ระวังโรคมือ เท้า ปาก ที่ติดมาจากโรงเรียน

       เวลาได้ยินข่าวโรงเรียนอนุบาลแห่งนั้นแห่งนี้ต้องสั่งปิดโรงเรียน (ชั่วคราว) เพราะโรคมือ เท้า ปาก ทีไร คุณแม่มักจะกังวลกันมาก ด้วยกลัวว่าอาจจะเกิดขึ้นกับโรงเรียนของลูก และอาจเป็นลูกที่ติดเชื้อนี้มาเพราะส่วนมากเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี จะรับเชื้อได้ง่าย แถมอาการของโรคมือ เท้า ปากก็คล้ายกับโรคหวัดจนคุณแม่ไม่ทันสังเกตถึงความรุนแรง บางครั้งกว่าจะรู้และรักษาให้หาย เด็กก็อาจเสียชีวิตได้
       เนื่องจากโรคมือ เท้า ปาก เกิดจากเชื้อไวรัส ดังนั้นการแพร่กระจายของโรคจึงมาจากการสัมผัสกันเป็นหลัก โดยเชื้อไวรัสติดมากับมือ หรือของเล่นที่เปื้อนน้ำลาย น้ำมูก ตุ่มน้ำพุพองและแผล หรืออุจจาระของเด็กที่ป่วย รวมถึงการไอจามรดกัน โดยเฉพาะในช่วงสัปดาห์แรกที่เด็กป่วยด้วยโรคนี้ แล้วไปโรงเรียน (โดยที่ไม่รู้) เชื้อไวรัสจึงมีโอกาสแพร่กระจายได้สูง
       อาการของโรคมือ เท้า ปาก จะคล้ายๆ กับโรคหวัด คือระยะแรกเริ่มจากเป็นไข้ เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย อาจมีน้ำมูก ไอ เจ็บคอ เสียงแหบ อาเจียนหรือถ่ายเหลวร่วมด้วย ต่อมาเป็นผื่นและตุ่มน้ำใสที่บริเวณปาก ฝ่ามือ และฝ่าเท้า บางครั้งอาจจะมีผื่นขึ้นที่บริเวณก้นด้วย ลักษณะสำคัญเฉพาะโรคนี้คือ ตุ่มน้ำใสที่ขึ้นในปากจะมีขนาดเล็กและแตกเป็นแผลตื้นๆ โดยเฉพาะบริเวณลิ้นและกระพุ้งแก้ม ทำให้เด็กกินอาหารได้น้อยลง และน้ำลายไหลมากผิดปกติ ส่วนตุ่มใสที่มือและเท้าจะไม่แตกเหมือนตุ่มในปาก ดังนั้นหลักในการสังเกตง่ายๆ จึงอยู่ที่ตุ่มใสที่ขึ้นร่วมกับอาการมีไข้
       ถ้าลูกมีไข้โดยไม่รู้สาเหตุว่าเกิดจากอะไรควรหยุดเรียนเพื่อรอดูอาการอย่างน้อย 5-7 วัน หากไข้ลดลงแล้วไม่มีตุ่มใสขึ้นก็ไปโรงเรียนได้ตามปกติ แต่หากเฝ้าดูอาการแล้วพบว่ามีตุ่มขึ้นก็อาจจะเป็นโรคมือ เท้า ปาก ควรรีบพาลูกไปพบแพทย์เพื่อตรวจดูให้แน่ใจว่าลูกไม่สบายหรือไม่ และเมื่อพบว่าลูกป่วยเป็นโรคนี้ควรให้ลูกหยุดเรียน เพื่อลดการแพร่กระจายของโรคไปสู่เด็กอื่นๆ ในโรงเรียนต่อไป
       สำหรับการรักษาโรคนี้ ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนและยาเฉพาะในการรักษา แพทย์จะรักษาตามอาการที่เป็นเท่านั้น เช่น ให้ยาลดไข้ เช็ดตัวลดไข้ ให้กินอาหารอ่อนๆ และอาหารที่มีความเย็น เช่น ไอศกรีม น้ำผลไม้ เพื่อบรรเทาอาการเจ็บที่ปาก ลิ้น และทำให้เด็กกินได้มากขึ้น หากดูแลดีๆ โรคนี้สามารถหายได้เองภายใน 5-7 วัน เมื่อไข้ลด ตุ่มน้ำยุบ เด็กกินอาหารได้ตามปกติ ก็สามารถไปโรงเรียนได้