อย่าให้ลูกขาดเส้นใยอาหาร

       แม้ว่าเส้นใยอาหารจะไม่ได้ถูกย่อยและดูดซึม ไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย และไม่ได้ทำหน้าที่ให้พลังงานแก่ร่างกายเหมือนสารอาหารอื่นๆ แต่ก็เป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่ร่างกายขาดไม่ได้ค่ะ โดยเฉพาะในเด็กๆ เพราะเส้นใยอาหารมีประโยชน์เป็นอย่างมากในการช่วยรักษาสุขภาพของลำไส้ใหญ่ และเส้นใยอาหารจะช่วยเพิ่มปริมาณอุจจาระ ทำให้ถ่ายอุจจาระได้เร็ว ถ้าลูกของคุณแม่กินเส้นใยอาหารน้อย อุจจาระก็จะแข็งขึ้นและมีปริมาณน้อย ทำให้ลูกน้อยเกิดอาการท้องผูกและเป็นโรคลำไส้อักเสบได้ค่ะ
       นอกจากนี้ เส้นใยอาหารยังช่วยเจือจางสารพิษและอนุมูลอิสระต่างๆ ที่เป็นสาเหตุของโรคมะเร็ง และช่วยขัดขวางไม่ให้ร่างกายดูดซึมไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ถ้าอุจจาระค้างอยู่ในลำไส้ใหญ่นานๆ สารพิษหรืออนุมูลอิสระเหล่านั้น จะสัมผัสกับผนังลำไส้ใหญ่เป็นเวลานาน ซึ่งจะก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผนังลำไส้ แต่ถ้าได้รับเส้นใยอาหารเพียงพอ จะช่วยให้สารพิษเหล่านั้นเจือจางลง และไม่ต้องสัมผัสกับผนังลำไส้นานๆ ค่ะ
       คุณแม่ควรให้ลูกกินเส้นใยอาหารที่มีส่วนประกอบของน้ำสูง เช่น ผักกาดหอม แครอต บร็อคโคลี และผักกาดขาว จะช่วยเพิ่มอุจจาระและทำให้ขับถ่ายสะดวก ซึ่งตรงกันข้ามกับผักที่มีเส้นใยอาหารที่มีน้ำน้อยและเหนียวหยาบ เช่น ถั่วงอก หรือข้าวโพด ที่จะช่วยป้องกันอาการท้องผูกได้น้อย ดังนั้นเวลาคุณแม่เลือกผักให้ลูกทานควรเลือกผักที่ให้ความรู้สึกชุ่มน้ำใน ปากเวลาเคี้ยว และควรกินเส้นใยอาหารพร้อมกับดื่มน้ำมากๆ จะช่วยป้องกันอาการท้องผูกได้
       อย่างไรก็ตาม ไม่ควรให้ลูกกินเส้นใยอาหารพร้อมกันทีเดียวมากๆ  เพราะเด็กมีกระเพาะอาหารเล็กกว่าผู้ใหญ่ หากกินเส้นใยอาหารที่มีมวลมากแต่พลังงานน้อยในปริมาณมากเกินไป เด็กอาจได้รับพลังงานไม่เพียงพอต่อการเจริญเติบโตค่ะ ซึ่งเส้นใยอาหารที่เหมาะสมสำหรับลูกน้อยคือ บริโภคในรูปอาหารพวกธัญพืชไม่ขัดขาว เช่น ข้าวซ้อมมือ มันฝรั่ง มันเทศ และผักผลไม้ ต่างๆ รวมทั้งสาหร่ายและเห็ดค่ะ