นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เอนฟาสนับสนุนให้คุณแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่างเดียวอย่างน้อย 6 เดือนไปจนถึง 2 ปี หรือนานกว่าตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO) Enfa Smart Club พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลคุณแม่และลูกน้อย ด้วยการมอบข้อมูลโภชนาการและพัฒนาการลูกน้อยแต่ละวัย ที่เป็นประโยชน์และเชื่อถือได้ผ่านเว็บไซต์ enfababy.com

คนท้องกินชะอมได้ไหม

Enfa สรุปให้

  • คนท้องกินชะอมได้ หากปรุงสุก ล้างให้สะอาด และกินในปริมาณเหมาะสม ควรหลีกเลี่ยงการกินชะอมแบบดิบหรือทอดน้ำมันมากเกินไป

  • ให้นมลูก กินชะอมได้ ไม่มีข้อห้ามทั่วไป แต่ควรกินอาหารให้หลากหลาย ไม่เน้นชนิดเดียว และสังเกตอาการลูกหากมีความผิดปกติ เช่น ร้องกวน ท้องอืด

  • ชะอม คนท้องกินได้ เพราะชะอมเป็นผักใบเขียวที่มีวิตามินและใยอาหาร สามารถเป็นส่วนหนึ่งของอาหารคนท้องได้ เมื่อจัดอยู่ในมื้ออาหารที่สมดุลและปลอดภัย

เลือกอ่านตามหัวข้อ

 

การเลือกรับประทานอาหารในช่วงตั้งครรภ์เป็นเรื่องที่ต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมาก เพราะสิ่งที่คุณแม่กินเข้าไปไม่ได้ส่งผลต่อร่างกายของคุณแม่เองเพียงอย่างเดียว แต่ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเจริญเติบโตของพัฒนาการทารกในครรภ์ด้วย 

โดยเฉพาะ "ชะอม" ซึ่งเป็นผักพื้นบ้านยอดนิยมที่มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์และนำมาประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู แต่ในขณะเดียวกันก็มักจะมีคำถามตามมาเสมอว่าความเชื่อโบราณที่ห้ามคนท้องกินชะอมนั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่ หรือในทางโภชนาการแล้วชะอมมีข้อดีและข้อควรระวังอย่างไรบ้าง

บทความนี้ Enfa จะพาคุณแม่ไปเจาะลึกทุกประเด็นเพื่อให้คุณแม่ได้รับประทานอาหารอย่างสบายใจและปลอดภัยที่สุดกันค่ะ

 

คนท้องกินชะอมได้ไหม

คำถามที่ว่า ชะอม คนท้องกินได้ไหม เป็นประเด็นที่ถกเถียงกันมานานในแง่ของโภชนาการและการแพทย์แผนปัจจุบัน ชะอมไม่ใช่พืชที่มีพิษร้ายแรงสำหรับสตรีมีครรภ์ แต่มีข้อควรระวังในเรื่องของความสะอาดและปริมาณการกินที่เหมาะสม เพื่อป้องกันอาการท้องอืดหรือการติดเชื้อทางเดินอาหารที่อาจเกิดขึ้นได้ โดยคนท้องกินชะอมควรคำนึงถึงความปลอดภัย ดังนี้

  • เน้นการปรุงสุก 100% เท่านั้น เนื่องจากชะอมดิบอาจมีการปนเปื้อนของเชื้อแบคทีเรียหรือพยาธิจากการปลูก
  • ไม่ควรกินในปริมาณที่มากเกินไปในมื้อเดียว เพราะชะอมมีฤทธิ์ร้อนและกากใยสูงมาก ซึ่งอาจทำให้คุณแม่ที่มีระบบย่อยอาหารแปรปรวนอยู่แล้วรู้สึกไม่สบายท้อง
  • การล้างชะอมต้องพิถีพิถันเป็นพิเศษ เพราะลักษณะใบที่เล็กและถี่อาจเป็นที่สะสมของไข่พยาธิหรือสารเคมีตกค้างได้ง่าย
  • ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ที่ยืนยันว่าการกินชะอมทำให้เกิดการแท้งลูกได้ เว้นแต่ว่าชะอมนั้นปนเปื้อนเชื้อโรคที่ส่งผลต่อระบบภายในอย่างรุนแรง

การกินผักที่มีกลิ่นฉุนและมีโอกาสปนเปื้อนเชื้อ Listeria หรือ Salmonella จากดินได้ง่ายหากล้างไม่สะอาด อาจส่งผลให้คุณแม่ท้องเสียรุนแรง ซึ่งภาวะขาดน้ำจากการท้องเสียนั้นเป็นอันตรายต่อพัฒนาการทารกในครรภ์ได้มากกว่าตัวสารอาหารในชะอมเสียอีก

ดังนั้นหากต้องการกินชะอม แนะนำให้เลือกยอดอ่อน ล้างผ่านน้ำไหลหลาย ๆ รอบ และนำไปทอดกับไข่หรือใส่ในแกงส้มให้สุกทั่วถึง เพื่อให้ได้รับสารอาหารโดยไม่เกิดความเสี่ยงต่อร่างกายค่ะ

 

หลังคลอดกินชะอมได้ไหม

เมื่อเข้าสู่ช่วงหลังคลอดร่างกายของคุณแม่ต้องการการฟื้นฟูอย่างเร่งด่วน การเลือกอาหารที่มีโภชนาการครบถ้วนเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก โดยช่วงหลังคลอดนี้ คุณแม่ยังสามารถกินชะอมได้เช่นเดียวกับช่วงตั้งครรภ์ เพราะชะอมเป็นผักที่มีธาตุเหล็กสูงซึ่งเป็นสารอาหารที่จำเป็นมากสำหรับคุณแม่ที่สูญเสียเลือดระหว่างการคลอด ดังนี้

  • การเสริมสร้างเม็ดเลือด ด้วยธาตุเหล็กในชะอมช่วยป้องกันภาวะโลหิตจางหลังคลอด ทำให้คุณแม่ไม่เพลียและมีแรงในการดูแลลูกน้อย
  • การขับน้ำคาวปลา ตามตำรับยาไทยโบราณ ชะอมมีฤทธิ์ช่วยขับลมและช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตดีขึ้น ซึ่งอาจช่วยในกระบวนการฟื้นตัวของมดลูก
  • ข้อระวังเรื่องกลิ่น สำหรับคุณแม่ที่คลอดธรรมชาติและมีแผลเย็บ หรือผ่าตัดคลอด กลิ่นฉุนของชะอมอาจส่งผลต่อความรู้สึกไวของร่างกาย แต่ไม่ได้ส่งผลเสียต่อการสมานแผลโดยตรง
  • ระบบขับถ่าย กากใยในชะอมช่วยแก้ปัญหาอาการท้องผูกหลังคลอดได้ดี แต่ต้องระวังอย่ากินมากจนเกิดแก๊สในกระเพาะอาหาร

ทั้งนี้ ต้องไม่ลืมว่าแม้จะเป็นช่วงหลังคลอดแล้ว แต่คุณแม่ก็ยังจำเป็นต้องได้รับสารอาหารครบถ้วนเช่นเดียวกับตอนตั้งครรภ์ค่ะ ดังนั้น คุณแม่อาจเลือกกินอาหารคนท้องตามตารางอาหารคนท้องอย่างต่อเนื่องและค่อย ๆ ปรับเปลี่ยนเป็นตารางอาหารแม่ลูกอ่อนในระยะพักฟื้นหลังคลอดนี้ค่ะ

 

ให้นมลูก กินชะอมได้ไหม

ประเด็นเรื่องให้นมลูก กินชะอมได้ไหม เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาอย่างละเอียด เพราะสารอาหารและกลิ่นจากอาหารที่คุณแม่กินสามารถส่งผ่านไปยังน้ำนมได้ แม้ชะอมจะมีประโยชน์ แต่ก็มีข้อควรระวังสำคัญที่เล่าต่อกันมาเรื่อง "ชะอมทำให้น้ำนมแห้ง" ซึ่งความเชื่อเรื่องน้ำนมลดนี้ ในทางการแพทย์ยังไม่มีงานวิจัยชี้ชัดว่าชะอมมีสารยับยั้งการผลิตน้ำนม แต่คุณแม่หลายคนพบว่าการกินชะอมปริมาณมากทำให้น้ำนมคัดน้อยลง ดังนั้นควรกินแต่พอดีและสังเกตตนเองเป็นประจำค่ะ

นอกจากนี้ ยังควรระวังกลิ่นที่ส่งผ่านน้ำนมด้วย เพราะกลิ่นชะอมสามารถแทรกซึมสู่น้ำนมได้ ซึ่งอาจทำให้รสชาติและกลิ่นของน้ำนมเปลี่ยนไปจนลูกบางคนอาจปฏิเสธเต้าหรือมีอาการโคลิค รวมถึงอาการท้องอืดในทารกที่อาจเกิดจากการที่คุณแม่กินชะอมแล้วมีแก๊สในกระเพาะมากได้ค่ะ

อย่างไรก็ตาม สำหรับคุณแม่ที่อยู่ในช่วงให้นมบุตร การรักษาปริมาณน้ำนมเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ดังนั้นคุณแม่ควรทราบว่าคนท้องห้ามกินอะไร หรือควรระวังอาหารชนิดใดเป็นพิเศษ และหากคุณแม่กังวลว่าชะอมจะส่งผลเสีย แนะนำให้เลี่ยงไปรับประทานผักใบเขียวชนิดอื่นที่มีคุณสมบัติช่วยเพิ่มน้ำนม เช่น ใบกะเพรา หรือกุยช่าย แทนในช่วง 1-3 เดือนแรกที่การผลิตน้ำนมยังไม่คงที่ค่ะ 

 

คนท้องกินชะอม ประโยชน์ โทษ และโภชนาการ

ชะอมเป็นผักที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการสูงหากเลือกกินอย่างถูกวิธี โดยเฉพาะสำหรับคุณแม่ที่ต้องคุมระดับน้ำตาลเพื่อป้องกันภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ชะอมถือเป็นทางเลือกที่ดีเพราะมีดัชนีน้ำตาลต่ำและใยอาหารสูง และยังมีประโยชน์อื่น ๆ ดังนี้

  • มีวิตามินเอสูง ช่วยในเรื่องการมองเห็นของคุณแม่และเสริมสร้างพัฒนาการด้านสายตาของทารกในครรภ์
  • มีแคลเซียมและฟอสฟอรัส ทำงานร่วมกันเพื่อสร้างกระดูกและฟันของลูกน้อยให้แข็งแรง และป้องกันภาวะกระดูกพรุนในคุณแม่
  • มีสารต้านอนุมูลอิสระและมีเบต้าแคโรทีนสูง ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันและลดความเสี่ยงของการอักเสบในร่างกาย
  • มีธาตุเหล็ก ช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง ลำเลียงออกซิเจนไปสู่ทารกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    มีใยอาหาร ช่วยปรับสมดุลระบบขับถ่าย ลดปัญหาท้องผูกซึ่งเป็นอาการยอดฮิตของคนท้อง

แม้ในเชิงโภชนาการชะอม 100 กรัม ให้พลังงานต่ำแต่ให้โปรตีนและแร่ธาตุที่เข้มข้น แต่ข้อควรระวังคือสารพิวรีน (Purine) ที่ค่อนข้างสูง ซึ่งอาจไม่เหมาะกับคุณแม่ที่มีปัญหาเรื่องกรดยูริกสูงหรือเสี่ยงต่อโรคเก๊าท์ 

นอกจากนี้ ชะอมมักจะมีกลิ่นแรงในหน้าฝนและอาจมีการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์สูงกว่าปกติ การปรุงอาหารด้วยชะอมจึงควรทำให้สุกด้วยความร้อนสูง เช่น การทำไข่เจียวชะอมหรือแกงส้ม เพื่อทำลายจุลินทรีย์ก่อโรค การได้รับสารอาหารที่หลากหลายจากชะอมจะช่วยสนับสนุนสุขภาพโดยรวมของคุณแม่ให้แข็งแรง พร้อมสำหรับการคลอดและการดูแลลูกน้อยในอนาคต

 

อนาคตที่ดีที่สุดของลูกน้อย เริ่มต้นด้วยโภชนาการผ่านคุณแม่

สุขภาพและพัฒนาการทารกในครรภ์เริ่มต้นด้วยโภชนาการจากคุณแม่ การใส่ใจโภชนาการด้วยนมสำหรับคนท้องจึงเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตที่ดีที่สุดของลูก เพราะสมองของลูกเริ่มพัฒนาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่อยู่ในครรภ์ จนถึงช่วงให้นมบุตรตลอด 2 ปีแรกของลูก คุณแม่สามารถเลือกโภชนาการที่มี MFGM ช่วยเสริมสร้างสมองลูกใน 1,000 วันแรกของชีวิต และเสริมอาหารสมองที่สำคัญอย่าง ดีเอชเอ, สฟิงโกไมอิลีน,แอลฟา-แลคตาบูมิน, ฟอสโฟลิปิด,แกงกลิโอไซด์ เพื่อให้สมองลูกพัฒนาได้เต็มศักยภาพ

สร้างสมองลูกดีที่สุด เริ่มได้ตั้งแต่ในครรภ์

  • MFGM มีสารอาหารกว่า 150 ชนิดที่มีประโยชน์ต่อสมอง มีบทบาทสำคัญในการสร้างสมองลูกที่เหนือกว่า มีงานวิจัยรองรับ
  • DHA & Choline เสริมสร้างการเจริญเติบโตของเซลล์ประสาทและบำรุงสมอง 

สร้างพัฒนาการลูกดีที่สุด

  • โฟเลตสูง ช่วยการเจริญเติบโตและพัฒนาการของทารกในครรภ์
  • แคลเซียมคนท้องและฟอสฟอรัสสูง เสริมความแข็งแรงของกระดูกและฟัน

เสริมโภชนาการแม่ดีที่สุด

  • ดัชนีน้ำตาลต่ำ
  • วิตามิน แร่ธาตุกว่า 25 ชนิด
  • มีใยอาหารอินูลิน ช่วยการขับถ่าย
  • ไขมันต่ำ

 

บทความแนะนำสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์

* นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก
Enfa Smart Club สนับสนุนให้คุณแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่าง
เดียวอย่างน้อย 6 เดือนและให้นมแม่ควบคู่อาหารตามวัยอีก 2 ปี หรือนานกว่านั้น ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO)
Enfa Smart Club พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลคุณแม่และลูกน้อย ด้วยการมอบข้อมูลโภชนาการและพัฒนาการลูกน้อยแต่ละวัย ที่เป็นประโยชน์และเชื่อถือได้ ผ่านเว็บไซต์ enfababy.com

คุณกำลังเข้าถึงเนื้อหาจากผู้ให้บริการภายนอกเกี่ยวกับการซื้อหรือ เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของบริษัท มี้ด จอห์นสัน นิวทริชัน (ประเทศไทย) จำกัด​

กรุณากดยืนยันเพื่อดำเนินการต่อ

Line TH
Cart TH
กรุณากรอกชื่อของคุณ
กรุณากรอกชื่อของคุณ
กรุณากรอกหมายเลขโทรศัพท์ที่ถูกต้อง
วันเกิดลูกน้อย
กรุณาเลือกวันที่