง โรคเกี่ยวกับภูมิคุ้มกันบางชนิด ก็สามารถใช้สเต็มเซลล์ของลูกเป็นหนึ่งในวิธีการรักษาได้ หลายๆ คนบอกว่าเหมือนกับการทำประกันให้กับลูก เพราะถ้าลูกเราแข็งแรงดี ถือว่าอาจจะต้องแลกด้วยค่าใช้จ่ายราคาสูงมากแบบไม่ได้ใช้ประโยชน์ตรงนี้แต่อย่างใด บางคนอาจจะเลือกเก็บไว้เป็นเงินทุนให้ลูกดีกว่า ซึ่งสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่ไม่มีปัญหาด้านค่าใช้จ่ายก็สามารถเลือกเก็บได้เพื่อความสบายใจได้เลยค่ะ