ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
นิทานเรื่อง กบผู้ไม่เคยยอมแพ้
นิทานเรื่อง กบผู้ไม่เคยยอมแพ้

          นิทานก่อนนอนที่คุณพ่อคุณแม่ชอบอ่านให้ลูกฟัง แน่นอนว่าจะต้องมีนิทานอีสปกบผู้ไม่เคยยอมแพ้เรื่องนี้ เพราะนอกจากจะเป็นเรื่องราวที่เข้าใจง่าย แถมยังแฝงข้อคิดดีๆ เรียกได้ว่าเป็นนิทานก่อนนอนที่เด็กๆ ชื่นชอบ ตามมาอ่านกันได้เลยค่ะ

“เขียวชอุ่มจริง ๆ”   

“เขียวอะไร อุ้ม ๆ นะ”  

“หื้มมมม”  

กาลครั้งหนึ่ง มีกบอยู่สองตัวเป็นพี่น้องที่รักกัน ทุกเช้า กบทั้งสองจะต้องออกมานั่งชมความงดงามของบรรยากาศรอบ ๆ โรงรีดนม   

“ก็เขียวชอุ่มไง หมายถึงเขียวมาก ๆ ม๊าก มาก น่ะ” กบพี่อธิบาย  

“ฮ่า ฮ่า เขียวม๊ากมาก จริง ๆ น่ะแหละ ฉันชักจะหลงที่นี่เขาจริง ๆ แล้วล่ะสิ” กบน้องทำเสียงหวาน เหมือนตกหลุมรักกบตัวเมีย แต่ไม่ใช่ มันคือทุ่งข้าวที่เขียวชอุ่มรอบโรงรีดนมนี้ต่างหาก  

“อยากเข้าไปในโรงรีดนมมั่งจัง” กบน้องบ่นอุบอิบ  

“ไม่ได้นะ! อันตรายมาก ในนั้นเราไม่รู้ว่าเป็นยังไง อย่าแม้แต่จะคิดนะ” กบพี่เตือนสติกบน้องให้ระวัง  

เช้าวันหนึ่ง เจ้ากบทั้งสองต่างกระโดดโลดเต้นอยู่บนพื้นหน้าโรงรีดนม พอเจ้าของโรงรีดนมมาเห็นกบสองตัวเข้า ก็วิ่งไปหยิบไม้กวาดด้ามยาวมาขับไล่อย่างไม่รอช้า   

“ออกไปนะ เจ้ากบสกปรก น่ารังเกียจจริง ๆ หยุดกระโดดเดี๋ยวนี้นะ ถ้าโดดลงไปในถังนมที่ฉันเพิ่งรีดล่ะก็ น่าดู!” เจ้าของโรงรีดนมขู่เสียงดังลั่น  

แต่ด้วยความตกใจของเจ้ากบทั้งสอง พวกมันหาที่ซ่อนตัวอย่างไม่คิดชีวิต เพื่อให้พ้นด้ามไม้กวาดของผู้กำลังโกรธเกรี้ยว  

“มาหลบตรงนั้นกัน เร็ว!” กบน้องร้องบอกกบพี่ “น้องว่าที่นี่แหละ ไม่มีใครหาเราเจอแน่”  

จากนั้นเจ้ากบสองพี่น้องก็กระโดดไปตรงมุมของโรงรีดนมทันที เร็วที่สุดเท่าที่ขาเล็ก ๆ จะพามันไปได้  

“ไวอีก ยาวอีก ขาอย่าเพิ่งหมดแรงนะ” กบพี่คิดในใจ “ถ้าหมดแรงไปน้องเราลำบากแน่ ใครจะคอยดูแล”  

“พี่กระโดดให้สูงที่สุดเลยนะ” กบน้องตะโกนบอก   

“ไม่เคยกระโดดสูงขนาดนี้มาก่อนเลย” กบพี่พึมพำก่อนตัดสินใจกระโดดให้สูงที่สุดในชีวิต  

“ป๋อม” เจ้ากบสองตัวทิ้งตัวเองลงแต่กลับพบว่า อยู่ในถังประหลาด  

“นี่มันอะไรกันเนี่ย” กบน้องโวยวายลั่น   

“แย่แล้ว นี่เราตกลงมาในถังครีมที่เพิ่งถูกเทออกมาจากถังนมที่รีดมาสด ๆ แน่ ๆ” กบพี่คาดเดา  

“ตายแล้ว” กบน้องร้องดังขึ้นอีก พร้อมกับน้ำตาที่ไหลปนกับครีมที่ตัวเองกำลังดำผุดดำว่ายอยู่  

“เรารอดได้ น้องรัก ว่ายไปเรื่อย ๆ” กบพี่บอกด้วยน้ำเสียงหนักแน่น  

“มีทางออกเหรอพี่ ฮือ ฮือ” กบน้องร้องไห้ต่อไป  

“ถึงยังไงมันต้องมีทางออกจนได้ละน่า ว่ายไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวก็คิดออก” กบพี่ยืนยัน  

เวลาผ่านไป กบพี่กบน้องยังว่ายต่อไปไม่หยุด แต่กบน้องก็บ่นไม่หยุดเช่นกัน  

“น้องเหนื่อยแล้ว ยิ่งว่ายน้องก็ยิ่งไม่มีแรงเหลือที่จะว่ายไปรอบถังนี้อีกแล้วล่ะ ถึงว่ายไปก็ไม่มีประโยชน์” กบน้องคร่ำครวญ “อีกอย่างหนึ่ง มันทั้งเหนียว ทั้งข้นเกินกว่าจะว่ายได้ แล้วมันก็เบาบางเกินกว่าจะเดินได้ แถมยังลื่นเกินกว่าจะคลานได้ เราต้องตายแน่ ๆ ไม่มีทางรอดชีวิตได้หรอก เราออกจากที่นี่ไปไม่ได้แน่”  

“พี่บอกแล้วไงว่าให้ว่ายต่อไป”   

เวลาผ่านไป กบน้องหมดสิ้นกำลังใจ ในที่สุดร่างของมันก็เกือบจมลง กบพี่เห็นจึงตรงเข้าไปอย่างช้า ๆ เพื่อช่วยน้อง แม้จะช้าแต่ก็ทันเวลาที่จะคว้าขาน้องไว้ได้   

ท่ามกลางอากาศยามค่ำคืนที่หนาวเหน็บ กบพี่แบกกบน้องว่ายต่อไปไม่หยุด ตัวมันเองก็คิดอยากจะทิ้งตัวให้จมลงก้นถังเหมือนกัน แต่มันเหมือนมีอะไรบางอย่างที่ทำให้มันยังคงมุ่งหน้าว่ายวนต่อไป  

ในที่สุด พระอาทิตย์ก็ขึ้นสู่ท้องฟ้ากว้างอีกครั้ง เช้าวันใหม่แล้ว แสงแรกส่องเข้ามาหน้าโรงรีดนมกระทบกับถังรีดนมที่บรรจุกบพี่กบน้องอยู่  

ในขณะเดียวกันนั้นเอง เจ้ากบพี่ผู้ไม่ยอมแพ้ก้มลงมองดูครีมที่ตัวเองและน้องตกลงไปด้วยความเหนื่อยล้า น้ำตาไหลด้วยความเหนื่อยและสงสารกบน้องที่อยู่บนหลังของมัน แต่แล้ว มันก็ต้องประหลาดใจอย่างยิ่ง เมื่อได้พบว่า ขณะนี้มันและน้องของมันกำลังยืนอยู่บนยอดของภูเขาเนย ซึ่งเจ้ากบเป็นผู้สร้างให้เกิดขึ้นจากการว่ายวนไปเรื่อย ๆ ของมัน เจ้ากบผู้ไม่เคยยอมแพ้

 

The Frog Who Does Not Accept Defeat (นิทานกบผู้ไม่เคยยอมแพ้ ฉบับภาษาอังกฤษ)


“It’s so lusciously green.” 

“What’s lush?” 

“Hmmm?” 

Once upon a time, there were two frog siblings who loved each other dearly. Every morning, they would sit outside and admire the beauty of the dairy farm’s surroundings.  

“It’s lusciously green, meaning it’s very, very green,” the elder frog explains.  

“Haha, It’s truly sooooo… green. I’m becoming obsessed with this place,” the younger frog voices sweetly as if falling in love with a female frog. However, that isn’t the case. What they’re actually talking about is the lush greenery around the dairy farm.  

“I want to go into the dairy farm,” the younger frog mutters. 

“You can’t! It’s really dangerous. We don’t know what’s in there. Don’t even think about it! The elder creature warns his brother. 

One morning while the two frogs are skipping and hopping joyfully in front of the milking parlor, they are spotted by the farm owner, who picks up a long broom to chase away the frogs with haste. 

“Get out of here, you dirty frogs! You’re disgusting. Stop hopping this instant! If you jump into my bucket of milk, you will get what’s coming! The farm owner threatens loudly. 

In shock, the two frogs quickly find a hiding place without giving a second thought to escaping from the furious owner’s broomstick. 

“Come hide over here. Quick!, the younger frog says to his brother, “I think this is the best place. No one will find us here.”  

The brothers swiftly leap to a corner of the milking parlor as fast as their little legs can take them. 

“Faster, farther. Don’t give out yet,” the older frog thinks to himself, “If my legs give out, my brother will be in trouble. Who will take care of him then?” 

“Jump as high as you can, brother,” the little frog yells. 

“I’ve never jumped this high before,” the older creature murmurs before taking the biggest leap of his life. 

“Splash.” The two frogs drop themselves down, only to find out that they are now in a strange-looking bucket. 

“What is this?” The younger frog cries out. 

“Uh-oh. We must have fallen into a bucket of cream that has just been poured from the bucket of freshly-squeezed milk,” the older one guesses.  

“Oh no,” the little brother cries louder, tears flowing from his eyes mixed in with the cream they are swimming in. 

“We can survive this, my dear brother. Just keep swimming,” says the older brother firmly. 

“Is there a way out, brother?” (Sobs, sobs), and the little frog continues to bawl. 

“No matter what, there will be a way out. Just keep swimming, and soon we will figure it out,” the elder frog insists. 

Time passes; the brothers are still swimming, and the little one is still whining.  

“I’m tired. The more I swim, the less energy I have to keep paddling in this bucket. There’s just no point,” the little frog moans. “Plus, it’s too thick and sticky for me to swim in, too light for me to walk on, and too slippery to crawl over. We’re definitely going to die. There’s no way we can survive this. We will never get out of here.”    

“I told you to just keep swimming.” 

Time wears on, and the little frog gives up and begins to sink. The older frog sees this and slowly swims to help his brother. Although he swam slowly, he still caught his brother just in time. 

In the bitter cold, the elder brother carries his little brother and continues swimming. He also begins to think about letting both their bodies sink to the bottom of the bucket, but a force tells him to keep going.  

Finally, the sun rises across the expanse of the sky. It’s a new day. The first ray of light shines into the milking parlor onto the milk bucket that the brothers are swimming in.  

At the same time, the unyielding older frog looks down into the bucket of cream that he and his brother has fallen into exhaustedly. Tears stream down his face from tiredness and pity for the little frog on his back. But suddenly, a surprise hits him when he finds out that they are now standing on a mound of butter, which the frog created just by swimming back and forth; the frog which does not accept defeat. 


นิทานก่อนนอน สำหรับเด็กเรื่องอื่น ๆ

นิทานเรื่อง กบผู้ไม่เคยยอมแพ้
EFB banner
Mobile efb banner
EFB banner

Leaving page banner