ธาตุเหล็กจะช่วยปิดประตูความเสี่ยงของการเกิดโรคเลือดจางของคุณแม่ในระหว่างตั้งครรภ์

ธาตุเหล็กเป็นส่วนประกอบสำคัญในฮีโมโกลบิน ซึ่งเป็นโปรตีนตัวหนึ่งที่มีอยู่ในเซลล์เม็ดเลือดแดง โดยมีหน้าที่ในการขนถ่าย ออกซิเจนไปทั่วร่างกายของทั้งคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์ นี่เองเป็นเหตุผลว่าทำไมธาตุเหล็กถึงสำคัญอย่างยิ่งในระหว่างช่วงตั้งครรภ์ ซึ่งเป็นช่วงที่ร่างกายของคุณแม่จะมีปริมาณเลือดเพิ่มขึ้นถึงเกือบ 1.5 ลิตร

คุณแม่ควรกินอาหารที่มีธาตุเหล็กสูงตลอดช่วงตั้งครรภ์ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรคเลือดจางเพราะขาดธาตุเหล็ก โดยโรค เลือดจางนั้นเป็นสภาวะที่ร่างกาย ไม่สามารถผลิตเซลล์เม็ดเลือด แดงที่มีประสิทธิภาพ เพื่อนำออกซิเจนไปเลี้ยงตามส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ในปริมาณที่เพียงพอ และเมื่ออวัยวะต่างๆ ได้รับ ออกซิเจนน้อยกว่าปกติ ก็จะทำให้คุณแม่รู้สึกอ่อนเพลียและหน้าซีด แน่นอนว่าลูกน้อยในครรภ์ ก็จะมีปัญหาจากการได้รับออกซิเจนไม่ พอตามไปด้วย

ลูกตัวน้อยเองก็ต้องการธาตุเหล็ก เพื่อมาสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดงเช่นเดียวกัน ไม่อย่างนั้น ลูกก็ไม่สามารถเจริญเติบโตได้ การขาดธาตุเหล็กในช่วงตั้งครรภ์นั้น จึงมีผลทำให้ลูกน้อยตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะคลอดออกมาก่อนกำหนด หรือมีน้ำหนักแรกคลอดต่ำ

ธาตุเหล็กยังจำเป็นสำหรับพัฒนาการทางสมองของลูกน้อย และกระบวนการทางสมองอื่นๆ เช่น กระบวนการห่อหุ้มเส้น ประสาทด้วยชั้นไขมัน การผลิตสารสื่อประสาท และการเผาผลาญพลังงาน ดังนั้น จึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องบำรุงด้วยธาตุเหล็ก หลังจากที่เค้าคลอดออกมาแล้ว เพื่อเสริมพัฒนาการทางด้านความคิดและทักษะในการเคลื่อนไหว

ยังไม่หมดแค่นี้ ธาตุเหล็กยังมีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน และช่วยป้องกันไม่ให้ตัวคุณแม่เจ็บป่วยในช่วงตั้งครรภ์ด้วย

คุณแม่ตั้งท้องต้องการธาตุเหล็กในปริมาณเท่าไหร่?

ในช่วงตั้งครรภ์ที่ต้องการธาตุเหล็กมากเป็นพิเศษนั้น การกินอาหารแต่เพียงอย่างเดียวบางครั้งอาจจะไม่เพียงพอให้คุณแม่ ได้รับธาตุเหล็กในปริมาณที่ร่างกายต้องการก็ได้ และยังมี ความลำบากในการเช็คสภาวะธาตุเหล็กในช่วงตั้งครรภ์ให้ได้ถูกต้องแม่นยำ ดังนั้น องค์การอนามัยโลกจึงแนะนำให้หญิงตั้งครรภ์ กินธาตุเหล็กเป็นอาหารเสริมในปริมาณ 30-60 mg ต่อวัน แต่จำไว้เสมอว่าให้ปรึกษาคุณหมอทุกครั้งก่อนที่จะกินอาหารเสริม

คุณแม่และลูกน้อยจะได้ธาตุเหล็กจากอาหารอะไรบ้าง?

  • เนื้อสัตว์ เช่น เนื้อไก่ เนื้อวัว

  • เนื้อปลา โดยเฉพาะ ปลาซาร์ดีนและทูน่า

  • ผักใบเขียวเข้ม เช่น ผักโขม และผักกะหล่ำ

  • ผลไม้ เช่น แตงโม ลูกเกด และแอปริคอท

  • ถั่ว เช่น ถั่วแดง ถั่วเลนทิล และถั่วเหลือง

การกินอาหารหรือดื่มน้ำที่มีวิตามินซีสูง เช่น น้ำส้ม ก็สามารถช่วยให้ร่างกายของคุณแม่ดูดซึมธาตุเหล็กจากอาหารเหล่านี้ได้ดีขึ้นด้วยเช่นกัน

ดาวน์โหลดฟรี! แอพพลิเคชั่นเพื่อแม่ตั้งครรภ์

หากคุณแม่ต้องการข้อมูล เคล็ดลับเพิ่มเติมเกี่ยวกับพัฒนาการของทารกตลอดช่วงระยะเวลาการตั้งครรภ์ คำแนะนำด้านโภชนาการ และรับสิทธิประโยชน์เพื่อลูกน้อยตั้งแต่ในครรภ์จนถึง 3 ปี คุณสามารถสมัครสมาชิก Enfa Smart Club ผ่านแอพพลิเคชั่นเพื่อแม่ตั้งครรภ์ฟรี ที่นี่ Enfa A+ Genius Baby