ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
ไข่มุก นิทนาอีสป นิทานก่อนนอน อ่านเพลินให้ลูกฟัง
ไข่มุก นิทนาอีสป นิทานก่อนนอน อ่านเพลินให้ลูกฟัง

          หอยนางรมน้อยผู้งดงาม แต่เธอกลับเกลียดตัวเองเพราะกลัวความตายที่มาพร้อมกับความงามนั้น จนวันหนึ่งหอยนางรมได้สัมผัสกับแสงจันทร์ เกิดอะไรขึ้นกับเจ้าหอยนางรม มาอ่านนิทานเรื่องนี้สอนให้ลูกรู้คุณค่าของตนเองและผู้อื่นกันค่ะ

“ออกมาจากพื้นทรายเถอะ” เม็ดทรายร้องเรียกหอยนางรมน้อย “เธอน่ะ สวยกว่าใคร ไม่ต้องอายหรอก เธอคือหอยนางรมผู้งดงามนะ” เม็ดทรายเรียกอยู่นาน แต่ก็ไม่ได้ผล  

หอยนางรมน้อยยังคงใช้ชีวิตของมันด้วยการซุกตัวอยู่ในพื้นทราย ไม่ก็เดิน ๆ คลาน ๆ เรื่อยเปื่อยอยู่ในก้นบึ้งแห่งท้องทะเลอย่างเงียบ ๆ   

“ฉันอยากเป็นอะไรที่ไม่ใช่หอยนางรม อะไรก็ได้ ไม่ใช่แบบนี้” หอยนางรมบ่นพึมพำกับตัวเอง เพราะไม่อยากเป็นอย่างที่เป็น เพราะนางรู้ว่าความสวยของนาง จะนำมาซึ่งความตายได้  

ในที่สุดกาลเวลาก็หมุนเวียนไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งมาถึงวันที่พระจันทร์เต็มดวง แสงจันทร์อันลอยเด่นสดใสได้สาดส่องลงไปจนถึงก้นทะเล แม้เป็นบริเวณที่มืดที่สุดก็ตาม และในท่ามกลางความลึกของท้องทะเลนั้น   

“เอ๊ะ ๆ ฉันกำลังลอยขึ้นไปนี่ ไม่ ไม่ นะ ไม่ ไม่ ฉันจะอยู่แบบนี้ ไม่นะ โอ๊ะ ๆ ๆ”  

แต่ไม่มีสิ่งใดยับยั้งได้เลย หอยนางรมเมื่อได้สัมผัสกับแสงจันทร์นั้น แสงนั้นก็ส่องทะลุเปลือกที่ทั้งแข็งและหนาเข้าไปสัมผัสถึงแก่นแห่งชีวิตของนาง ทำให้นางรู้สึกเหมือนถูกดึงดูดพลังด้วยพลังที่หนักแน่นกว่าเหมือนแม่เหล็ก ทำให้นางลอยขึ้นสู่ผิวน้ำเพื่อได้พบกับแสงแห่งดวงจันทร์อย่างเต็มที่  

“ฉันเป็นอะไรไปนี่ จะกลับลงไปก็กลับไม่ได้ ใครก็ได้ช่วยที” เสียงร้องของหอยนางรมแผ่วเบาแต่ก็ยังทำให้ปลาหมึกได้ยินอยู่บ้าง  

“ฮ่า ฮ่า เจ้ากำลังถูกครอบงำแล้ว จากความเจิดจรัสของลำแสงแห่งพระจันทร์ และความสว่างนี้จะชวนให้เจ้าต้องเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงออกมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้หรอก เจ้าหอยนางรมเอ๋ย เจ้าก็ไม่ต่างจากข้าหรอก ข้าเองก็ต้องหาแสงไฟ มนุษย์ถึงชอบล่อข้าด้วยวิธีนี้ยังไงล่ะ ธรรมชาติก็อย่างนี้ล่ะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า” ปลาหมึกพูดจบก็ดำผุดดำว่ายไปหาแสงไฟเพื่อจับปลาเล็ก ๆ กินต่อ   

“ธรรมชาติเหรอ ไม่นะ โอ๊ะ ๆ ๆ” หอยนางรมคิดและก็ต้องแปลกใจที่รู้สึกว่า เปลือกหนา ๆ และ แข็ง มาก ๆ ของมันกำลังถูกคลี่ออกภายใต้มนต์ขลังของแสงจันทร์แสงเดิมนั้น และเมื่อเปลือกเปิดออก หอยนางรมรู้สึกว่า มันกว้างพอที่จะรับอณูแห่งแสงจันทร์เข้าไปไว้ในแก่นแห่งชีวิตอันเป็นนิรันดร์แล้ว   

“ฉันรู้สึกเหมือนมีอะไรอยู่ในตัวฉัน!!!” พูดจบหอยนางรมก็ถูกเกลียวคลื่นดึงร่างให้กลับไปซุกอยู่ใต้พื้นทรายของท้องทะเลอีกครั้ง  

“อะไรอยู่ในตัวฉัน!!!” หอยนางรมสงสัย   

“ไข่มุกยังไงล่ะ” เพื่อนหอยนางรมด้วยกันกล่าว   

ใช่แล้ว บัดนี้ไข่มุกได้ก่อตัวขึ้นภายในร่างกายของหอยนางรม และมันกำลังเจริญเติบโตขึ้นทีละน้อย อย่างช้า ๆ หลายปี ถึงแม้เวลาผ่านไปแต่หอยนางรมก็ไม่เคยลืมว่า นางมีสมบัติอันล้ำค่าที่ก่อเกิดด้วยแสงจันทร์นั้นมันกำลังอยู่ในกายของนางในตอนนี้  

แต่ในที่สุด วันเศร้าก็มาถึง เมื่อหอยนางรมแก่ตัวลง กลายเป็นหอยนางรมเฒ่า   

ณ ท้องทะเลผืนเดิม มีเรือหาปลาปรากฏขึ้น และก่อนที่นางจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตนเอง หอยนางรมเฒ่าก็ได้ตกลงไปอยู่ในร่างแหแห่งความตายเสียแล้ว หอยนางรมและพวก ถูกกวาดขึ้นจากใต้ท้องทะเล สู่ผิวน้ำ  

หัวใจของนางดิ่งวูบ ไข่มุกที่ฝังอยู่ในร่างสั่นไปมาด้วยความกลัว ผวากับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น  

“คืนนี้ได้เยอะเลยนะ” เสียงคนหาปลาคุยกันอย่างอารมณ์ดี  

เมื่อคลื่นลมสงบ ดวงจันทร์ซึ่งเปรียบได้กับราชินีแห่งไข่มุก ได้สาดแสงสว่างลงสู่ท้องทะเลอีกครั้ง แต่ครั้งนี้หอยนางรมเฒ่าไม่ได้อยู่ในท้องทะเลเหมือนเคยแล้ว น้ำตาของหอยนางรมเอ่อล้นออกมา เงยหน้ามองดวงจันทร์ครั้งสุดท้าย  

“ดวงจันทร์สุดท้าย โอบอุ้มฉันไว้ในกายด้วยเถิด อย่าปล่อยฉันตาย ได้โปรดรับฉันด้วยรักของเธอ แม้ไม่มีสิทธิ์แตะต้องเธอ แต่เธอมีสิทธิ์แตะต้องฉัน ดวงจันทร์จ๋า” หอยนางรมเฒ่าร้องออกมาด้วยความเศร้า จากนั้นก็กลั้นหายใจ ขณะที่แสงจันทร์ที่เคยประคองนางไว้ จะเป็นผู้บรรจงเปิดฝาของนางขึ้นอย่างอ่อนโยน แต่ไม่เป็นเช่นนั้น กลับเป็นคนหาปลาผู้โหดเหี้ยมที่กระทำการนั้นอย่างโหดร้ายทารุณ ฝาของหอยนางรมถูกเปิดอย่างไม่ปรานี และถูกดึงไข่มุกออกไปอย่างแรง แต่ด้วยอำนาจของดวงจันทร์ บันดาลให้แรงดึงนั้นต้องพ่ายแพ้ด้วยแรงของหอยนางรมเฒ่า นางยังคงปลอดภัยและยังคงหายใจ แถมยังเก็บไข่มุกไว้ได้   

คงเพราะท้องทะลที่สงบ ๆ อยู่ดี ๆ ก็กลับบ้าคลั่ง ถล่มเรือเสียแตกไม่เหลือชิ้นดี จากนั้นหอยนางรมเฒ่าจึงได้กลับไปซุกตัวอยู่ใต้ท้องทะเลอีกครั้ง  

“ความสวย เกือบนำความตายมาให้” หอยนางรมคิดและร้องไห้เบา ๆ   

แต่เชื่อไหม หอยนางรมเฒ่าก็ได้เรียนรู้ว่า หากยังไม่พบคนที่เหมาะสมกับความงดงามของไข่มุก ไข่มุกก็จะไม่ยอมมอบประโยชน์จากสมบัติอันล้ำค่าให้  ผู้ที่อนุญาตมีเพียงดวงจันทร์เท่านั้น ที่จะบอกได้ว่าถึงเวลาแล้วที่มันจะได้รับการใช้ประโยชน์จากผู้ที่เหมาะสม  

 

The Frog Who Does Not Accept Defeat (นิทานกบผู้ไม่เคยยอมแพ้ ฉบับภาษาอังกฤษ)


“Come out of the sand,” the grain of sand calls out to the little oyster. You are the most beautiful of all. Please don’t be shy. You are a gorgeous oyster, the grain of sand unsuccessfully calls out. 

The little oyster lives her life by burying herself deep into the sand, either walking or crawling quietly on the bottom of the sea.  

“I want to be something other than an oyster. Anything else but this”, the oyster mutters to herself. She doesn’t want to be an oyster because she fears that her beauty will bring her death. 

Time passes by until the full moon arrives. The moonlight shines to the bottom of the sea, To the darkest, deepest midst of the water. 

“Hey, hey! I’m floating up. No, no, no, no! I want to stay here. Oh, no! Oh, oh!” 

However, nothing can stop this. When the moonlight touches the oyster, it shines through the thick, tough shell to the essence of her life. She feels as if she’s being pulled by a magnetic force, pulling her up to the surface to fully meet the moonlight.  

“What’s happened to me? I can’t go back down. Somebody, help me,” the cries of the oyster were faint but could still be heard by the octopus.  

“Ha ha. You are being eclipsed by the brightness of the moonlight, and this light will inevitably make you reveal your true self. Oh, little oyster, you’re no different from me. I, too, like to find the light. That’s how humans like to trap me. Nature is just like this. Ha ha ha,” when the octopus finishes his speech, he dives into the light to continue catching smaller fish for food.   

“Natural? No, oh…,” thinks the oyster, and is surprised to feel that its very thick and hard shell is being unfurled under the magic of that same moonlight. And when the shell opens, the oyster feels that it is wide enough to receive the moonlight into its essence for eternity.  

“What is in me?!!” wonders the oyster. 

“It’s a pearl,” says another oyster friend.  

That’s right. A pearl has formed inside the body of the oyster and is slowly growing little by little over many years. No matter how long time passes, the oyster never forgets that she has this moonlight-born treasure inside her body.  

A sad day eventually arrives when the oyster ages and becomes an old oyster. In the same sea, a fishing boat appears, and before she realizes what has happened, the old oyster falls into the net of death. The oyster and her friends are swept up from the bottom of the ocean to its surface. Her heart drops to her stomach and the pearl that is within her body trembles with fear, frightened by what is about to happen.  

“We caught lots today,” the fishermen speak to one another jovially.  

When the waves calm, the moonlight, which is comparable to the queen of pearls, shines its light to the bottom of the sea once again. However, this time the old oyster is no longer there. The oyster’s tears overflow while it looks up at the moon one last time.  

“Oh, Moon. Hold me in your body. Don’t let me die. Please accept me with your love. I may not have the right to touch you, but you have the right to touch me, my Moon”, cries the old oyster in sorrow. Then she holds her breath while the moon that used to support her gently opens her shell. But this isn’t so. The ruthless fisherman does so cruelly by ripping apart her shells without mercy. The pearl is forcefully pulled from her, but the strength of the moon empowers her to pull it back, defeating the fisherman’s force. The oyster is still safe and breathing. She also still has her pearl. 

The calm sea suddenly becomes violent and demolishes the ship until there is nothing left. Then, the old oyster returns to the bottom of the sea to hide. 

“My beauty almost brought me death,” the oyster thinks and cries softly. 

But, believe it or not, the oyster has learned that if the right person to appreciate the beauty of the pearl hasn’t been found, the pearl will not surrender its precious treasure. The only one allowed was the moon, which would be the one to decide when it’s the right time for the pearl’s gift to be given to the right person.  


นิทานก่อนนอน สำหรับเด็กเรื่องอื่น ๆ

EFB banner
Mobile efb banner
EFB banner
  • Register bar

Leaving page banner

 

Leaving page banner