ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
พ่อแม่ต้องเตรียมความพร้อมอย่างไร เพื่อสอนให้ลูกมีหัวคิดและหัวใจที่ดี
พ่อแม่ต้องเตรียมความพร้อมอย่างไร เพื่อสอนให้ลูกมีหัวคิดและหัวใจที่ดี

การจะสอนให้ลูกมีหัวคิดและหัวใจที่ดีตั้งแต่เด็กนั้น บทบาทสำคัญอยู่ที่คุณพ่อคุณแม่ รศ.นพ.พงษ์ศักดิ์ น้อยพยัคฆ์ กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการและพฤติกรรม รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ได้แนะนำ 4 วิชาที่พ่อแม่ต้องเตรียมความพร้อม เพื่อสอนให้ลูกมีหัวคิดและหัวใจที่ดี ดังนี้

4 วิชาที่พ่อแม่ต้องเตรียมความพร้อม เพื่อสอนให้ลูกมีหัวคิดและหัวใจที่ดี

  • Self - Control วิชาควบคุมตัวเอง

    ตอนลูกยังเล็ก เขาสามารถควบคุมตัวเองได้ตามพัฒนาการของเขา ซึ่งพ่อแม่ต้องส่งเสริมให้เหมาะสม เพื่อเป็นพื้นฐานต่อยอดในช่วงวัยต่อไป และสิ่งสำคัญอันดับแรกก็คือ พ่อแม่จะต้องควบคุมตัวเองให้ได้ก่อน รู้ว่าผิดก็ไม่ควรทำ รู้ว่าไม่ดีก็ไม่ควรคิด รู้ว่าโกรธก็ต้องอดทนและเอาน้ำเย็นลูบด้วยวิธีง่ายๆ กำหนดลมหายใจเข้า-ออกช้าๆ พ่อแม่ที่ควบคุมตัวเองและลูกได้ จะทำให้ลูกเรียนรู้ขอบเขตและฝึกฝนทักษะในการควบคุมตัวเองต่อไป

  • Noticing to Observing วิชาสังเกตการณ์

    พ่อแม่จะต้องเป็นนักสังเกตที่ดี เริ่มจากเฝ้าติดตามความคิดของตัวเองให้ทันก่อน สังเกตพฤติกรรมและคำพูดของตัวเองที่กระทำไปสู่ลูก ว่าเป็นอย่างไร ควรหรือไม่ควร และจะปรับแก้อย่างไร ก่อนที่จะสังเกตลูก ทั้งพัฒนาการรอบด้าน สติปัญญา พฤติกรรม อารมณ์และสิ่งที่ลูกสนใจ รวมทั้งต้องรู้จักพัฒนาการตามวัยของลูก เพื่อหากิจกรรมมาส่งเสริมให้เหมาะสม

  • Parents as Role Models วิชาเงา

    เพราะสิ่งที่ลูกเป็น ทำและแสดงออก ล้วนเป็นสิ่งที่ลอกเลียนแบบมาจากพ่อแม่ ดังนั้นก่อนที่จะสอนลูกเรื่องต่างๆ พ่อแม่ต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับลูกทั้งวิธีคิดและปฏิบัติตน พ่อแม่บ้านไหนคิดเก่ง ลูกก็จะคิดเก่ง ความฉลาดมาจากพันธุกรรมส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งเกิดขึ้นจากวิธีการเลี้ยงลูกผ่านวิธีปฏิบัติและวิธีคิดของพ่อแม่ ลูกจะเรียนรู้สิ่งเหล่านี้จากพ่อแม่เป็นหลัก

  • Let’s play together วิชาพละ

    พ่อแม่จะต้องคิดเสมอว่า ตัวเองคือ ‘ของเล่น’ ที่ดีที่สุดของลูก โดยไม่พึ่งพาของเล่น เพราะการเล่นกับลูกด้วยตัวเอง จะเกิดความรู้สึกผูกพันอย่างลึกซึ้ง อีกอย่างพ่อแม่จะต้องใช้สติปัญญาในการคิด วิเคราะห์ วางแผน และแก้ปัญหาว่าจะใช้อะไรเล่นกับลูก โดยไม่ต้องใช้เงินซื้อเลย นอกจากจะประหยัดแล้ว ยังกระตุ้นสมองพ่อแม่ ช่วยให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ได้ดี แต่วิชานี้อาจต้องออกแรงสักหน่อย เพราะ พ่อแม่ต้องลงไปวิ่งเล่นกับลูก เป็นคนไข้ให้ลูกตรวจ เป็นโจรให้ลูกจับ เป็นม้าให้ลูกขี่ เป็นต้น โดยมีกฎว่า ต้องลดอายุตัวเองให้เท่ากับลูก เพื่อให้การเล่นนั้นสนุกสนานมากยิ่งขึ้น

Did mom know? เรื่องเล็กๆ ที่คุณแม่ควรรู้

  • ทุกๆ พัฒนาการตามวัยครั้งแรกของลูก คือ การพึ่งพาตัวเองของลูกครั้งแรก

    ไม่ว่าจะเป็นหัวเราะ ยิ้ม คลาน เกาะยืน เดิน นั่ง วิ่ง สื่อสารได้ เรียกร้องเป็น หรือแม้กระทั่งเริ่มมีความเป็นตัวของตัวเอง

  • ควรให้ลูกอยู่เงียบๆ คนเดียวบ้าง

    พ่อแม่อาจคิดไม่ถึงว่า ลูกเล็กๆ ก็ต้องการพื้นที่ และความสงบส่วนตัวในบางเวลา บางครั้งที่ลูกกำลังเล่นหรือนอนกลิ้งอยู่คนเดียว ก็ควรปล่อยอิสระ ไม่ต้องเรียกหรือกระตุ้นให้สมาธิลูกแตกกระเจิง เพราะลูกกำลังมีสมาธิจดจ่อกับสิ่งนั้นหรือแม้แต่จดจ่อกับความคิดของตัวเองอยู่

  • สองถึงสามขวบปีแรก ช่วงเวลาแสนสำคัญ

    ที่พ่อแม่จะได้ให้นม โอบกอด หอม อุ้ม จูงมือ ป้อนข้าว ดูแลอย่างใกล้ชิด สิ่งเหล่านี้จะผ่านแล้วผ่านเลย ไม่มีวันย้อนกลับ และยิ่งลูกได้รับมากเท่าไหร่ เขาจะสะสมความรักความผูกพันกับพ่อแม่มากเท่านั้น ทำให้ลูกรักตัวเองเป็น รักผู้อื่นเป็น และยังเป็นเกราะป้องกันชีวิต ยามที่มีปัญหา เขาจะรู้ว่ามีพ่อแม่เคียงข้างช่วยคิด เพราะเป็นคนที่รู้จักเขาดีที่สุด เมื่อเจอปัญหาชีวิต เขาก็จะมองเห็นทางออกของปัญหาได้ชัดเจนมากขึ้นกว่าเดิม

  • สอนเลขให้กับลูกตั้งแต่ยังเล็ก

    ไม่ใช่เป็นการสอนวิชาการด้านคณิตศาสตร์ แต่เป็นการสอนขั้นพื้นฐานเสริมสร้างสมองด้านตรรกะ ผ่านการเรียนรู้จำนวนสิ่งของรอบตัว การเพิ่มขึ้นหรือลดลง การได้รับและการให้ รวมไปถึงการใช้ภาษาง่ายๆ ตามวัยผ่านการประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน

ที่สำคัญ เมื่อพ่อแม่มีความพร้อม ก็จะสามารถเลี้ยงดูลูกให้มีหัวคิดและมีจิตใจดี คิดเป็น ทำเป็น คิดดี ทำดี รู้จักผิดชอบชั่วดี พึ่งพาตัวเองเป็น เอาตัวรอดในสังคมได้ และมีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น รวมทั้งจะช่วยเสริมสร้าง 4 ทักษะพื้นฐานจำเป็นให้กับลูกได้ตั้งแต่ยังเล็ก ซึ่งได้แก่ ทักษะทางด้านสติปัญญา (Cognition) ทักษะทางด้านการมีสมาธิจดจ่อ (Sustained attention) ทักษะการใช้ภาษาโต้ตอบที่มีความซับซ้อน (Sentence Complexity and Responsive – language) และทักษะการเคลื่อนไหว (Motoring Skill)

และอย่าลืมว่า หากเด็กคิดได้และคิดเป็น ทำได้และทำเป็น ต่อให้สังคมเปลี่ยนแปลงอย่างไร เด็กๆ ก็สามารถปรับตัวและใช้ชีวิตในสังคมโลกที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างมีความสุข

EFB banner
Mobile efb banner
EFB banner

Leaving page banner