หลังเริ่มต้นชีวิตคู่ สิ่งที่จะมาเติมเต็มความเป็นครอบครัว คือการมีเจ้าตัวน้อยมาเป็นโซ่ทองคล้องใจเมื่อพร้อมที่จะมีลูกแล้ว เรื่องที่ไม่ควรมองข้าม คือการวางแผนที่ดีในการเตรียมตัวก่อนตั้งครรภ์นอกจากจะทำให้คุณมีโอกาสประสบความสำเร็จในการตั้งครรภ์แล้ว การได้ลูกน้อยที่แข็งแรงสมบูรณ์และปกติที่สุดเป็นสิ่งที่พ่อแม่ทุกคนปรารถนา หากพร้อมจะเป็นว่าที่คุณพ่อคุณแม่ มาเตรียมตัวตั้งครรภ์แบบมั่นใจกันเถอะ

สำหรับการเป็นว่าที่คุณพ่อคุณแม่การเตรียมตัวก่อนตั้งครรภ์ควรวางแผนล่วงหน้าอย่างน้อย 3 เดือน และเริ่มต้นดูแลสุขภาพของทั้งคู่ด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ หมั่นออกกำลังกาย และใช้เวลาไปทำกิจกรรมเพื่อไม่ให้เกิดความเครียดเพื่อเป็นการสร้างบรรยากาศในการเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ด้วย แต่สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ในการเตรียมตัวก่อนการตั้งครรภ์คือ การไปพบและปรึกษาคุณหมอในการเตรียมความพร้อมของร่างกายต่อการมีบุตร

  • การตรวจสุขภาพเพื่อดูความพร้อมของว่าที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่เพื่อตรวจความสมบูรณ์ของร่างกาย โดยการตรวจสุขภาพแพทย์อาจจะซักประวัติของสามีภรรยา รวมถึงประวัติของคนในครอบครัว เช่น การมีโรคประจำตัว การแพ้ยา ประวัติของโรคที่เกี่ยวข้องกับพันธุกรรม เป็นต้น

  • การตรวจร่างกายของว่าที่คุณแม่เพื่อเตรียมตัวก่อนการตั้งครรภ์โดยแพทย์หรือสูตินรีแพทย์จะทำการตรวจร่างกายให้ว่าที่คุณแม่อย่างละเอียด ตั้งแต่การตรวจเต้านม หัวใจ ปอด ชีพจร ความดันโลหิต น้ำหนัก ส่วนสูง และตรวจเฉพาะภายใน ได้แก่ การตรวจมดลูกหรือความกว้างของเชิงกราน ผลการตรวจเหล่านี้จะช่วยให้คุณหมอวิเคราะห์ได้ถึงความพร้อมของร่างกายก่อนการตั้งครรภ์

  • การตรวจความเสี่ยงของโรคต่างๆ เช่น การตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดบีและภูมิคุ้มกัน ซึ่งสามารถติดต่อกันได้ทางเพศสัมพันธุ์หรือทางเลือด การตรวจหาความเสี่ยงโรคเลือดจางธาลัสซีเมีย ที่เกิดจากความผิดปกติทางพันธุกรรม การตรวจหาเชื้อ HIV (โรคเอดส์) การตรวจหาภูมิคุ้มกันหัดเยอรมันในผู้หญิง ซึ่งหากไม่มีภูมิคุ้มกันชนิดนี้จะมีโอกาสติดเชื้อได้ในระหว่างตั้งครรภ์และอาจทำให้ทารกมีโอกาสพิการหรือแท้งสูง การตรวจเพื่อเตรียมตัวก่อนการตั้งครรภ์นี้ เพื่อช่วยให้มีโอกาสเสี่ยงจากโรคแทรกซ้อนได้น้อยที่สุด และนำไปสู่การตั้งครรภ์ที่สมบูรณ์ของคุณแม่อย่างปลอดภัยและสบายใจ

  • การตรวจหมู่เลือด Rh ก่อนตั้งครรภ์ การเจาะเลือดทำให้ทราบหมู่เลือดที่แตกต่างกันไปและความเข้ากันได้ของเลือดสำหรับว่าที่คุณพ่อคุณแม่ที่อยากมีลูก ควรตรวจกลุ่มเลือด Rh ด้วย โดยปกติถ้าพ่อแม่มีหมู่เลือด Rh ตรงกัน ลูกในครรภ์ก็จะไม่มีปัญหา แต่ถ้าหากแม่มีหมู่เลือด Rh-และของพ่อเป็น Rh+ จะส่งผลกับลูกในครรภ์คนต่อไปได้ เพราะในการตั้งครรภ์ปกติจะมีการปนเปื้อนของเลือดลูกกับเลือดแม่ได้ เมื่อเลือดลูกซึ่งน่าจะเป็น Rh+ เหมือนของพ่อเข้าสู่กระแสเลือดแม่ ร่างกายของแม่จะสร้างสารต่อต้าน Rh+ ขึ้นมา เมื่อเกิดการตั้งครรภ์ครั้งต่อไปสารต่อต้าน Rh+ ในเลือดแม่จะเข้าสู่ลูกในครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลให้ลูกเสียชีวิตได้ ในกรณีนี้หากตรวจพบว่าคุณแม่เป็นRh- ควรจะต้องได้รับการดูแลจากคุณหมอที่ฝากครรภ์ไว้เป็นพิเศษ

การได้ลูกน้อยที่มีร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์และเป็นปกติ นำมาซึ่งความสุขของคนในครอบครัว ดังนั้นเรื่องการเตรียมตัวตั้งครรภ์จึงเป็นเรื่องสำคัญไม่น้อยต่อการสร้างครอบครัวที่สมบูรณ์ และไม่เพียงแต่ว่าที่คุณแม่เท่านั้น ว่าที่คุณพ่อก็ต้องดูแลร่างกายของตัวเองให้สำคัญไม่แพ้กันนะคะ