นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เอนฟาสนับสนุนให้คุณแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่างเดียวอย่างน้อย 6 เดือนไปจนถึง 2 ปี หรือนานกว่าตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO) Enfa Smart Club พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลคุณแม่และลูกน้อย ด้วยการมอบข้อมูลโภชนาการและพัฒนาการลูกน้อยแต่ละวัย ที่เป็นประโยชน์และเชื่อถือได้ผ่านเว็บไซต์ enfababy.com

คนท้องกินกระเจี๊ยบเขียวได้ไหม

Enfa สรุปให้

  • คนท้องกินกระเจี๊ยบเขียวได้ หากปรุงสุกและสะอาด กระเจี๊ยบเขียวให้ใยอาหาร โฟเลต และวิตามินซี ช่วยระบบขับถ่ายและพัฒนาการทารกในครรภ์ ควรกินในปริมาณเหมาะสมและสลับกับผักชนิดอื่น

  • คนท้องกินกระเจี๊ยบได้ทั้งกระเจี๊ยบเขียวและกระเจี๊ยบแดง แต่ควรหลีกเลี่ยงรูปแบบสมุนไพรสกัดเข้มข้น และเน้นความหลากหลายของอาหารคนท้อง

  • น้ำกระเจี๊ยบ คนท้องกินได้หากเป็นน้ำต้มสุก สะอาด และไม่หวานจัด ควรหลีกเลี่ยงสูตรที่เติมน้ำตาลสูง โดยเฉพาะในผู้ที่มีภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์

เลือกอ่านตามหัวข้อ

 

การเลือกอาหารในช่วงตั้งครรภ์เป็นเรื่องที่คุณแม่หลายคนกังวล เพราะอยากให้ลูกน้อยได้รับสิ่งที่ดีที่สุด สำหรับ “กระเจี๊ยบ” ไม่ว่าจะเป็นชนิดฝักสีเขียวหรือดอกสีแดง ล้วนเป็นผักที่หาง่ายและมีสารอาหารสูงมาก แต่ด้วยลักษณะที่มีเมือกลื่นหรือรสชาติเปรี้ยวเฉพาะตัว อาจทำให้คุณแม่สงสัยว่ากินแล้วจะส่งผลอย่างไรกับร่างกายที่กำลังเปลี่ยนแปลง บทความนี้ Enfa จะช่วยตอบทุกคำถามให้คุณแม่เข้าใจง่าย ๆ เพื่อความสบายใจในการกินและได้ประโยชน์เต็มที่สำหรับทั้งคุณแม่และเจ้าตัวเล็กในท้องค่ะ

 

คนท้องกินกระเจี๊ยบได้ไหม

สำหรับคุณแม่ที่สงสัยว่าคนท้องกินกระเจี๊ยบได้ไหม คำตอบคือกินได้แน่นอนและดีต่อสุขภาพมากด้วยค่ะ กระเจี๊ยบเป็นผักที่หมอและนักโภชนาการแนะนำ เพราะอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่ร่างกายคุณแม่ต้องการมากกว่าปกติในช่วงอุ้มท้อง เพราะมีประโยชน์มากมายดังนี้

  • ช่วยแก้ปัญหาท้องผูกที่เป็นเรื่องกวนใจอันดับต้น ๆ ของคนท้อง เพราะมีกากใยสูงมาก
  • มีสารอาหารสำคัญที่ช่วยสร้างเซลล์และระบบประสาทให้ลูกน้อยตั้งแต่ในท้อง
  • ช่วยบำรุงเลือดและเสริมภูมิคุ้มกัน ทำให้คุณแม่ไม่ป่วยง่ายหรือเพลียจนเกินไป
  • ช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้สมดุล ไม่ให้พุ่งสูงหลังมื้ออาหาร

การที่ร่างกายคุณแม่ได้รับสารอาหารจากกระเจี๊ยบ จะช่วยให้ระบบต่าง ๆ ทำงานได้ไหลลื่นขึ้น โดยเฉพาะระบบขับถ่ายที่มักจะมีปัญหาเมื่อท้องแก่ขึ้นเรื่อย ๆ สารอาหารเหล่านี้ยังถูกส่งผ่านไปยังลูกเพื่อช่วยให้พัฒนาการทารกในครรภ์เป็นไปตามเกณฑ์ที่ควรจะเป็น เรียกว่าเป็นการบำรุงจากภายในสู่ลูกรักได้อย่างปลอดภัยที่สุดค่ะ

 

คนท้องกินกระเจี๊ยบเขียวได้ไหม

หากเจาะจงไปที่กระเจี๊ยบเขียว คุณแม่สามารถกินได้บ่อย ๆ เลยค่ะ หลายคนอาจจะไม่ชอบความลื่นของเมือกกระเจี๊ยบ แต่รู้ไหมคะว่าเมือกนั่นแหละคือของดีที่เป็นมิตรต่อกระเพาะอาหารและลำไส้ของคุณแม่สุด ๆ โดยเมือกกระเจี๊ยบมีประโยชน์ดังนี้

  • เมือกลื่นๆ จะช่วยเคลือบกระเพาะ ลดอาการกรดไหลย้อนหรือแสบร้อนกลางอกที่คนท้องชอบเป็น
  • มีกรดโฟลิกสูงมาก ซึ่งจำเป็นต่อการสร้างไขสันหลังและป้องกันความพิการแต่กำเนิดของลูก
  • วิตามินซีในกระเจี๊ยบเขียวช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กจากเนื้อสัตว์ได้ดีขึ้น ลดภาวะซีดในคนท้อง
  • มีแคลเซียมช่วยบำรุงกระดูกคุณแม่และสร้างกระดูกให้ลูกน้อย

ดังนั้นคำตอบของ คนท้องกินกระเจี๊ยบเขียวได้ไหม คือ "กินแล้วดีมากค่ะ" โดยเฉพาะคุณแม่ที่เริ่มมีอาการตัวบวมหรือตะคริว แร่ธาตุในกระเจี๊ยบเขียวจะเข้าไปช่วยปรับสมดุลน้ำและเกลือแร่ในร่างกายให้เข้าที่ ทำให้คุณแม่รู้สึกสบายตัวขึ้นและช่วยให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงลูกได้ดีขึ้นด้วยค่ะ

 

คนท้องกินกระเจี๊ยบแดงได้ไหม

มาที่กระเจี๊ยบแดงกันบ้าง ส่วนใหญ่เรามักนำดอกแห้งมาต้มเป็นน้ำดื่ม ซึ่งคุณแม่ท้องก็สามารถกินได้เช่นกันค่ะ แต่แนะนำให้เน้นเรื่องความสะอาดและปริมาณที่พอเหมาะในแต่ละวัน โดยคนท้องกินกระเจี๊ยบแดงมีประโยชน์ดังนี้

  • ช่วยขับปัสสาวะอ่อนๆ ลดอาการขาบวมและเท้าบวมในช่วงไตรมาสสุดท้าย
  • มีรสเปรี้ยวจากวิตามินซีธรรมชาติ ช่วยแก้พะอืดพะอมและอาการแพ้ท้องได้ดี
  • สารสีแดงในกระเจี๊ยบช่วยบำรุงหลอดเลือดให้แข็งแรง ยืดหยุ่นได้ดี
  • ช่วยลดความร้อนในร่างกาย ทำให้คุณแม่ที่ขี้ร้อนรู้สึกสดชื่นขึ้น

แม้จะมีประโยชน์แต่คุณแม่ต้องระวังเรื่องฤทธิ์การขับปัสสาวะ เพราะถ้ากินเยอะเกินไปอาจทำให้ต้องลุกไปห้องน้ำบ่อยจนไม่ได้พักผ่อน โดยรวมแล้วกระเจี๊ยบแดงเป็นสมุนไพรที่ปลอดภัย ช่วยให้คุณแม่รู้สึกกระปรี้กระเปร่าและช่วยให้ผิวพรรณสดใสขึ้นในช่วงที่ฮอร์โมนกำลังเปลี่ยนแปลงค่ะ

 

น้ำกระเจี๊ยบ คนท้องกินได้ไหม

น้ำกระเจี๊ยบเป็นเครื่องดื่มยอดฮิตที่ช่วยดับกระหายได้ดีเยี่ยม แต่สำหรับคุณแม่ท้อง สิ่งที่ต้องระวังไม่ใช่ตัวกระเจี๊ยบค่ะ แต่คือน้ำตาลที่ใส่นั่นเอง โดยน้ำกระเจี๊ยบช่วยบรรเทาอาการคอแห้งและเพิ่มความสดชื่นได้ทันทีที่ดื่ม และยังมีส่วนช่วยในการระบายอ่อน ๆ ทำให้ถ่ายท้องได้คล่องขึ้นด้วย

ทั้งนี้ น้ำกระเจี๊ยบสำหรับคนท้อง ถ้าต้มเองจะดีที่สุด เพราะเราสามารถคุมความหวานและมั่นใจเรื่องความสะอาดได้ ควรเลี่ยงน้ำกระเจี๊ยบแบบกล่องหรือขวดที่มีน้ำตาลสูงและสารกันบูดค่ะ

นอกจากนี้ ควรดูที่ความหวานเป็นหลักค่ะ ถ้าคุณแม่มีอาการเบาหวานแทรกซ้อน การดื่มน้ำกระเจี๊ยบหวานจัดจะอันตรายมาก แนะนำให้ต้มน้ำกระเจี๊ยบแดงแบบเข้มข้นแล้วใส่น้ำตาลแต่น้อย หรือบีบมะนาวลงไปนิดเพื่อเพิ่มรสชาติ จะช่วยให้สดชื่นโดยไม่เสี่ยงต่อน้ำหนักตัวที่พุ่งสูงเกินไปค่ะ

 

คนท้องเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ กินกระเจี๊ยบได้ไหม

สำหรับคุณแม่ที่ตรวจพบภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์กระเจี๊ยบเขียวคือพระเอกตัวจริงเลยค่ะ เพราะมันมีคุณสมบัติพิเศษที่ช่วยจัดการกับน้ำตาลในเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนี้

  • ใยอาหารในกระเจี๊ยบเขียวจะไปดักจับน้ำตาลในอาหาร ไม่ให้ดูดซึมเข้ากระแสเลือดเร็วเกินไป
  • ช่วยให้ระดับน้ำตาลหลังมื้ออาหารคงที่ ไม่สวิงขึ้นลงจนเป็นอันตราย
  • เป็นผักที่พลังงานต่ำ กินแล้วอิ่มนาน ลดการอยากกินของหวานระหว่างวัน
  • ช่วยลดไขมันในเลือด ซึ่งมักมาคู่กับปัญหาน้ำตาลสูง

ทั้งนี้ คุณแม่ควรจัดเมนูกระเจี๊ยบเขียวไว้ในตารางอาหารคนท้องอย่างสม่ำเสมอ โดยเน้นการกินแบบต้มหรือลวกจิ้มน้ำพริก การคุมน้ำตาลได้ดีจะส่งผลให้ลูกน้อยมีขนาดตัวปกติ ไม่เสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนดหรือภาวะแทรกซ้อนหลังคลอดที่เกิดจากเบาหวานของคุณแม่ค่ะ

 

หลังคลอด กินกระเจี๊ยบได้ไหม

เมื่อคลอดลูกเรียบร้อยแล้ว ร่างกายคุณแม่จะอ่อนเพลียและต้องการการซ่อมแซมครั้งใหญ่ กระเจี๊ยบยังคงเป็นตัวช่วยที่ดีมากในช่วงพักฟื้นนี้ค่ะ

  • ช่วยให้แผลฝีเย็บหรือแผลผ่าคลอดสมานตัวได้ไวขึ้นจากวิตามินซีเข้มข้น
  • ป้องกันอาการท้องผูกหลังคลอด ซึ่งเป็นเรื่องที่ทรมานมากสำหรับคุณแม่ที่มีแผล
  • ช่วยขับปัสสาวะ ลดอาการบวมน้ำที่ค้างมาจากการตั้งครรภ์
  • สารต้านอนุมูลอิสระช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวจากการเสียเลือดและการผ่าตัดได้เร็ว

การกินกระเจี๊ยบหลังคลอดจะช่วยให้ระบบการทำงานของร่างกายกลับมาเป็นปกติได้เร็วขึ้น คุณแม่จะรู้สึกมีแรงมากขึ้น และกากใยจากกระเจี๊ยบยังช่วยล้างลำไส้ ขจัดของเสียที่สะสมมานาน ช่วยให้พุงยุบไวและผิวพรรณกลับมาเปล่งปลั่งได้เร็วขึ้นค่ะ

 

ให้นมลูก กินกระเจี๊ยบได้ไหม

ในช่วงที่ต้องให้นมลูก สารอาหารทุกอย่างที่คุณแม่กินจะถูกเปลี่ยนเป็นน้ำนมเพื่อเลี้ยงเจ้าตัวเล็ก กระเจี๊ยบเป็นผักที่ไม่มีโทษและส่งต่อคุณค่าดีๆ ผ่านน้ำนมได้ค่ะ

  • แคลเซียมจากกระเจี๊ยบจะช่วยเสริมให้น้ำนมแม่มีสารอาหารสร้างกระดูกให้ลูก
  • ไม่ทำให้รสชาตินมเปลี่ยนไป ลูกยังคงกินนมแม่ได้ตามปกติ
  • ช่วยให้คุณแม่ไม่ท้องผูกในช่วงที่ต้องเลี้ยงลูกจนไม่มีเวลาดูแลตัวเอง
  • สารอาหารในกระเจี๊ยบช่วยบำรุงสายตาและสมองของลูกน้อยผ่านทางน้ำนม

คุณแม่ที่ให้นมลูกสามารถกินกระเจี๊ยบได้สบายใจค่ะ สารอาหารกลุ่มโฟเลตและวิตามินต่างๆ จะช่วยให้ลูกเจริญเติบโตได้ดี มีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง และตัวคุณแม่เองก็จะได้รับวิตามินที่ช่วยลดอาการเพลียจากการพักผ่อนน้อยในช่วงเลี้ยงลูกด้วยค่ะ

 

กระเจี๊ยบ ประโยชน์ และโภชนาการ

ถ้าจะบอกว่ากระเจี๊ยบคือวิตามินรวมแบบฝักก็คงไม่ผิดค่ะ เพราะในฝักเดียวมีสารอาหารที่จำเป็นต่อ อาหารคนท้อง เกือบครบถ้วนเลยทีเดียว ดังนี้

  • โฟเลต ป้องกันลูกพิการและช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง
  • กากใยอาหาร ตัวช่วยขับถ่ายและคุมน้ำหนัก
  • วิตามินซี เสริมภูมิคุ้มกันและช่วยให้ผิวสวย
  • แคลเซียมและแมกนีเซียม บำรุงกระดูกและลดการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
  • สารกลุ่มโพลีฟีนอล ช่วยลดการอักเสบและป้องกันมะเร็ง

ประโยชน์ที่หลากหลายนี้ทำให้กระเจี๊ยบเป็นผักที่คุ้มค่ามากในการกิน สารอาหารเหล่านี้ทำงานร่วมกันเพื่อช่วยให้ร่างกายคุณแม่แข็งแรงและเตรียมพร้อมสำหรับการเติบโตของทารกในทุกๆ วันค่ะ

 

กระเจี๊ยบเขียวกินทุกวันได้ไหม

การกินกระเจี๊ยบเขียวเป็นอาหารคนท้องทุกวัน สามารถทำได้และปลอดภัยค่ะ ตราบใดที่คุณแม่กินในปริมาณที่พอเหมาะและล้างให้สะอาดอยู่เสมอ จะได้รับประโยชน์ดังนี้

  • ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานเป็นเวลา ลดโอกาสเป็นริดสีดวง
  • ร่างกายจะได้รับโฟเลตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งดีต่อลูกในท้องมาก
  • ช่วยคุมระดับน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์ปกติได้ทุกวัน

ทั้งนี้ ควรกินวันละ 4-8 ฝักก็เพียงพอแล้วค่ะ โดยควรเปลี่ยนเมนูไปเรื่อยๆ เช่น ต้ม ลวก หรือใส่ในแกง เพื่อไม่ให้เบื่อ และอย่าลืมกินผักชนิดอื่น ๆ สลับสับเปลี่ยนกันไปเพื่อให้ได้สารอาหารที่หลากหลาย เพราะร่างกายคนท้องต้องการความสมดุลจากสารอาหารหลายๆ แหล่งค่ะ

 

กระเจี๊ยบเขียว ข้อควรระวัง

แม้จะดีแค่ไหน แต่กระเจี๊ยบเขียวก็มีข้อจำกัดบางอย่างที่คุณแม่ควรสังเกตตัวเองและระมัดระวังเป็นพิเศษเช่นกันค่ะ 

  • ระวังเรื่องนิ่ว กระเจี๊ยบมีสารที่อาจทำให้นิ่วในไตกำเริบได้ ถ้าคุณแม่เคยมีประวัติเป็นนิ่วควรปรึกษาหมอ
  • การใช้ยาบางชนิด ใครที่กินยาละลายลิ่มเลือด ต้องระวังเพราะวิตามินเคในกระเจี๊ยบอาจไปต้านฤทธิ์ยา
  • ความสะอาด นี่คือเรื่องใหญ่ในรายการ คนท้องห้ามกินอะไร คือห้ามกินผักที่ไม่ล้าง เพราะเสี่ยงติดเชื้อท้องร่วง
  • อาการอืดท้อง บางคนกินเยอะไปอาจจะรู้สึกแน่นท้องเพราะกากใยเยอะเกินไป

อย่าลืมว่าความปลอดภัยต้องมาเป็นอันดับหนึ่งเสมอค่ะ นอกจากการต้องรู้ว่าคนท้องห้ามกินอะไรแล้ว ยังต้องรู้ด้วยว่าอาหารคนท้องแต่ละชนิดนั้นคุณแม่สามารถกินได้มากน้อยแค่ไหน สำหรับกระเจี๊ยบเขียวนั้น หากคุณแม่ทานแล้วรู้สึกไม่สบายท้องหรือมีผื่นคัน ควรหยุดทานและลองสังเกตอาการดูอีกครั้ง เพราะร่างกายแต่ละคนมีการตอบสนองต่ออาหารไม่เหมือนกันค่ะ

 

กระเจี๊ยบเขียว กินดิบหรือสุกดีกว่า

สำหรับคุณแม่ท้อง หมอจะเน้นย้ำเสมอเรื่องความร้อนที่ช่วยฆ่าเชื้อโรค ดังนั้นการกินแบบ "สุก" จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดค่ะ โดยการกินกระเจี๊ยบเขียวแบบสุกก็ได้ประโยชน์มากมายไม่แพ้แบบดิบ ดังนี้ 

  • ปลอดภัยจากเชื้อแบคทีเรียและพยาธิที่อาจติดมากับดินและปุ๋ย
  • ย่อยง่ายกว่า การผ่านความร้อนทำให้เส้นใยนุ่มลง กระเพาะคุณแม่ไม่ต้องทำงานหนัก
  • รสชาติดีกว่า กระเจี๊ยบลวกจะหวานและเมือกนุ่มนวลกว่าการกินดิบที่อาจจะเหนียวและสาก
  • ฆ่าเชื้อโรค ความร้อนช่วยทำลายเชื้อจุลินทรีย์ที่อาจทำให้คุณแม่ท้องเสียได้

ถึงแม้การกินดิบจะเก็บวิตามินได้มากกว่าเล็กน้อย แต่ความเสี่ยงต่อการติดเชื้อนั้นไม่คุ้มกันเลยค่ะ เพื่อ พัฒนาการทารกในครรภ์ ที่แข็งแรง การลวกหรือนึ่งให้สุกพอดีๆ ไม่เปื่อยเกินไป จะได้ทั้งความปลอดภัยและยังรักษาคุณค่าอาหารไว้ได้เกือบครบค่ะ

 

วิธีกินกระเจี๊ยบเขียวให้ได้ประโยชน์

เพื่อให้คุณแม่ได้รับประโยชน์สูงสุดและอร่อยกับมื้ออาหาร ลองทำตามเคล็ดลับง่าย ๆ เหล่านี้ดูนะคะ

  • ล้างก่อนหั่น เพื่อไม่ให้สารอาหารและเมือกหลุดไปกับน้ำตอนล้าง
  • ลวกแบบเร็วๆ ต้มน้ำให้เดือด ใส่กระเจี๊ยบลงไปลวกแค่ 2-3 นาทีแล้วตักน็อคน้ำเย็น จะได้ผักที่กรอบหวาน
  • กินคู่กับน้ำพริก รสเผ็ดนิดๆ ของน้ำพริกจะตัดกับความลื่นของกระเจี๊ยบได้ดีมาก
  • ใส่ในแกง เช่น แกงส้ม หรือต้มจืด จะช่วยให้น้ำแกงมีความข้นขึ้นและทานง่าย

การเตรียมที่ถูกต้องจะช่วยให้คุณแม่ได้รับโฟเลตและกากใยอย่างเต็มที่ การกินกระเจี๊ยบเขียวเป็นประจำจะช่วยให้การตั้งครรภ์ครั้งนี้เป็นช่วงเวลาที่มีสุขภาพดี และพร้อมสำหรับการคลอดลูกที่กำลังจะมาถึงในไม่ช้าค่ะ

 

อนาคตที่ดีที่สุดของลูกน้อย เริ่มต้นด้วยโภชนาการผ่านคุณแม่

สุขภาพและพัฒนาการทารกในครรภ์เริ่มต้นด้วยโภชนาการจากคุณแม่ การใส่ใจโภชนาการด้วยนมสำหรับคนท้องจึงเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตที่ดีที่สุดของลูก เพราะสมองของลูกเริ่มพัฒนาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่อยู่ในครรภ์ จนถึงช่วงให้นมบุตรตลอด 2 ปีแรกของลูก คุณแม่สามารถเลือกโภชนาการที่มี MFGM ช่วยเสริมสร้างสมองลูกใน 1,000 วันแรกของชีวิต และเสริมอาหารสมองที่สำคัญอย่าง ดีเอชเอ, สฟิงโกไมอิลีน,แอลฟา-แลคตาบูมิน, ฟอสโฟลิปิด,แกงกลิโอไซด์ เพื่อให้สมองลูกพัฒนาได้เต็มศักยภาพ

สร้างสมองลูกดีที่สุด เริ่มได้ตั้งแต่ในครรภ์

  • MFGM มีสารอาหารกว่า 150 ชนิดที่มีประโยชน์ต่อสมอง มีบทบาทสำคัญในการสร้างสมองลูกที่เหนือกว่า มีงานวิจัยรองรับ
  • DHA & Choline เสริมสร้างการเจริญเติบโตของเซลล์ประสาทและบำรุงสมอง 

สร้างพัฒนาการลูกดีที่สุด

  • โฟเลตสูง ช่วยการเจริญเติบโตและพัฒนาการของทารกในครรภ์
  • แคลเซียมคนท้องและฟอสฟอรัสสูง เสริมความแข็งแรงของกระดูกและฟัน

เสริมโภชนาการแม่ดีที่สุด

  • ดัชนีน้ำตาลต่ำ
  • วิตามิน แร่ธาตุกว่า 25 ชนิด
  • มีใยอาหารอินูลิน ช่วยการขับถ่าย
  • ไขมันต่ำ

 

บทความแนะนำสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์

* นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก
Enfa Smart Club สนับสนุนให้คุณแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่าง
เดียวอย่างน้อย 6 เดือนและให้นมแม่ควบคู่อาหารตามวัยอีก 2 ปี หรือนานกว่านั้น ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO)
Enfa Smart Club พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลคุณแม่และลูกน้อย ด้วยการมอบข้อมูลโภชนาการและพัฒนาการลูกน้อยแต่ละวัย ที่เป็นประโยชน์และเชื่อถือได้ ผ่านเว็บไซต์ enfababy.com

คุณกำลังเข้าถึงเนื้อหาจากผู้ให้บริการภายนอกเกี่ยวกับการซื้อหรือ เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของบริษัท มี้ด จอห์นสัน นิวทริชัน (ประเทศไทย) จำกัด​

กรุณากดยืนยันเพื่อดำเนินการต่อ

Line TH
Cart TH
กรุณากรอกชื่อของคุณ
กรุณากรอกชื่อของคุณ
กรุณากรอกหมายเลขโทรศัพท์ที่ถูกต้อง
วันเกิดลูกน้อย
กรุณาเลือกวันที่