เมื่อทราบว่าตัวเองกำลังตั้งครรภ์ สิ่งแรกที่คุณแม่ต้องทำคือไปฝากครรภ์กับคุณหมอ  ซึ่งหลังจากที่คุณหมอได้ตรวจเช็กสุขภาพครรภ์ในเบื้องต้นแล้ว ว่าที่คุณแม่ก็จะได้รับคำแนะนำในการดูแลสุขภาพร่างกาย รวมทั้งได้รับยาบำรุงครรภ์มากินในช่วงการตั้งครรภ์ด้วย มีคุณแม่หลายคนสงสัยว่า ยาบำรุงครรภ์ จำเป็นต้องกินไหม เรามีคำตอบในเบื้องต้นมาให้ทราบว่ายาบำรุงครรภ์นนั้นมีสรรพคุณอย่างไร และสำคัญยังไงบ้าง

ประโยชน์ของยาบำรุงครรภ์

  • กรดโฟลิก หรือ โฟเลต มีบทบาทสำคัญในการสังเคราะห์ดีเอ็นเอ ซึ่งเป็นองค์ประกอบพื้นฐานของเซลล์ รวมทั้งการควบคุมการเจริญเติบโตและพัฒนาการของทารก  โฟเลตสามารถทานได้ตั้งแต่ก่อนเริ่มตั้งครรภ์คือ 1-3 เดือน และหลังจากตั้งครรภ์แล้วก็ยังต้องทานโฟเลตให้ได้ครบตามที่คุณหมอแนะนำ โฟเลตจะช่วยในเรื่องการสร้างความสมบูรณ์ของสมองและระบบประสาทให้กับทารก หากคุณแม่ที่ไม่ได้รับโฟเลตอย่างเพียงพอในช่วงตั้งครรภ์ ก็อาจจะเสี่ยงที่ลูกจะมีความพิการทางสมอง  มีความผิดปกติของระบบประสาท หรือเสี่ยงต่อการเกิดภาวะเยื่อหุ้มไขสันหลังปิดไม่สนิทได้

  • แคลเซียม คุณแม่ตั้งครรภ์ต้องการแคลเซียมเพิ่มขึ้น เพื่อใช้ในการเสริมสร้างการเติบโตของทารกในครรภ์ แคลเซียมจะช่วยในการสร้างเซลล์กระดูก ฟัน กล้ามเนื้อหัวใจ เซลล์ประสาท และเกล็ดเลือด ดังนั้นคุณแม่ท้องควรได้รับแคลเซียมวันละ 4 ส่วน (1 ส่วนเท่ากับ 300 มิลลิกรัม) สำหรับอาหารที่มีปริมาณแคลเซียมมากก็คือ นม กุ้งแห้ง งา ปลากรอบตัวเล็ก ผักใบเขียวเข้มทุกชนิด  ผลิตภัณฑ์จากถั่ว เต้าหู้ ปลาซาร์ดีน คะน้า บร็อกโคลี่ ข้าวโอ๊ต เป็นต้น และเสริมด้วยแคลเซียมเม็ด

  • ธาตุเหล็ก คุณแม่ตั้งครรภ์ต้องการธาตุเหล็กในปริมาณสูงเพื่อใช้ในการสร้างเลือดให้กับทารกในครรภ์ และช่วยป้องกันภาวะโลหิตจางที่มักพบในช่วงตั้งครรภ์ ดังนั้นในยาบำรุงครรภ์ที่คุณหมอให้มาจะมีธาตุเหล็กอยู่ด้วย คุณแม่ต้องทานทุกวันตามที่คุณหมอแนะนำ นอกจากนี้การทานอาหารในแต่ละวันก็ควรได้รับธาตุเหล็กเพิ่มเติมด้วย เช่น ตับ งา ลูกพรุน เนื้อแดง ผักโขม ไข่แดง เม็ดถั่วลันเตา ถั่วแดง สาหร่ายทะเล พริกหวาน ผักหวาน ผลไม้แห้ง และหอยแครง เป็นต้น

  • DHA คือกรดไขมันจำเป็น ที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของเซลล์สมองและจอประสาทตา   ประโยชน์ของ DHA ต่อทารกในครรภ์ คือช่วยพัฒนาระบบสมอง และระบบการทำงานของตา ฉะนั้น คุณแม่ตั้งครรภ์และหลังคลอดจึงควรทาน DHA ซึ่งมีอยู่ในปลาทะเล เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า เป็นต้น หรือดื่มนมเอนฟาแลคมาม่าที่เสริม DHA เพื่อให้ได้รับ DHA อย่างเพียงพอ

      จะเห็นได้ว่ายาบำรุงครรภ์ของคุณแม่ตั้งครรภ์นั้น เป็นสิ่งสำคัญ  เพราะหากทานยาบำรุงครรภ์ไม่ครบตามที่คุณหมอแนะนำ ก็อาจส่งผลต่อสุขภาพและการเจริญเติบโตของคุณแม่และทารกในครรภ์ค่ะ​​​