ลูกวัยเตาะแตะเริ่มเดินได้ จึงเริ่มสนุกกับประสบการณ์ใหม่นี้ เขาจึงมุ่งอยู่กับการเดินจนไม่สนใจกินอาหาร กินยาก ซึ่งเป็นปัญหาที่สร้างความหนักใจและกังวลใจให้คุณแม่มาก เพราะเกรงลูกจะได้รับอาหารไม่เพียงพอ แต่คุณแม่สามารถแก้ไขปัญหาลูกกินยากนี้ได้ค่ะ

ลงทะเบียน Enfa smart club วันนี้ ลุ้นรับ iPhone 11

เมื่อลูกวัยเตาะแตะกินยาก

  • น้ำหนักส่วนสูงลูกอยู่ในเกณฑ์หรือไม่ หากคุณแม่ตรวจดูกราฟน้ำหนักและส่วนสูงของลูกแล้วพบว่าน้ำหนักและส่วนสูงของลูกยังอยู่ในช่วงปกติ ให้บอกตนเองเสมอว่าอาหารที่ลูกได้อยู่นั้นอาจเพียงพอแล้ว เราอาจกังวลไปเอง แม้ว่าเมื่อเทียบกับเด็กบางคนเขาอาจจะอ้วนและตัวโตกว่าลูกเรา แต่เด็กคนนั้นอาจจะมีน้ำหนักมากเกินกว่าเกณฑ์ก็ได้

  • ไม่ใช้วิธีผิดๆ เพื่อให้ลูกกินมากขึ้น เช่น การตี ดุว่า บังคับ ใช้อารมณ์กับลูกหรือการตามใจ ต่อรอง หรือให้รางวัลเกินความจำเป็น

  • งดอาหารหรือขนมจุกจิกระหว่างมื้อ ไม่ว่าจะเป็นขนมกรุบกรอบ น้ำหวาน ไอศกรีม ลูกอม ฯลฯ เพราะลูกจะอิ่ม และไม่รู้สึกหิวเมื่อถึงมื้ออาหาร เขาจึงกินอาหารได้น้อย โดยหากจะให้ของกินเล่นเหล่านี้ ควรให้หลังอาหาร

  • ไม่ให้กินนมมากเกินไป เพราะเมื่อเด็กอายุ 1 ปีขึ้นไป ควรกินข้าวเป็นอาหารหลัก วันละ 3 มื้อ ส่วนนมจะเป็นอาหารเสริมเท่านั้น จึงต้องลดปริมาณนมลงเหลือวันละ 2-3 มื้อ และควรให้นมหลังอาหารเท่านั้น

  • ฝึกให้ลูกกินอาหารเป็นเวลา และควรกินพร้อม ๆ กันทั้งครอบครัว เพื่อเป็นแบบอย่างและสร้างบรรยากาศการกินอาหารให้เด็ก

  • ให้ลูกนั่งกินอาหารบนเก้าอี้ พูดคุยกันเรื่องอาหาร หรือเรื่องเบาๆ ไม่ควรเป็นเวลาที่เคร่งเครียด

  • เปิดโอกาสให้ลูกช่วยเหลือตัวเองเรื่องการกินให้มากที่สุดตามวัย โดยค่อย ๆ ลดการให้ความช่วยเหลือลงตามลำดับ เช่น ให้ลูกถือหรือหยิบอาหารเข้าปากด้วยตัวเองบ้าง แม้จะเลอะเทอะไปบ้างก็ต้องยอม เพื่อเป็นการฝึกลูก

 
เคล็ดลับช่วยลูกกินยาก เลือกกิน ให้ทานอาหารที่มีประโยชน์ และเป็นเด็กกินง่าย / คุณแม่หลายๆคนจะพบว่าลูกกินยาก ลูกเลือกกิน หรือไม่ก็ทานอาหารน้อยมากในเด็กเล็กอายุช่วง 1 ขวบ / วัยเตาะแตะชอบกินแต่ขนม ให้ไงดีให้เด็กกินอาหารที่มีประโยชน์
 
  • สังเกตอาหารที่ลูกชอบ แล้วปรุงรสชาติและจัดแต่งหน้าตาให้ถูกปากถูกใจลูก จะช่วยให้เขาเพลิดเพลินกับการกินอาหารได้

  • กำหนดระยะเวลามื้ออาหาร โดยกำหนดประมาณมื้อละ 30-45 นาที เมื่อถึงเวลาที่กำหนดให้เก็บจาน แม้ว่าจะยังกินไม่หมดหรือกินได้น้อยก็ตาม โดยไม่ต้องแสดงความวิตกกังวลหรือโกรธ แต่ให้งดของหวาน ขนม หรืออาหารว่างต่างๆ ทั้งหมดก่อนจะถึงมื้อถัดไปเพื่อให้ลูกเกิดความหิว ซึ่งจะกระตุ้นให้เจริญอาหารและรับผิดชอบเรื่องการกินของตนได้ดีขึ้น

ลูกไม่กินข้าว กินแต่ขนมและนม

 
เคล็ดลับช่วยลูกกินยาก เลือกกิน ให้ทานอาหารที่มีประโยชน์ และเป็นเด็กกินง่าย / คุณแม่หลายๆคนจะพบว่าลูกกินยาก ลูกเลือกกิน หรือไม่ก็ทานอาหารน้อยมากในเด็กเล็กอายุช่วง 1 ขวบ / วัยเตาะแตะชอบกินแต่ขนม ให้ไงดีให้เด็กกินอาหารที่มีประโยชน์
 

ปัญหาลูกไม่กินข้าว ชอบแต่กินขนมและนม รวมทั้งสารพัดของกินเล่น เป็นอีกปัญหาที่พบบ่อยในเด็กวัยเตาะแตะ ซึ่งมีอาหารหลักคือข้าว ไม่ใช่นมหรือขนม คุณแม่จึงต้องหาทางแก้ไขปัญหานี้ค่ะ ให้ลูกกลับมากินข้าวแทนขนมและนมให้ได้

การแก้ไขปัญหาลูกไม่กินข้าว

ถ้าลูกไม่กินข้าว ชอบกินแต่ขนมและนม ลูกจะได้รับสารอาหาร พลังงาน และกากใยไม่เพียงพอ ดังนั้นเพื่อแก้ไขปัญหานี้ คุณแม่ควรใส่ใจในเรื่องต่อไปนี้ :

  • ลดนมลง
    อย่างที่บอกเด็กวัยนี้นมจะเป็นอาหารเสริมแล้ว ไม่ใช่อาหารมื้อหลัก คุณแม่จึงควรจำกัดนมไม่ให้เกินวันละ 2-3 แก้ว เพื่อให้ได้ปริมาณแคลเซียมที่เหมาะสม โดยอาจงดนมมื้อกลางวัน เมื่อลูกหิวก็อาจจะยอมกินข้าว นอกจากนี้หากลูกกินนมมาก ร่างกายจะได้รับไขมันมากเกินไป ได้รับโปรตีนและแคลเซียมเพียงพอ แต่เสี่ยงที่จะได้รับสารอาหารชนิดอื่นๆ ไม่ครบหากไม่กินข้าว ซึ่งเด็กวัยนี้ควรกินข้าวเป็นอาหารหลักวันละ 3 มื้อ ในปริมาณมื้อละ 4-5 ช้อนโต๊ะ

  • ลดขนม
    เด็กที่กินขนม ไอศกรีม ขนมกรุบกรอบ ซึ่งส่วนใหญ่มีรสหวาน หลังกินจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น ซึ่งจะไปกดศูนย์ควบคุมการหิวในสมอง เป็นเหตุให้เด็กไม่อยากอาหาร ทางที่ดีที่สุดคือ ระหว่างมื้ออาหาร คุณแม่ต้องไม่ให้ลูกกินขนมอีกเลยจนกว่าจะถึงอาหารมื้อใหม่ (อาจทิ้งช่วงได้ประมาณ 1 ชั่วโมงก่อนมื้ออาหาร) ซึ่งต้องใจแข็ง ถ้าเด็กหิวก่อนถึงเวลาของมื้อต่อไปก็อนุญาตให้กินอาหารเดิม คือมื้อที่เด็กปฏิเสธไปโดยอาจนำมาอุ่นให้ แต่ห้ามให้นมหรือขนมแทน ถ้ามื้อนี้กินน้อย มื้อหน้าเด็กจะกินมากขึ้นเอง

  • จัดเมนูที่หลากหลายให้ลูกได้เลือก
    หากให้ลูกกินข้าวได้ คุณแม่ควรจัดเมนูอาหารที่หลากหลายเพื่อดึงดูดใจลูกและให้ลูกได้เลือกอาหารที่เขาชอบ โดยไม่ต้องคำนึงถึงความชอบหรือไม่ชอบของตัวคุณพ่อคุณแม่ เพราะอาหารที่เราไม่ชอบ เมื่อลูกได้ลอง เขาอาจจะชอบก็ได้ มีการศึกษาที่แสดงให้เห็นว่าเด็กวัยเตาะแตะมักจะกินอาหารใหม่ๆ ได้ง่าย (หลังจากกินอาหารเดิมๆ มาประมาณ 5-6 ครั้งแล้ว)

  • เติมความสนุกให้อาหาร
    คุณแม่อาจจะลองใส่ความคิดสร้างสรรค์หรือจินตนาการลงไปที่จานอาหารของลูก เพื่อให้ลูกรู้สึกสนใจที่จะกินอาหาร เช่น ทำอาหารแต่ละมื้อให้มีสีสันสดใส เช่น สีส้มจากแครอท สีเขียวจากตำลึง สีเหลืองจากฟักทอง ฯลฯ ใช้จานใช้ช้อนน่ารักๆ หรือจะแต่งอาหารตามตัวการ์ตูนที่ลูกชอบ หรืออาจตั้งชื่อเมนูอาหารพิเศษสำหรับลูก เช่น ข้าวต้มหมูอู๊ดๆ ข้าวผัดเพิ่มพลังหนูน้อย เป็นต้น

  • ลงทะเบียน Enfa smart club วันนี้ ลุ้นรับ iPhone 11
  • ตักอาหารลูกให้พอเหมาะ 
    แต่ละมื้อควรตักอาหารให้ลูกไม่มากไปหรือน้อยไป ดูปริมาณให้ลูกอิ่มในหนึ่งมื้อ หากตักมากเกินไป ลูกจะรู้สึกเป็นเรื่องยากหากต้องกินให้หมดอาจจะไม่อยากกิน และควรกำหนดเวลาที่ชัดเจนในการกินอาหารเป็นมื้อๆ เช่น มื้อละ 30-40 นาที เมื่อหมดเวลาก็เก็บ ไม่กินตลอดทั้งวัน

  • ให้ลูกกินอาหารพร้อมผู้ใหญ่ 
    การให้ลูกกินอาหารพร้อมผู้ใหญ่จะช่วยกระตุ้นให้ลูกอยากกินอาหารได้ คุณพ่อคุณแม่หลายคนแปลกใจกับการที่ลูกกินอาหารได้มากขึ้นเวลากินร่วมโต๊ะอาหารกับพ่อแม่

  • ปล่อยให้ลูกได้เล่น  
    การที่ลูกได้วิ่งเล่นหรือออกกำลังกายจนเหนื่อย จะทำให้ลูกจะรู้สึกหิวและอยากกินข้าวมากขึ้นได้ ที่สำคัญต้องงดขนมและนมก่อนมื้ออาหารเด็ดขาด เพราะไม่อย่างนั้นลูกจะอิ่มแล้วก็ไม่ยอมกินข้าวอีก

แม้ลูกกินยาก ไม่ยอมกินข้าว แต่หากคุณแม่ได้พยายามหาทางแก้ไข พร้อมทั้งให้ให้ลูกได้กินอาหารพร้อมคุณพ่อคุณแม่บนโต๊ะอาหาร พร้อมกับตักอาหารกินด้วยตัวเอง ลูกจะรู้สึกมีความสุข ทำเช่นนี้บ่อยๆ ไม่นานลูกก็จะสนุกกับการกินทุกมื้อค่ะ

 

คุณแม่รู้ไหม สมองลูกน้อยพัฒนาตั้งแต่ในครรภ์ถึง 3 ขวบปีแรก ผู้เชียวชาญพร้อมให้คำปรึกษาได้ที่นี่