นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เอนฟาสนับสนุนให้คุณแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่างเดียวอย่างน้อย 6 เดือนไปจนถึง 2 ปี หรือนานกว่าตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO) Enfa Smart Club พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลคุณแม่และลูกน้อย ด้วยการมอบข้อมูลโภชนาการและพัฒนาการลูกน้อยแต่ละวัย ที่เป็นประโยชน์และเชื่อถือได้ผ่านเว็บไซต์ enfababy.com

คนท้องกินลิ้นจี่ได้ไหม

Enfa สรุปให้

  • คนท้องกินลิ้นจี่ได้ในปริมาณพอเหมาะ เลือกแบบสด ไม่กินมากเกินไป เพราะมีน้ำตาลธรรมชาติค่อนข้างสูง โดยเฉพาะคุณแม่ที่ต้องควบคุมน้ำหนักหรือระดับน้ำตาลควรจำกัดปริมาณ

  • ลิ้นจี่คนท้องกินได้ แต่ควรอยู่ในกรอบอาหารที่สมดุลตามหลักโภชนาการแม่ตั้งครรภ์ ไม่ควรกินลิ้นจี่กระป๋องหรือน้ำเชื่อมบ่อย ๆ และไม่ควรกินแทนผลไม้ชนิดอื่น

  • ให้นมลูกกินลิ้นจี่ได้ หากไม่มีโรคประจำตัวที่ต้องควบคุมน้ำตาล และควรกินในปริมาณเหมาะสม พร้อมสังเกตอาการลูกหลังรับประทานตามปกติ

เลือกอ่านตามหัวข้อ

 

ลิ้นจี่เป็นผลไม้รสหวานฉ่ำและมีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ สำหรับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ การเลือกรับประทานอาหารเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะสารอาหารทุกอย่างที่คุณแม่รับประทานเข้าไปย่อมส่งผลโดยตรงต่อการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ หลายคนอาจสงสัยว่าผลไม้ที่มีรสหวานจัดและมีฤทธิ์ร้อนตามความเชื่อโบราณอย่างลิ้นจี่นั้น เป็นอาหารคนท้องที่ปลอดภัยหรือไม่ คนท้องห้ามกินอะไร ในบทความนี้ Enfa จะพาไปหาคำตอบกันค่ะ 

 

คนท้องกินลิ้นจี่ได้ไหม

ลิ้นจี่ คนท้องกินได้ไหม หลายคนสงสัยเรื่องนี้ ความจริงแล้วลิ้นจี่ไม่ใช่ผลไม้ต้องห้ามสำหรับการตั้งครรภ์หากกินในปริมาณที่เหมาะสม เนื่องจากลิ้นจี่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่มีส่วนช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกายคุณแม่ ซึ่งในช่วงตั้งครรภ์ระบบภูมิคุ้มกันมักจะอ่อนแอลงกว่าปกติ การได้รับวิตามินซีจากลิ้นจี่จึงช่วยป้องกันไข้หวัดและการติดเชื้อเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้ดี 

อย่างไรก็ตาม ลิ้นจี่มีปริมาณน้ำตาลค่อนข้างสูง หากรับประทานมากเกินไปอาจส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดและการทำงานของระบบย่อยอาหารได้เช่นกันค่ะ โดยลิ้นจี่มีประโยชน์และข้อควรระวังสำหรับคนท้อง ดังนี้

  • ลิ้นจี่มีวิตามินซี ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสร้างเนื้อเยื่อและคอลลาเจนของทารก รวมถึงช่วยให้ร่างกายคุณแม่ดูดซึมธาตุเหล็กจากอาหารชนิดอื่นได้ดีขึ้น ป้องกันภาวะโลหิตจาง
  • ในลิ้นจี่มีสารโพลีฟีนอลที่ช่วยปกป้องเซลล์จากการถูกทำลาย ลดการอักเสบในร่างกายคุณแม่ ซึ่งส่งผลดีต่อสภาวะแวดล้อมภายในมดลูก
  • แนะนำให้คุณแม่กินลิ้นจี่เพียงวันละ 7-10 ผล และไม่ควรกินติดต่อกันทุกวัน เพื่อป้องกันการสะสมของน้ำตาลและความร้อนในร่างกายที่มากเกินไป
  • ควรเลือกลิ้นจี่ที่สุกพอดี ผิวตึง ไม่มีราหรือรอยแตก เพราะเชื้อราบนเปลือกผลไม้อาจปนเปื้อนเข้าไปในเนื้อและทำให้เกิดอาการท้องเสียได้ ซึ่งเป็นอันตรายต่อสภาวะภายในครรภ์

นอกจากนี้ ยังต้องพิจารณาถึงสภาพร่างกายรายบุคคลด้วย หากคุณแม่มีอาการร้อนใน มีแผลในปาก หรือมีอาการเจ็บคอ ควรเลี่ยงการทานลิ้นจี่ไปก่อน เนื่องจากลิ้นจี่มีคุณสมบัติที่เพิ่มอุณหภูมิในร่างกายได้ตามความเชื่อทางโภชนาการตะวันออก ซึ่งอาจทำให้อาการเหล่านั้นรุนแรงขึ้น การรับประทานอย่างสมดุลจะช่วยให้คุณแม่ได้รับสารอาหารครบถ้วนโดยไม่เกิดผลข้างเคียงต่อพัฒนาการทารกในครรภ์ค่ะ

 

คนท้องกินลิ้นจี่กระป๋องได้ไหม

ในกรณีของลิ้นจี่กระป๋อง ความปลอดภัยและการได้รับสารอาหารจะแตกต่างจากลิ้นจี่สดอย่างสิ้นเชิง แม้ว่าลิ้นจี่กระป๋องจะให้รสชาติที่หวานชื่นใจและหาซื้อได้ง่ายตลอดทั้งปี แต่สำหรับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ ลิ้นจี่กระป๋องถือเป็นกลุ่มอาหารที่ควรจำกัดหรือหลีกเลี่ยงหากเป็นไปได้ เนื่องจากกระบวนการแปรรูปมักมีการเติมน้ำเชื่อมเข้มข้น สารกันเสีย และการผ่านความร้อนสูงซึ่งทำลายวิตามินธรรมชาติไปเกือบทั้งหมด การเลือกรับประทาน อาหารคนท้อง ควรเน้นของสดและเป็นธรรมชาติให้มากที่สุดเพื่อลดความเสี่ยงจากการรับสารเคมีปรุงแต่งเกินความจำเป็นค่ะ

นอกจากนี้ คนท้องกินลิ้นจี่กระป๋องยังอาจเพิ่มความเสี่ยงจากภาวะบวมน้ำ เพราะโซเดียมแฝงในสารกันเสียอาจทำให้ร่างกายกักเก็บน้ำมากขึ้น ส่งผลให้คุณแม่มีอาการเท้าบวมหรือมือบวม ซึ่งเป็นอาการไม่พึงประสงค์ในช่วงไตรมาสที่ 2 และ 3 ได้ค่ะ 

ดังนั้น หากถามว่าลิ้นจี่กระป๋องกินได้ไหม ตอบว่าสามารถกินเพื่อแก้กระหายหรือดับความยากได้เล็กน้อย (1-2 ลูก) แต่ไม่แนะนำให้กินเป็นประจำหรือกินในปริมาณมากเหมือนผลไม้สดค่ะ

 

คนท้องเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ กินลิ้นจี่ได้ไหม

สำหรับคุณแม่ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ การรับประทานลิ้นจี่จำเป็นต้องได้รับความระมัดระวังสูงสุด หรือในบางกรณีแพทย์อาจแนะนำให้งดไปก่อนชั่วคราว เนื่องจากลิ้นจี่เป็นผลไม้ที่มีรสหวานจัดและมีน้ำตาลฟรุกโตสและกลูโคสสูง ซึ่งจะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดอย่างรวดเร็ว การควบคุมระดับน้ำตาลเป็นสิ่งสำคัญที่สุดเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน เช่น ครรภ์เป็นพิษ หรือทารกตัวโตเกินไปจนคลอดยาก หากระดับน้ำตาลของคุณแม่ไม่คงที่ การทานลิ้นจี่แม้เพียงเล็กน้อยก็อาจส่งผลกระทบที่รุนแรงได้ค่ะ

ทั้งนี้ หากคุณแม่อยากกินจริง ๆ ควรปรึกษานักโภชนาการเพื่อปรับตารางอาหารคนท้องให้เหมาะสม โดยอาจต้องลดปริมาณคาร์โบไฮเดรตในมื้อหลักลงเพื่อแลกกับการกินลิ้นจี่ 1-2 ลูก เป็นต้น หรือมองหาทางเลือกอื่น เช่น ผลไม้ที่มีกากใยสูงและน้ำตาลต่ำอย่างชมพู่ แก้วมังกร หรือฝรั่ง แทนการทานลิ้นจี่เพื่อความปลอดภัยของลูกน้อย

 

หลังคลอดกินลิ้นจี่ได้ไหม

เมื่อเข้าสู่ช่วงหลังคลอด ร่างกายของคุณแม่ต้องการการฟื้นฟูอย่างมาก ทั้งการซ่อมแซมแผลเย็บ การขับน้ำคาวปลา และการปรับสมดุลฮอร์โมน ลิ้นจี่สามารถเป็นส่วนหนึ่งของอาหารฟื้นฟูร่างกายได้ดี เพราะมีสารอาหารที่ช่วยเพิ่มพลังงานและช่วยให้ร่างกายสดชื่นขึ้นจากภาวะอ่อนเพลียหลังการคลอดบุตร โดยการกินลิ้นจี่ในช่วงหลังคลอดมีประโยชน์และข้อควรระวัง ดังนี้

  • เสริมพลังงานและลดความอ่อนเพลีย น้ำตาลธรรมชาติในลิ้นจี่ช่วยให้คุณแม่ที่พักผ่อนน้อยรู้สึกสดชื่นขึ้นอย่างรวดเร็ว และมีแรงในการดูแลทารก
  • ช่วยระบบขับถ่าย แม้ลิ้นจี่จะมีกากใยไม่สูงเท่าผักใบเขียว แต่ก็มีส่วนช่วยในการกระตุ้นการเคลื่อนตัวของลำไส้ ลดปัญหาท้องผูกหลังคลอดที่มักเกิดจากการทานยาบำรุงเลือด
  • ข้อควรระวังเรื่องแผล ตามความเชื่อบางแหล่งระบุว่าอาหารที่มีรสหวานจัดอาจทำให้แผลหายช้าลงหากมีอาการอักเสบร่วมด้วย ดังนั้นควรทานในปริมาณที่พอเหมาะและเน้นอาหารโปรตีนเพื่อซ่อมแซมเนื้อเยื่อควบคู่กันไป
  • การปรับสมดุลน้ำในร่างกาย ลิ้นจี่มีโพแทสเซียมที่ช่วยควบคุมความดันโลหิตและสมดุลของเหลว ช่วยลดอาการบวมน้ำที่ค้างมาจากช่วงตั้งครรภ์ได้

คุณแม่หลังคลอดสามารถกินลิ้นจี่ได้แต่ควรเริ่มจากปริมาณน้อย ๆ เพื่อดูว่าระบบย่อยอาหารไม่มีปัญหา และควรเน้นการทานน้ำเปล่าตามมาก ๆ เพื่อช่วยให้ร่างกายขับความร้อนและน้ำตาลส่วนเกินค่ะ

 

ให้นมลูกกินลิ้นจี่ได้ไหม

ให้นมลูกกินลิ้นจี่ได้ไหม หากคุณแม่กังวลใจเรื่องนี้ เพราะกลัวว่ารสชาติหรือสารบางอย่างจะผ่านทางน้ำนมไปสู่ลูกน้อย ข้อเท็จจริงคือคุณแม่ให้นมลูกสามารถรับประทานลิ้นจี่ได้ค่ะ เพราะสารอาหารในลิ้นจี่ไม่มีพิษต่อทารกผ่านทางน้ำนม แต่อาจมีผลทางอ้อม ดังนี้

  • การเปลี่ยนแปลงของรสชาติน้ำนม อาหารที่มีกลิ่นและรสชาติเฉพาะตัวสูงอย่างลิ้นจี่ อาจทำให้น้ำนมมีรสเปลี่ยนไปเล็กน้อย ซึ่งทารกบางคนอาจชอบหรือบางคนอาจปฏิเสธเต้าได้
  • สังเกตอาการแพ้ของลูก หลังจากคุณแม่ทานลิ้นจี่ ควรสังเกตว่าลูกมีผื่นขึ้น ปวดท้อง โยเย หรือมีอาการท้องอืดผิดปกติหรือไม่ แม้จะพบได้น้อยแต่ก็เป็นไปได้ในเด็กที่มีระบบย่อยอาหารเซนซิทีฟ
  • ความสดชื่นช่วยลดความเครียด ลิ้นจี่ช่วยให้คุณแม่ผ่อนคลาย ซึ่งความผ่อนคลายนี้เองเป็นตัวช่วยสำคัญในการหลั่งฮอร์โมนออกซิโทซิน (Oxytocin) ที่ช่วยในการไหลของน้ำนม

ทั้งนี้ คุณแม่ควรหลีกเลี่ยงลิ้นจี่แปรรูปเช่นเดียวกับช่วงตั้งครรภ์ คุณแม่ให้นมควรเลี่ยงน้ำลิ้นจี่กล่องหรือลิ้นจี่กระป๋อง เพราะสารกันเสียอาจส่งผลต่อคุณภาพน้ำนมได้ค่ะ

 

คนท้องกินลิ้นจี่ ประโยชน์ โทษ และโภชนาการ

ลิ้นจี่ประกอบด้วยน้ำประมาณ 80% และอุดมไปด้วยวิตามินหลายชนิด โดยเฉพาะวิตามินซี วิตามินบีรวม และโพแทสเซียม แต่ในขณะเดียวกันก็มีปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่สูง ดังนั้นการเปรียบเทียบข้อดีและข้อเสียจึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้คุณแม่ได้รับประโยชน์สูงสุดโดยไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ดังนี้

ประโยชน์ของลิ้นจี่สำหรับคนท้อง

  • วิตามินซีในลิ้นจี่ช่วยเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็ก ป้องกันภาวะซีดในคุณแม่ตั้งครรภ์
  • ช่วยให้ผิวพรรณของคุณแม่เปล่งปลั่ง ลดปัญหาผิวแห้งหรือคล้ำเสียจากฮอร์โมนเปลี่ยน
  • ป้องกันอาการเจ็บป่วยเล็กน้อยที่อาจต้องใช้ยา ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณแม่ควรหลีกเลี่ยง

โทษและข้อควรระวัง

  • การกินมากเกินไปอาจทำให้เกิดอาการร้อนใน กระหายน้ำ และแผลในปาก
  • น้ำตาลในเลือดสูง เสี่ยงต่อภาวะเบาหวานและการควบคุมน้ำหนักตัวที่ยากขึ้น
  • ในบางรายลิ้นจี่อาจทำให้เกิดก๊าซในกระเพาะอาหาร นำไปสู่ความรู้สึกอึดอัดท้อง
  • ห้ามรับประทานลิ้นจี่ที่ยังไม่สุกดี โดยเฉพาะในขณะท้องว่าง 

โดยสรุปคือ คนท้องกินลิ้นจี่ได้ในปริมาณที่เหมาะสม โดยเลือกแบบสด และไม่รับประทานบ่อยเกินไป โดยเฉพาะในผู้ที่มีเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ เพื่อสุขภาพที่ดีที่สุดของคุณแม่และลูกน้อยค่ะ

 

อนาคตที่ดีที่สุดของลูกน้อย เริ่มต้นด้วยโภชนาการผ่านคุณแม่

สุขภาพและพัฒนาการทารกในครรภ์เริ่มต้นด้วยโภชนาการจากคุณแม่ การใส่ใจโภชนาการด้วยนมสำหรับคนท้องจึงเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตที่ดีที่สุดของลูก เพราะสมองของลูกเริ่มพัฒนาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่อยู่ในครรภ์ จนถึงช่วงให้นมบุตรตลอด 2 ปีแรกของลูก คุณแม่สามารถเลือกโภชนาการที่มี MFGM ช่วยเสริมสร้างสมองลูกใน 1,000 วันแรกของชีวิต และเสริมอาหารสมองที่สำคัญอย่าง ดีเอชเอ, สฟิงโกไมอิลีน,แอลฟา-แลคตาบูมิน, ฟอสโฟลิปิด,แกงกลิโอไซด์ เพื่อให้สมองลูกพัฒนาได้เต็มศักยภาพ

สร้างสมองลูกดีที่สุด เริ่มได้ตั้งแต่ในครรภ์

  • MFGM มีสารอาหารกว่า 150 ชนิดที่มีประโยชน์ต่อสมอง มีบทบาทสำคัญในการสร้างสมองลูกที่เหนือกว่า มีงานวิจัยรองรับ
  • DHA & Choline เสริมสร้างการเจริญเติบโตของเซลล์ประสาทและบำรุงสมอง 

สร้างพัฒนาการลูกดีที่สุด

  • โฟเลตสูง ช่วยการเจริญเติบโตและพัฒนาการของทารกในครรภ์
  • แคลเซียมคนท้องและฟอสฟอรัสสูง เสริมความแข็งแรงของกระดูกและฟัน

เสริมโภชนาการแม่ดีที่สุด

  • ดัชนีน้ำตาลต่ำ
  • วิตามิน แร่ธาตุกว่า 25 ชนิด
  • มีใยอาหารอินูลิน ช่วยการขับถ่าย
  • ไขมันต่ำ

 

บทความแนะนำสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์

* นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก
Enfa Smart Club สนับสนุนให้คุณแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่าง
เดียวอย่างน้อย 6 เดือนและให้นมแม่ควบคู่อาหารตามวัยอีก 2 ปี หรือนานกว่านั้น ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO)
Enfa Smart Club พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลคุณแม่และลูกน้อย ด้วยการมอบข้อมูลโภชนาการและพัฒนาการลูกน้อยแต่ละวัย ที่เป็นประโยชน์และเชื่อถือได้ ผ่านเว็บไซต์ enfababy.com

คุณกำลังเข้าถึงเนื้อหาจากผู้ให้บริการภายนอกเกี่ยวกับการซื้อหรือ เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของบริษัท มี้ด จอห์นสัน นิวทริชัน (ประเทศไทย) จำกัด​

กรุณากดยืนยันเพื่อดำเนินการต่อ

Line TH
Cart TH
กรุณากรอกชื่อของคุณ
กรุณากรอกชื่อของคุณ
กรุณากรอกหมายเลขโทรศัพท์ที่ถูกต้อง
วันเกิดลูกน้อย
กรุณาเลือกวันที่