ลูกกินยากหรือกลัวการกิน

       ผักไม่แตะ ผลไม้ไม่เอา ไปโรงเรียนก็ไม่ยอมกินข้าว ปัญหาเหล่านี้ อาจเป็นเรื่องธรรมดาของเด็กวัยนี้ที่ห่วงเล่น แต่หากปล่อยไปนานวันเข้า ลูกอาจเสี่ยงต่อการเป็นโรค Food Phobia หรือโรคกลัวการกินอาหารได้เหมือนกัน
       สาเหตุของโรคกลัวการกินอาหารนี้ รศ.นพ.สังคม จงพิพัฒน์วณิชย์ หัวหน้าหน่วยโภชนาการกุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้พูดไว้ในงานสัมมนา “พฤติกรรมกินยากในเด็กเล็ก” โดยระบุว่า เด็กที่เกลียดหรือไม่อยากกินอาหาร จนกลายเป็นโรคกลัวอาหาร (Food Phobia) นั้น ส่วนใหญ่เกิดจากการกดดันของคุณแม่มือใหม่ ที่บังคับจนมีผลทำให้ลูกเกลียดและกลัวอาหารชนิดนั้นในตอนโต
       ข้อมูลจากการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ยังพบอีกด้วยว่า การได้พบอาหารใหม่ ๆ วางตรงหน้าจะทำให้เด็กเกิดความเครียด และกลัวอาหารชนิดนั้นๆ ได้ ซึ่งเป็นธรรมชาติของเด็ก ที่สามารถแก้ไขได้โดยการวางเฉยของพ่อแม่ แทนการคอยจ้องว่าลูกจะกินหรือไม่ เมื่อนั้นความเครียดของเด็กจะค่อยๆ ลดลง จนเกิดความเคยชินกับอาหารใหม่ และลองกินได้ในที่สุด
       ดังนั้น วิธีที่จะช่วยป้องกันไม่ให้ลูกเป็นโรคกลัวอาหาร คือ...

  • ผู้ใหญ่ต้องเข้าใจว่า เด็กวัยนี้กำลังอยากรู้อยากเห็น จึงไม่ควรมีสิ่งใดมาเร้าหรือดึงความสนใจขณะทานข้าว เช่น ทีวี ของเล่น ทำให้เวลากินกลายเป็นเวลาดู-เล่น จนไม่อยากที่จะกินข้าว

  • เมื่อหมดเวลากิน แต่ลูกไม่กิน ให้เก็บเข้าตู้กับข้าวทันที เพื่อให้เด็กเรียนรู้ว่าเขาต้องกินข้าว ถ้าไม่กินข้าว เขาจะหิว

  • เมื่อถึงเวลากินอาหาร แต่ลูกยังไม่ยอมกิน ไม่ควรเอาขนมมาชดเชยแทนมื้ออาหาร เพราะจะทำให้เด็กคิดไปว่า เมื่อเขาไม่กินข้าว เขาจะได้รางวัลเป็นขนม

  • อย่าติดสินบนลูก เช่น “ถ้ากินหมดแม่จะซื้อของเล่นให้นะ” เพราะถ้ามีครั้งที่หนึ่ง ก็ต้องมีครั้งต่อไป ทางที่ดีควรเปลี่ยนเป็นให้กำลังใจลูกจะดีกว่า

       ลองนำแนวทางเหล่านี้ไปใช้กับลูกๆ นะคะ เพื่อให้ปัญหาลูกกินยากไม่บานปลายจนกลายเป็นโรคกลัวอาหารไปค่ะ