คุณแม่ๆ ที่ได้ศึกษาการเลี้ยงลูกมาบ้างอาจจะได้ยินผลกระทบจากการให้ลูกดูหน้าจอโทรทัศน์ที่มากเกินไป

ตอนนี้มีอีกงานวิจัยที่ตอกย้ำคำพูดนี้ให้น่าเชื่อถือมากขึ้น โดย New York University ได้ตีพิมพ์ไว้ใน Journal of Developmental & Behavioral Pediatrics ออกมาเตือนคุณแม่ว่าให้จำกัดเวลาในการดูโทรทัศน์ของลูกรวมทั้งหน้าจอต่างๆ เช่น สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต พวกเขาให้เหตุผลว่ายิ่งเราให้เด็กดูทีวีมากเท่าไหร่ พวกหนูๆ ก็จะมีความพร้อมเข้าเรียนตอนอนุบาลช้าออกไปเท่านั้น

คำแนะนำที่ทางนักวิจัยได้ออกมาก็คือเด็กๆ ที่มีอายุระหว่าง 2-5 ขวบ ควรใช้เวลาดูหน้าจอที่มีภาพเคลื่อนไหวต่างๆ อยู่ที่ 1 ชั่วโมงต่อวัน แอนดรูว์ ริบเนอร์บอกว่า “การศึกษาได้บอกให้รู้ว่าเด็กๆ ใช้เวลาดูหน้าจอมากกว่าเวลาที่แนะนำไว้ ไม่ใช่แค่หน้าจอโทรทัศน์เหมือนเมื่อก่อน แต่ยังรวมถึงสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต” นั่นก็เพราะว่าคุณแม่ยังต้องใช้ติดต่อสื่อสารธุระสำคัญๆ จะเอาไปซ่อนทั้งวันทั้งคืนไม่ให้ลูกเห็นก็ยาก บางทีคุณแม่ต้องทำกับข้าว ทำงานบ้านให้ลูกดูก็ทำให้เด็กอยู่กับที่ไม่งอแง วุ่นวายดีด้วย

แต่ความน่ากลัวของการใช้เวลาหน้าจอบ่อยๆ นานๆ มีผลกับพัฒนาการของเด็กๆ โดยทีมนักวิจัยเข้าไปศึกษาเด็กๆ โรงเรียนอนุบาล 807 คน ที่มีพื้นฐานทางบ้านแตกต่างกันไป ดูจากรายได้ จำนวนชั่วโมงที่ใช้ดูทีวีต่อวัน มีผลกับทักษะการเรียนรู้ในโรงเรียนอย่างวิชาเลข การเข้าใจตัวอักษรและคำศัพท์ การปรับอารมณ์ให้เข้ากับสังคม เมื่อเด็กๆ ใช้เวลาดูทีวีมากกว่า 2 ชั่วโมงต่อวัน ความพร้อมที่จะเข้าเรียนมีผลกับเด็กๆ กลุ่มนี้ทำให้การเรียนรู้ต่างๆ ช้าลง โดยเฉพาะวิชาเลขและทักษะการจัดการสิ่งต่างๆ แต่การเรียนรู้คำศัพท์อื่นๆ ไม่ค่อยมีผลมากเท่าไหร่ เพราะว่ารายการทีวีต่างๆ จะเน้นการใช้คำพูดมากกว่าการพัฒนาเรื่องคำนวณ

ถ้าพูดว่าให้คุณแม่จำกัดทุกสิ่งอย่างเลยอาจจะยากและหักดิบเกินไป ให้เริ่มจากโทรทัศน์ เราก็จะเห็นว่าเด็กๆ ก็อยู่ได้ เราจะเห็นเขาเดินไปหยิบของเล่นมาใช้จินตนาการของตัวเอง และค่อยๆ ลดการดูมือถือ แท็บเล็ตให้เป็นเวลาในเวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมง แต่คุณแม่เองก็ต้องสร้างกิจกรรมให้ลูกมากขึ้น เทคโนโลยีพวกนี้ก็ไม่จำเป็นอีกต่อไป