ในสมัยรุ่นปู่ย่าตายาย เมื่อลูกน้อยมีอาการไม่สบายท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ จนร้องกวนโยเย พ่อแม่ก็จะพยายามสรรหาสมุนไพรต่างๆ มาช่วยบรรเทาให้อาการเหล่านี้ของลูกดีขึ้น ที่ขาดไม่ได้นั่นก็คือมหาหิงคุ์ที่แม่ลูกอ่อนทั้งหลายต้องมีติดไว้ข้างกายใช้ทาท้อง ฝ่ามือ และฝ่าเท้า บ้างก็นำไพลสดมาตำ แล้วนำน้ำมันที่ได้มาทาบริเวณท้องของลูก หรือที่สะดวกไปอีกแบบก็เห็นจะเป็นการนำใบกะเพรา ที่มีติดครัวแทบทุกบ้านมาต้มให้ลูกกินน้ำ เพื่อขับลมในกระเพาะ

แต่ทราบหรือไม่ว่า วิธีทางธรรมชาติเหล่านี้เป็นแค่การบรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ไม่สบายท้องของลูกเพียงชั่วคราวเท่านั้น และ การใช้สมุนไพรก็ต้องคำนึงถึงข้อควรระวังให้ดีเป็นพิเศษ ทั้งเรื่องปริมาณการใช้ให้เหมาะกับวัยของลูก การเลือกส่วนต่างๆ ของสมุนไพรมาใช้ให้ถูกว่า แต่ละชนิดจะต้องใช้ราก ใบ ดอก หรือผล เพื่อการออกฤทธิ์ที่ได้ผล รวมถึงวิธีการใช้ก็ต้องศึกษาให้ดีด้วย บางชนิดต้องนำมาต้ม บางชนิดต้องใช้สดถึงจะช่วยลดอาการของลูกได้ เพราะหากใช้ไม่ถูกวิธีผลที่คิดว่าจะเกิดอาจกลายเป็นผลเสียที่ ทำให้คุณแม่ต้องมานั่งเสียใจแทนได้ค่ะ

สาเหตุของอาการท้องอืดในทารก

เพราะลูกไม่ใช่ผู้ใหญ่ตัวเล็ก ระบบทางเดินอาหารของเขายังบอบบาง เอนไซม์ย่อยโปรตีนและแลคโตสยังทำงานไม่สมบูรณ์ โปรตีนและแลคโตสจึงผ่านจากลำไส้เล็กไปสู่ลำไส้ใหญ่ ซึ่งมีแบคทีเรียอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก และแบคทีเรียเหล่านี้นี่เองที่เป็นตัวย่อยน้ำตาลแลคโตสและโปรตีนที่ตกค้างในลำไส้ จึงทำให้เกิดแก๊สในทางเดินอาหารของลูก จนเป็นสาเหตุของอาการไม่สบายท้อง จนร้องไห้กวนโยเย

เมื่อคุณแม่ทราบถึงสาเหตุที่แท้จริงแล้ว ก็ควรมาดูแลใส่ใจที่ต้นเหตุกันดีกว่า เริ่มตั้งแต่การจัดท่าให้นมที่ถูกต้อง เพื่อไม่ให้ลมหรือากาศเข้าท้องลูก และทุกครั้งที่ลูกอิ่มนมแล้ว คุณแม่ต้องไม่ลืมที่จะจับลูกเรอ ไล่ลม ตลอดจนการรักษาความสะอาดอุปกรณ์ให้นมหรือขวดนมต่างๆ ก็ต้องพิถีพิถันเป็นพิเศษอีกด้วย

แต่เมื่อคุณแม่พยายามทำทุกวิธีแล้ว ลูกก็ยังมีอาการไม่สบายท้องอยู่ คุณแม่ควรปรึกษาคุณหมอ เพื่อดูอาการและหาวิธีรักษาที่เหมาะสม เพื่อให้ลูกกลับมาสบายตัว ไม่มีปัญหาท้องอืด ไม่สบายท้องมารบกวน

เมื่อลูกสบายตัวแล้ว เขาก็จะพร้อมที่จะเรียนรู้ได้ดี คราวนี้ล่ะค่ะ คุณแม่ก็เตรียมชื่นใจไปกับพัฒนาการในแต่ละชั่วโมงของลูกได้เลยค่ะ