ลูกเคี้ยวอาหารไม่เป็น

       ทักษะการเคี้ยวนั้นสำคัญกับการเจริญเติบโตของเด็กอย่างมาก  เพราะการเคี้ยวถือเป็นต้นทางของระบบการย่อยอาหาร และนำสารอาหารไปใช้ ถ้าลูกเคี้ยวไม่เป็นจะมีผลกับการเจริญเติบโตของเขา  เพราะหลังอายุ 1 ขวบ  นมที่เคยเป็นอาหารหลักจะกลายเป็นอาหารเสริม อาหารหลักของลูกจะเป็นอาหารเด็กทั่วไป ที่มีลักษณะแข็ง หลากหลาย และครบ 5 หมู่  
      การเคี้ยวเป็นการฝึกการเคลื่อนไหวของขากรรไกร บริหารกล้ามเนื้อบริเวณกระพุ้งแก้ม กล้ามเนื้อคอ  ฝึกการใช้ลิ้นในการตวัด และดุนอาหาร ฯลฯ  ซึ่งนอกจากสำคัญกับความสามารถในการเคี้ยวแล้ว  ยังเป็นการกระตุ้นให้กรามและฟันมีการเจริญเติบโตอย่างสมวัย  
      
นอกจากนี้ในช่วงหลัง 1 ขวบขึ้นไป   เด็กเข้าสู่ช่วงวัยแห่งการเรียนรู้  ลูกจะชอบเคลื่อนไหวมาก ไม่สนใจกินอาหาร  อาหารเด็กในวัยนี้จึงควรเป็นอาหารแข็งที่อยู่ท้องได้นาน  ซึ่งหมายความว่าเด็กต้องเคี้ยวอาหารที่แข็ง และเหนียวได้มากขึ้นกว่าเดิมแล้ว แต่เมื่อยังเคี้ยวไม่เป็นก็จะกระทบถึงสุขภาพร่างกายและพัฒนาการการเรียนรู้ได้
      
ถ้าครบขวบแล้ว  คุณแม่พบว่าลูกมีปัญหาเคี้ยวไม่เป็น  สิ่งที่ต้องทำคือเริ่มต้นฝึกกันอย่างจริงจังค่ะ แม้จะเป็นเรื่องยากกว่าการฝึกในช่วงขวบปีแรกก็ตาม โดยค่อยๆ ให้ลูกกินอาหารที่แข็งขึ้น เพื่อให้ได้ฝึกเคี้ยวบ้าง และต้องฝึกด้วยท่าทีเชิญชวน บรรยากาศสนุกสนาน ไม่บังคับฝืนใจ คุณพ่อคุณแม่อาจทำให้ดูว่าการเคี้ยวเป็นอย่างไร บอกลูกว่าอาหารเอร็ดอร่อยขึ้นเพียงใดจากการที่ได้เคี้ยว หรือมีอาหารอร่อยอื่นๆ  รออยู่อีกมากถ้าลูกเคี้ยวเป็น เป็นต้น
      
ที่สำคัญ คุณแม่ต้องใจแข็ง ค่อยๆ ลดอาหารอ่อนลง เพิ่มอาหารแข็งขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ

ฟันแข็งแรง ช่วยการบดเคี้ยวอาหาร

  • เด็กวัย 1 ปี จะมีฟันหน้า 6-8 ซี่ เด็กจึงกัดและเริ่มฉีกอาหารได้ แต่ฟันเคี้ยวคือฟันกรามยังไม่ขึ้น เด็กวัยนี้จึงยังใช้เหงือกในการบดอาหารเคี้ยวอาหาร

  • พอลูกย่างเข้าปีที่ 2 จะมีฟันกราม เด็กจึงสามารถเคี้ยวอาหารชิ้นโตและเหนียวขึ้นได้ (แต่ยังเป็นฟันกรามของฟันน้ำนมอยู่ )

  • เมื่อเด็กมีฟันกรามจำนวนหลายซี่ ก็จะเคี้ยวและกลืนอาหารได้ อย่างไรก็ตาม การให้อาหารลูกก็ยังต้องระมัดระวัง ถ้าเขายังเคี้ยวและกลืนไม่เก่ง อาจจะสำลักได้ พ่อแม่จึงต้องเฝ้าดูลูกด้วย